* The Spirit of October 31st: Night of the Hallo-Queen

posted on 31 Oct 2010 19:02 by this-is-tlr  in ShortStories
 
 
The Spirit of October 31st: Night of the Hallo-Queen
a little tribute to Madonna, the Queen of Pop
by TLR
 
 
 

ในงานเลี้ยงตอนนี้ ดูต่างไปจากเมื่อตอนที่บอสหนุ่มเดินเข้ามาอย่างสิ้นเชิง จากความน่าเบื่อที่แม้แต่บอสเองยังรู้สึกได้ในตอนแรก หายไปจนหมดสิ้น และที่แน่นอน กับการที่บอสสังเกตเห็นว่า ตอนนี้ชายหนุ่มในงานทั้งหลาย เรียกได้ว่าส่วนใหญ่ ยืนจับกลุ่มคุยกันจนทั่วงาน แถมที่คุยกันเป็นคู่ๆก็เยอะเสียเหลือเกิน


จนบอสหนุ่มรู้สึกได้ถึงสายตาที่แต่ละคน มีให้กับคู่สนทนาของตัวเอง แถมบางคนที่ยืนอยู่ในกลุ่ม ก็ยังหันมายิ้มให้กับบอสหนุ่ม และมอบสายตาที่เป็นปริศนาส่งมาให้ จนบอสนึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่คนนั้น ยกแก้วขึ้นสูง เพื่อเป็นการกล่าวทักทายกับบอส ซึ่งเขาทำได้เพียงยิ้มแหยๆกลับไป


นี่ พวกเธอ” เสียงชายคนหนึ่งที่น้ำเสียงฟังดูแหลมปี๊ดและกระเดียดท่าทางอย่างหญิงสาว ตะโกนใส่ผู้ชายและผู้หญิงหลายคู่ที่ยืนอยู่บนเวที และกำลังขยับร่างกาย เต้นไปตามเพลงที่ฟังดูเชยอย่างน่าตกใจ


“พวกเธอนั่นแหละ พวกแพร่พันธุ์ทางเพศ เธอนั่นแหละไม่ต้องหันไปมองใคร ยังอีก ไม่ต้องไปมองที่อื่นแล้ว อีกไม่เกินสิบนาทีเท่านั้นนะ เข้าใจไหม ลงจากเวทีทันทีนะ” ไม่ไล่เปล่า แถมยังใช้น้ำเสียงที่บอสเองฟังแล้วยังรู้สึกได้เลยว่า มันแฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย และอยากจะไล่ชายหญิงที่ยืนอยู่บนเวทีไปเสียให้พ้นๆจากสายตา


ไปไล่เขาทำไม พวกเขาทำอะไรให้” บอสส่งเสียงถามชายที่มีท่าทางอ่อนหวานชดช้อยนั่น “โอ๊ย ไม่ไล่ไม่ได้หรอก พวกนี้ไม่เคยจะจำว่าอยู่ในโลกของใคร” เสียงนั้นตอบกลับมา ทำให้บอสหนุ่มขมวดคิ้วสงสัย “แล้วนี่มันโลกของใครกัน” คำถามนั้นสร้างเสียงหัวเราะให้กับชายกระตุ้งกระติ้งคนนั้น


“ก็โลกของพวกเราน่ะสิ ถามมาได้ สาวน้อย” คำตอบทำให้บอสรู้สึกตกใจและสะอึกเข้าไปในความรู้สึก “ฟังนะ พวกแพร่พันธุ์ทางเพศน่ารังเกียจจะตาย” บรรดาชายหนุ่มหลายต่อหลายคนที่ยืนอยู่แถวนั้น พากันหันมาส่งเสียงสนับสนุนยืนยัน

 

ดูสิ ดูพวกนั้นแต่งตัวเข้า ไม่ได้ความเลย นี่พวกเธอ พองานเลี้ยงเลิกแล้ว รีบจัดการถอดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่นี่แล้วเผามันทิ้งเลยนะ แถมเธออีกยัยสองคนนั่นน่ะ ทรงผมเนี้ยคิดว่าดีแล้วหรือไง พองฟูเป็นรังนกเชียว โอ๊ย กล้าออกมาจากบ้านได้ยังไง ดูซิ ยังจะมาทำกะพริบตาปริบๆอีก เอ้า ร้องเข้า ร้องไห้ไปเลยนะ พวกสเตรทพวกนี้ไม่มีน้ำยาหรอก จริงไหม เรื่องทำผู้หญิงท้อง ใครๆก็ทำได้ หลอดแก้วก็มี เข้าใจไหม นั่นก็เรียกว่ามีน้ำยาเหมือนกันนั่นแหละ” เสียงร้องไห้โฮดังลั่นมาจากทั้งชายและหญิงที่บนเวทีนั่น ก่อนที่จะพากันวิ่งหนีลงเวทีไป และคำพูดของชายผู้มีเสียงรวมกับหญิงสาวผู้นี้ ก็ทำให้บอสตกใจ เพราะเขามั่นใจ ว่าเคยได้ยินมันมาก่อนอย่างแน่นอน


