* The Spirit of October 31st: Intro
posted on 31 Oct 2010 13:32 by this-is-tlr in ShortStories“ห่วย แย่ ไม่ได้เรื่อง นี่ผมจ้างคนงี่เง่าอย่างคุณเอาไว้ได้ยังไงนะ เอากลับไปทำมาใหม่ และคราวนี้ต้องทำให้ดีที่สุดนะ ไม่งั้นเตรียมขนของ แล้วออกไปหางานใหม่ทำได้เลย” เสียงโวยวายของบอสใหญ่ดังสนั่นไปทั่ว ทำเอาพนักงานทุกคนต่างอกสั่นขวัญแขวน รีบก้มหน้างุดๆ ทำงานตรงหน้าอย่างเร่งรีบ ใครที่ไม่มีอะไรอยู่บนโต๊ะ ต่างรีบหยิบยืมกระดาษหรือเอกสารอะไรก็ได้จากโต๊ะข้างๆมาบังหน้าเอาไว้ก่อน
“เป็นตุ๊ดอย่างเดียวมันยังไม่หนำใจใช่ไหม มันต้องไม่มีมันสมองในการทำงานด้วย มันถึงจะครบสูตร” พนักงานชายตัวเล็กๆคนนั้น รีบเดินจากไป พร้อมใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา “ร้องไห้ไปเลย ร้องเข้าเลยนะ ดูซิว่ามันจะช่วยอะไรให้มันดีขึ้นมาได้บ้างไหม” บอสหนุ่มหน้าตาดี หล่อเหลา เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ ตวาดไล่ตามหลังพนักงานชาย ที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไปอย่างเย้ยหยันและดูถูก
“คุณสาวิตรี” ก่อนจะหันไปเรียกชื่อเลขาสาวที่ทำหน้าเสีย เพราะสงสารพนักงานชายคนนั้น เนื่องจากเป็นคนที่ทำงานดีคนหนึ่ง เพียงแต่บอสใหญ่ ที่เป็นชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ แต่ปากร้าย ใจดำคนนี้ มีปัญหากับเรื่องส่วนตัวของพนักงาน โดยเฉพาะรสนิยมทางเพศของลูกน้องในบริษัท
“ถ้าหางานที่มันใช้มันสมองให้คนๆนี้ทำไม่ได้ล่ะก็ ไล่ออกไปเลย แล้วหาคนมาทำงานแทน หวังว่าคราวนี้จะเอาผู้ชายจริงๆมาทำงานให้ผมด้วยนะ ไอ้พวกตุ้งติ้งชอบผู้ชายด้วยกัน ไม่เอาแล้วนะ” คุณสาวิตรีได้แต่รับคำไปตามนั้น ก่อนจะรีบเดินตามพนักงานชายคนนั้นไป เพื่อไปปลอบใจ เพราะเชื่อแน่ว่าเขาจะต้องได้ยินประโยคสุดท้ายนั่นอย่างแน่นอน
“ประจำล่ะ คนพวกนี้ เอะอะมีน้ำตา จริงไหมคุณวิชัย ตุ๊ดมันจะไปมีน้ำยาอะไรวะ ทำผู้หญิงท้องได้ซะที่ไหน” บอสหนุ่มหันไปพูดกับผู้จัดการของบริษัท ที่หัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปกับเขา “อันนี้ตอนเจอผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ แมนๆ” บอสทำนิ้วชี้กระดกตั้งขึ้น แล้วก็ปักนิ้วชี้ลงข้างล่าง “ส่วนอันนี้ตอนเจอสาวๆ ขาวๆ นมโตๆ ใช่ไหมคุณไพบูลย์” แล้วจึงหันไปหาความเห็นชอบกับกรรมการบริษัทอีกคน