ดูเธอสิ แต่งตัวเข้าทีมากๆ รับรองว่าคืนนี้ จะต้องมีหนุ่มๆมาขอเธอเต้น ออกสเต็ปด้วยทั้งคืนไม่มีหยุดแน่นอน” ชายเสียงสาวเอ่ยชมบอสหนุ่ม บอสนั้นตกใจตัวเองที่รู้ตัวอีกทีก็ยิ้มรับ และตอบขอบคุณไปเสียอย่างนั้น ได้แต่สงสัยว่า ตัวเองเป็นอะไรไป

 

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเกือบทุกคนที่อยู่ในนี้ จึงเดินควงกับเพศเดียวกันอย่างเปิดเผย และไม่มีใครสักคนที่ถูกโดนดูถูก แต่พอมีใครสักคนที่ต่างเพศกัน แล้วเดินควงกันให้เห็น ร้อยทั้งร้อย จะต้องโดนโห่ไล่ และถูกเหยีดหยามด้วยคำพูดที่แสบสันต์เข้าไปในความรู้สึก บางคนถึงกับทนไม่ได้ ต้องออกไปจากงานในทันที


งานของจริงกำลังจะเริ่มแล้ว” ชายเสียงสวยคนนั้นพูดขึ้น เมื่อดนตรีจังหวะน่าเบื่อนั้นหยุดลง และทุกคนหันจับจ้องไปที่บนเวทีใหญ่ด้านหน้า หนุ่มๆทั้งหลายต่างพากันเงียบเสียงลง แต่บนใบหน้าของพวกเขา บอสหนุ่มมองเห็นถึงความชื่นชมที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ


สายตาจับจ้องไปที่เวที รอยยิ้มที่แต้มอยู่บนริมฝีปาก ทุกคนต่างดุใจจดใจจ่อ เฝ้ารอให้ที่บนเวทีนั้นเริ่มมีความเคลื่อนไหว “อะไรกัน” เสียงของบอสถามออกไป เพราะมาถึงตอนนี้ เวทีใหญ่คือจุดสนใจของคนทั้งงานเลี้ยง “ที่สุดของตำนาน” เสียงชายตุ้งติ้งตอบออกมา และในทันที เสียงดนตรีก็ค่อยๆดังขึ้น แล้วทุกคนก็ส่งเสียงกรี๊ดกันสนั่นหวั่นไหว


คุณแม่ คุณแม่ของเรา” ชายหน้าสวยที่ยืนอยู่ข้างๆกับบอสหนุ่มตะโกนเรียกขึ้นไปบนเวทีด้วยน้ำตาที่คลอหน่วย พร้อมกับเสียงโห่ร้องที่แสดงความชื่นชมใครบางคนที่กำลังจะปรากฏกายขึ้นที่บนเวทีนั้น เสียงดีดนิ้วดังขึ้น ตามด้วยจังหวะของดนตรีที่ฟังดูลึกลับ แต่ทำให้หลายต่อหลายคนขยับเท้า ขยับตัวตามไปด้วย


ด้านบนเวที มีชายหนุ่มผมยาวสองคน ที่แต่งกายด้วยชุดสูทลายทางสีน้ำเงินเข้มเดินออกมา ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศราคาแพง ทั้งสองคนเดินนวยนาดบนรองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ด ก่อนจะมาหยุดยืนคู่กัน อยู่ที่ด้านหน้าสุดของเวที


Strike a pose

ไหนดูซิ งามแค่ไหน

 

พอทั้งสองคนเบี่ยงตัวออกจากกันให้เกิดเป็นช่องว่าง และควันที่ลอยอยู่บนเวทีกระจายตัวนั้น ก็ปรากฏชายหนุ่มหน้าตาสะสวย อยู่ในชุดสูทสีขาวทั้งตัว นั่งไขว้ขาอยู่บนโซฟาสีขาวสะอาดตาเช่นเดียวกัน ที่ตอนนี้มันเลื่อนจากด้านหลังเวทีมาด้านหน้าได้อย่างน่าประหลาดใจ