“สุดยอดเลยครับ” ที่ต่างพากันยกนิ้วให้บอสของตัวเอง “จ้างไว้ก็บุญแล้ว ไม่รู้เงินเดือนที่ได้ไปจะพอเก็บเล็กผสมน้อย เอาไว้มีนมเป็นของตัวเองหรือเปล่า ฮ่าๆๆ” บอสส่ายหน้าให้กับความคิดนั้น ก่อนจะทำท่าขยะแขยง
“แค่คิดก็ขนลุกแล้วล่ะ” บอสยังยืนยันความคิดเดิมของตัวเอง ก่อนจะหันไปยักคิ้วให้พนักงานสาวสวยคนใหม่ ที่เขาบอกให้ฝ่ายบุคคลรับเข้ามาในทันที ไม่ว่าเธอจะมาสมัครงานในตำแหน่งอะไร “มันต้องแบบนี้สิ ของจริง สวยจริง น่าหลงใหลจริง” พนักงานหญิงคนนั้น รีบขอตัวไปทำงานต่อ หลังจากที่อาการก้อร่อก้อติกของบอส ต่อหน้าทั้งผู้จัดการ ทั้งกรรมการบริษัท กำลังทำให้เธอรู้สึกอึดอัด และคิดว่า เธออาจจะคิดผิดที่เข้ามาสมัครงานที่บริษัทนี้
“เย็นนี้ไปหาเบียร์เย็นๆดื่ม นั่งมองสาวๆกันดีกว่า คุณวิชัย คุณไพบูลย์ ผมเลี้ยงเอง” พอคุณวิชัยและคุณไพบูลย์ได้ยินแบบนั้น ก็หันไปมองหน้ากัน “มีปัญหาอะไรหรือไง” บอสถามทั้งสองคนในทันทีเช่นกัน “คือบอสครับ เย็นนี้เราจัดงานปาร์ตี้ฮาโลวีนนะครับ” บอสหนุ่มขมวดคิ้ว บอกว่าเขาไม่เห็นรู้เรื่องอะไรด้วย
“แต่บอสเป็นคนอนุมัติงบให้ตั้งแต่กลางเดือนที่แล้วนะครับ” บอสหนุ่มบอกว่าเขาจำไม่ได้จริงๆ ว่าตัวเองเซ็นชื่ออนุญาตให้จัดงานนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พนักงานในบริษัทต่างก็รู้กันดีว่า บอสนั้นไม่ค่อยได้ใส่ใจอะไรเท่าที่ควร
“แล้วพวกเราทุกคนก็ร่วมกันคนละไม้คนละมือ เตรียมงานนี้ขึ้นมา ก็สนุกสนานกันในแบบพวกเรากันเอง จะได้สร้างสัมพันธ์ที่ดีในหมู่พนักงานด้วย ยังไงเชิญบอสให้เกียรติในงานด้วยนะครับ” บอสหนุ่มแม้ว่าจะรู้สึกเคืองที่ถูกขัดใจ เพราะทั้งสองคนบอกว่าจะร่วมงานฮาโลวีนบ้าๆอะไรนี่ แทนที่จะไปหาความสำราญในแบบที่เขาชอบ
“เออๆ แล้วผมจะลองคิดดู” บอสบอกปัดไปแบบนั้น ทั้งคุณวิชัยและคุณไพบูลย์จึงขอตัวก่อน “ปาร์ตี้อะไรกันวะ สนุกตายล่ะ” บอสบ่นพึมๆกับตัวเอง นึกหัวเสียกับตัวเอง ที่หลงไปอนุญาตงานบ้าๆนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ วันนั้นทั้งวันบอสจึงดูหงุดหงิดและใครก็เข้าหน้าไม่ติด
พนักงานแต่ละคนต่างพากันเลี่ยงโอกาส หลบหน้าบอสหนุ่มให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่วายที่จะมองที่เข็มนาฬิกา ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาปาร์ตี้สักที ช่วงบ่ายจึงเป็นเวลาที่พนักงานต่างพากันแอบซุบซิบกัน หัวเราะให้กัน ถึงชุดคอสตูมฮาโลวีน ที่จะแต่งมาร่วมงาน และพอทุกคนเห็นบอสออกไปข้างนอก จึงพากันเฮลั่น ไม่เว้นแม้แต่พวกผู้จัดการ