พร้อมกับเสียงกรี๊ดของคนทั้งงาน ที่ต่างพากันโพสต์ท่าไปตามความหมายของเพลงในทันที เสียงเพลงดังขึ้นต่อเนื่อง และมันทำให้คนเริ่มออกันอย่างหนาแน่นที่ด้านหน้าเวที เพราะอยากที่จะเข้าถึง เพื่อจะได้สัมผัสประสบการณ์นี้กันอย่างใกล้ชิด ให้ได้มากที่สุด

 

Strike a pose

เชิดหน้าเข้า ไม่ยากหรอก


ทำตามด้วยสิเธอ” ใครคนหนึ่งหันมาเตือนให้บอสหนุ่มโพสต์ท่าทางตามไปด้วย ทุกคนดูสนุกสนานร่าเริง มีแต่บอสหนุ่มเท่านั้นที่เริ่มจะเหงื่อตก เพราะไม่รู้จริงๆว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นกันเขา เสียงเพลงดังเป็นจังหวะเร้าใจ  


`คุณแม่` ของใครๆ ยืนขึ้นจากโซฟาอย่างนุ่มนวล คล้ายๆกับจะลอยตัวขึ้นมามากกว่า ยอสหนุ่มคิดว่ามันเป็นเช่นนั้น รูปร่างที่สูงดูสง่าอยู่ในที แต่ความสะโอดสะองนั่นต่างหากที่เตะตามากกว่าสิ่งใด แล้วชายหนุ่มในชัดขาวนั้นก็ค่อยๆเคลื่อนตัว ก้าวเท้าเดินลงบันได สายตาจับจ้องมาที่บอสหนุ่ม ที่ใจนึกอยากจะเดินไปจากตรงนี้ แต่ขากลับไม่ยอมขยับเขยื้อน

 

(Vogue, vogue)

ใหม่ใหม่ อาจจะไม่คุ้น

(Vogue, vogue)

อีกหน่อยก็ดีเอง

 

หนุ่มๆภายในงาน ก็คงจะทั้งหมดที่บอสเห็นในตอนนี้ และคงจะเป็นเพศเดียวที่เหลืออยู่ในงานเลี้ยง ดูจะครื้นเครงและสนุกสนานไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภาพที่ตัวบอสเองกำลังเห็น เป็นภาพเดียวกันกับคนเหล่านี้ แต่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ในขณะที่หนุ่มๆมองตาม  


`คุณแม่ในชุดขาว` ด้วยความชื่นชม แต่บอสหนุ่มกลับกำลังนึกกลัวขึ้นมาอย่างประหลาด เมื่อคนในสูทขาวเดินตรงมาที่เขา พร้อมกับจ้องมองเขาแบบไม่กะพริบตา นี่ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาคงชกหน้าพวกผู้ชายที่มาแอบมองความหล่อของเขาจนคว่ำไปแล้ว แต่ว่าตอนนี้ บอสหนุ่มไม่กล้าที่จะทำอะไรเลยจริงๆ


Look around everywhere you turn is heartache

มองไปจนทั่ว ไหนเจอแต่ความปวดใจ

It’s everywhere that you go

ไม่ว่าจะทางไหนคนใดที่ได้เจอะเจอ

(go, go, go round)

มองไปยังไงก็เจอ

You try everything you can to escape

ยิ่งทำทุกอย่าง เพื่อหลีกหนีไปให้พ้น

The pain of life that you know

จากความเจ็บปวด กับชีวิตเดียวที่มี

(the life that you know)

ชีวิตของตัวเองที่รู้จัก แต่คนอื่นไม่ชอบใจ


ทันใดนั้น ไฟสป็อตไล้ท์ก็ส่องตรงมาที่บอสหนุ่ม ที่ตอนนี้ใบหน้าของคุณแม่ชุดขาวอยู่ไม่ห่างจากหน้าของเขาเอง พร้อมกับเริ่มร้องไปตามเนื้อเพลงที่มี แม้ว่ามันจะเป็นภาษาต่างประเทศ แต่บอสหนุ่มถูกแปลให้เข้าใจได้ถึงความหมาย ที่ภายในหัวของบอสเองอย่างอัตโนมัติ


สายตาของคุณแม่ดูจะตำหนิบอสอยู่ในที ก่อนจะเดินวนไปรอบๆตัวของบอส สองหนุ่มผมยาวนั้น อยู่ๆก็โผล่เข้ามาพร้อมร้องท่อนคอรัสอย่างสนุกสนาน พอรู้ตัวอีกที บอสก็รู้ว่าตอนนี้หนุ่มๆที่เห็นกำลังเย้วๆไปตามจังหวะดนตรีอยู่ที่หน้าเวทีนั้น ทุกคนต่างหยุดยืนนิ่งไม่ไหวติง เหมือนกับถูกหยุดเวลาเอาไว้

 

When all else fails and you long to be

เมื่อทุกอย่างล้มเหลว และต้องการจะให้สิ่งที่มี

Something better than you are today

เป็นไปในแบบที่ดีกว่าที่เป็นอยู่

I know a place where you can get away

อยากจะหาสักที่หนึ่ง ที่จะหลีกไปให้พ้น

It’s called the dance floor

บางที่ ที่ไม่จำกัดอยู่แค่คนใดเท่านั้น

And here’s what it’s for, so

และเป็นที่ที่มีไว้สำหรับทุกคน

 

บอสมองตามคุณแม่ชุดขาวที่เดินกลับขึ้นไปบนเวที พร้อมกับหนุ่มผมยาวแต่งหน้าเข้มทั้งสองคน ก็เดินตามขึ้นไปด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะไปยืนอยู่ด้านหลังของคุณแม่ ต่างหันหน้าเข้าหาชายชุดสูทสีขาว จากทั้งสองฝั่ง คุณแม่ยิ้มน้อยๆ สายตาที่ดูจะตำหนิบอสนั้นหายไป กลายเป็นแววตาที่ขี้เล่นและซุกซนเข้ามาแทนที่


ริมฝีปากที่ไม่ได้แต้มสีไว้ กลับขยับไปมา ตามคำร้องอย่างยั่วเย้าและยวนยั่ว ก่อนที่หนุ่มผมยาวทั้งสองจะขยับเข้าใกล้กับคุณแม่ที่ยกมือขึ้นปัดไปที่ใบหน้าของทั้งสองคน ก่อนที่บอสจะเห็นหนุ่มผมยาวหันกลับมา เครื่องสำอางหายไป และบนใบหน้าคงไว้แค่ความหล่อเหลา กับหนวดบางๆที่วาดเอาไว้เหนือริมฝีปาก

 

Come on, vogue

ได้ไหม เปลี่ยนใหม่หมด

Let your body move to the music

พาตัวเองให้พ้นไปจากเรื่องเดิมเดิม

Hey, hey, hey (move to the music)

ได้ ได้ ได้ พ้นไปเสียทีจากเรื่องวันวาน

Come on, vogue

มาเถอะ ถึงเวลาแล้ว

Let your body go with the flow

ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไป

(go with the flow)

ก็แค่นั้น ให้มันลอยไป

You know you can do it

เชื่อเถอะว่าใครใครก็ทำได้


คุณแม่ชุดขาวขยับเอวส่ายสะโพกไปตามทำนองเพลง พลันหนุ่มๆที่ด้านหน้าเวที ก็กลับมามีชีวิต ขยับเขยื้อนอีกครั้ง และส่งเสียงร้องไปตามเพลง และเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน คุณแม่มองหน้าบอสหนุ่ม ยักคิ้วให้ ก่อนจะพยักหน้าชวนให้เขาตามขึ้นไปบนเวที โดยที่จากตรงที่บอสยืนอยู่ มันถูกแหวกเป็นทางเอาไว้ เพื่อให้เขาเดินไปถึงที่เวทีได้โดยสะดวก


แต่บอสส่ายหน้าปฏิเสธ คุณแม่นั้นยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ว่าอะไร เลิกคิ้วขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะแตะมือไปบนใบหน้าของหนุ่มผมยาวทั้งสองคน ที่ตอนนี้มาดแมน เมื่อทั้งสองขยับเข้าใกล้ทำท่าจะหอมแก้มทั้งสองข้างของคุณแม่ บอสหนุ่มไม่อยากเห็นภาพนั้น จึงหลับตาลงในทันที


เสียงเพลงหายไป บอสหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น เขาเองรู้สึกวูบวาบไปมา คล้ายๆกับว่าตัวเองเพิ่งเดินทางจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ตอนนี้เบื้องหน้าของบอส มีโซฟาสีขาวสะอาดตาที่เห็นบนเวที พร้อมทั้งคุณแม่ในชุดสูทขาว ที่ตอนนี้ผมตัดสั้นนั้น กลายมาเป็นผมสีบลอนด์หยิกยาวลงไปจนถึงกลางหลัง ดูเป็นลอนสวยงาม


พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูใจดีอย่างน่าประหลาด ที่มองตรงมาที่บอสหนุ่ม เขามองไปรอบๆห้อง มันเป็นห้องที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออก ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง แล้วเขาเข้ามาในนี้ได้ยังไง แล้วเวที และผู้คนที่กำลังเต้นรำหายไปไหนหมด

 