บอสหนุ่มขับรถจวนจะถึงบาร์ที่เขามานั่งดื่มเป็นประจำแล้ว แต่ตัดสินใจเลี้ยวรถกลับ แล้วเร่งเครื่องขับรถกลับไปที่งานฮาโลวีนของบริษัท ในใจอยากจะรู้ว่าพวกพนักงานจะทำอะไรกันบ้าง นึกในใจว่า พวกตุ๊ดพวกกะเทยทั้งหลายคงจะกระดี๊กระด๊ากันใหญ่
`อย่าหวังเลย` บอสหนุ่มคิดกับตัวเอง เขาไม่ยอมปล่อยให้พวกนี้ได้อย่างที่ต้องการแน่นอน ยิ่งนึกถึงใบหน้าที่ยิ้มแย้มของคนพวกนี้แล้ว บอสหนุ่มยิ่งเหยียบคันเร่ง เพื่อกลับไปให้ถึงบริษัทอย่างเร็วที่สุด ใบหน้าของบอสยิ้มเยาะไปก่อนแล้วล่วงหน้า และพอจอดรถที่ด้านหน้าบริษัทได้ บอสก็รีบเดินไปที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทในทันที โดยสิ่งที่ไล่ตามหลังบอสมา และเขาไม่ทันเห็นนั้น คือเมฆใหญ่สีดำ มองดูลึกลับและน่ากลัว
ไม่ผิดจากที่คาดคิดเอาไว้ พอพนักงานเห็นบอสของพวกเขาเดินเข้ามาในงาน รสชาติของอาหาร เครื่องดื่ม และบรรยากาศในงานโดยรวมนั้น กร่อยลงไปถนัดตา และยิ่งกว่านั้น การที่บอสเที่ยวเดินไปจนทั่วงาน พร้อมกับที่ในมือถือเครื่องดื่มที่ไม่เคยพร่องจากการเติมแก้วต่อแก้ว ยิ่งทำให้พนักงานรู้สึกอยากพากันกลับบ้านในทันที
บอสหนุ่มส่งเสียงดัง สั่งว่าให้ทุกคนสนุกกันอย่างเต็มที่ แต่ใครที่ใส่ชุดประหลาดๆ ที่มันทุเรศลูกตาเขา โดยเฉพาะพวกที่เขาเรียกว่าวิปริตผิดเพศ จะโดนลดเงินเดือนสถานเดียว พนักงานทั้งหมดจึงได้แต่นั่งกันเงียบๆ ไม่มีใครไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเลย
บอสหนุ่มหัวเราะดังลั่น รู้สึกสะใจเหลือเกิน ที่เขาทำสำเร็จอีกแล้ว ก่อนจะเดินแบบตุปัดตุเป๋ไปที่ห้องน้ำ พอเข้าไปได้ ก็โก่งคอลงอ่างล้างหน้าในทันที เพราะตั้งแต่เข้ามาในงานได้ เขาก็กระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปจนนับไม่ทันแล้วว่ากี่แก้วกันแน่
บอสเงยหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำจากก็อกที่วักไส่หน้าตัวเองขึ้น ความรู้สึกมึนหัวเมื่อสักครู่ แปลก ที่มันจางหายไปได้อย่างรวดเร็ว บอสหนุ่มมองเข้าไปในกระจกแสงไฟที่อยู่เหนือขอบกระจกด้านบน หรี่ลงเรื่อยๆ จนมันเกือบที่จะดับ บอสหรี่ตามองตาม แต่ก่อนที่ทั่งทั้งห้องน้ำจะมืดลง แสงไฟก็กลับมาสว่างเหมือนเดิม
“บ้า แม้กระทั่งไฟฟ้าก็ยังบ้าไปด้วย” บอสหนุ่มหัวเราะให้กับมุกเด็ดของตัวเอง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้า พอลดมือลงและลืมตาขึ้นมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง บอสหนุ่มจำไม่ได้ว่า เขาเปลี่ยนชุดของตัวเองจากชุดสูทตัดเนี้ยบราคาแพง มาเป็นเสื้อแขนกุดสีส้มสดขนาดพอดีตัวตั้งแต่เมื่อไหร่
พร้อมทั้งกางเกงยีนส์สีเข้มเข้ารูป ที่มันแนบไปกับทุกส่วนของร่างกายช่วงล่าง รวมทั้งรองเท้าหนังสีดำมันปลาบจากแบรนด์เนมชื่อดัง ที่เขาเคยประกาศลั่นเอาไว้ว่า เขาไม่มีทางซื้อมาใส่อย่างแน่นอน เพราะถ้าจะให้ใส่แบบนั้น เขาไปเอารองเท้าส้นสูงของผู้หญิงมาใส่ดีกว่า
บอสหนุ่มอ้าปากค้าง รีบจับหน้าของตัวเอง รวมทั้งตามเนื้อตามตัว หยิกเข้าที่หลังมือ ว่าเขาไม่ได้กำลังหลับ หรือเมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ และนั่นทำให้ตอนนี้เขากำลังฝันอยู่ และมันดูท่าทางจะเป็นฝันร้ายเสียด้วย บอสหนุ่มอยากจะตะโกนร้องออกมาให้ดังลั่น
แต่เขาก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมท่าทางกักขฬะที่ตัวเองทำบ่อยๆ โดยที่ไม่เกรงกลัวและไม่สนใจว่าใครจะรู้สึกกับมันยังไง ถึงได้ไม่ถูกแสดงออกมาได้ดังใจนึก และหากนั่นยังทำให้บอสหนุ่มต้องลนลาน ตกใจกลัวยังไม่พอ พอมองไปที่ทรงผมของเขา ที่ตอนนี้มันตัดสั้นเข้ากับสมัย และดูแล้ว เอ่อ ไม่ต่างกับพวกนายแบบบนรันเวย์เลยสักนิด แถมเล็บมือของเขายังถูกแต่งเสียดูดี ไม่ดูบิ่นๆ จากนิสัยเสียๆ ที่ชอบกัดเล็บของเขาอีกด้วย
แสงไฟในห้องน้ำกะพริบวูบวาบ บอสหนุ่มเริ่มลังเลแล้วว่า ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ เสียงหัวเราะเบาๆดังลอยมาให้ได้ยิน บอสหันไปจนทั่วห้องน้ำ เพื่อหาต้นตอของเสียงนั้น แต่ก็มองไม่เห็นใคร เพราะตั้งแต่เดินเข้าห้องน้ำมา ก็มีเพียงตัวเขาเองคนเดียว ไม่มีใครที่ตามเข้ามาหลังจากนั้นอีก
บอสเริ่มเปิดประตูห้องน้ำไปทีละห้อง แต่ทุกห้องก็ว่างเปล่า แม้จะไม่อยากยอมรับว่า มีแต่เขาเท่านั้นที่ยืนอยู่ตรงนี้ และเสียงหัวเราะนั้นดังใกล้กับหูของเขา ข้างๆหูเลยก็ว่าได้ มันไม่น่าที่จะดังมาจากงานเลี้ยงด้านนอกนั้น เพราะมันไม่มีทางที่จะดังได้ขนาดนั้น บอสหนุ่มตัดสินใจวิ่งไปเปิดประตูห้องน้ำ เพื่อออกไปจากที่นี่ แต่ภาพที่บอสเห็นด้านนอก ในงานเลี้ยง ทำให้บอสหนุ่มต้องยืนตะลึงงัน
to be Continued ....

สมองมันจี๊ดๆ อยากเอาพวกไปรุมโทรมไอ้บอสนี่เหลือเกิน
คนอะไร มีอคติระรานชาวบ้านเค้าไปทั่ว
ดีที่ภาพหลอนได้เหอขนาดนั้น เอาให้กลับโลกแห่งความจริงไปได้ไปเลย (แลบลิ้น ปริ้นตาใส่ แบร่)
#1 By kimi daKe!!! (27.130.74.97) on 2010-10-31 14:50