ที่นี่ที่ไหน เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” บอสหนุ่มอดไม่ได้ ที่จะถามคำถามที่ยังค้างคาใจนั้นออกไป “อยู่ที่ไหน ก็อยู่ในห้องสีขาวยังไงล่ะ ถามได้” บอสหนุ่มสะดุ้งจนสุดตัว ก้าวเท้าถอยหลังไปสองสามก้าว เมื่ออยู่ๆเขาก็เห็นคุณแม่ที่ใครๆเรียกกันมายืนจนชิด ทั้งๆที่เมื่อครู่เขาเห็นยังนั่งอยู่บนโซฟาที่ห่างออกไปตั้งไกล ถ้าจะเดินมาตอนที่เขาไม่ได้มอง แล้วเสียงฝีเท้าล่ะ ทำไมเขาถึงไม่ได้ยินเลย


“ไม่ หมายถึง ที่นี่ มันคือที่ไหน แล้วคุณเป็นใคร” คุณแม่ทำหน้าเบื่อหน่ายกับคำถามที่บอสเค้นเสียงดุดัน ตามที่คุ้นเคยในการออกคำสั่งกับพนักงานในบริษัทฉันคือเกย์แฟรี่” คุณแม่ตอบออกไปเหมือนกับว่า มันจะไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้บอสหนุ่มยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ กับการที่ได้ยินว่า แท้ที่จริงแล้ว คุณแม่คือเทพธิดาเกย์ คอยปกปักษ์ช่วยเหลือเพศทางเลือกอย่างไม่ต้องสงสัย


“ว่าไงนะ” เสียงตะโกนลั่นของบอสหนุ่ม ฟังดูดัดๆไปทางผู้หญิงไม่น้อย เพราะแม้แต่บอสที่เป็นเจ้าของเสียงเอง ยังฟังแล้วตกใจ ยกมือขึ้นปิดปากในทันที “ฮิๆ” เกย์แฟรี่ แอบหัวเราะ เมื่อได้ยินเสียงพูดแปร่งเพี้ยนไปจากท่าทางที่บอสหนุ่ม พยายามทำให้ตัวเองดูมาดแมนแบบนั้น “อยู่ในเกย์เวิร์ด โลกของชายรักชาย หญิงชอบหญิง ก็แบบนี้แหละนะ เสียงพูดเลยเป็นไปตามจิตใจที่มี” คุณแม่เอียงคอมองบอสหนุ่มด้วยสายตาเอ็นดู


แต่ผมไม่ใช่เกย์ ผมไม่อยากอยู่ที่นี่ แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง คุณต้องพาผมออกไป เกย์พวกนี้ด่าว่าผู้ชายผู้หญิงอย่างน่าเกลียด จงใจใช้คำพูดเกลียดชังอย่างโหดร้าย ทำลายน้ำใจกันจนเกินไปแล้ว เร็ว ผมออกคำสั่งให้คุณพาผมออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้” บอสทำท่าทีเดือดดาลใส่คุณแม่เกย์แฟรี่

 

“แล้วให้เธอกลับไปในโลกที่เธอด่าพวกเกย์ที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้เธอ และเธอก็ไม่ได้ลำบากอะไร กับการเป็นเกย์ของพวกเขาน่ะหรือ ไม่เอาน่า อย่าพูดอะไรที่มันน่าตลกแบบนั้นหน่อยเลย” เกย์แฟรี่ส่ายหน้า พร้อมกับยกนิ้วชี้ส่ายไปมา ห้ามไม่ให้บอสพูดเรื่องอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้


อยู่ในโลกนี้แหละดีแล้ว ที่นี่หนุ่มๆออกจะหล่อ ออกจะล่ำ เธอต้องชอบแน่ๆเลย” เกย์แฟรี่พูดต่อ มองหน้าที่หดลงเหลือไม่ถึงหนึ่งนิ้ว ที่มันช่างต่างจากอีโก้หรือความทนงตัวของบอสหนุ่มที่ทำเหมือนมีใช้แบบไม่มีวันหมดอย่างสิ้นเชิง


“ไม่ ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้ ผมไม่ใช่เกย์ ผมชอบผู้หญิง” บอสตะโกนประท้วงจนลั่น คุณแม่เกย์แฟรี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ “ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ เธอก็เป็นพวกสเตรท หรือพวกแพร่พันธุ์ทางเพศในโลกของเกย์ก็ได้ ก็แค่ทนการโดนประณาม ดูถูก และเหยียดหยามให้ได้ แค่นี้ชีวิตของเธอก็จะมีความสุขแล้ว” เกย์แฟรี่พยักหน้ายืนยันคำพูดของตัวเอง แต่บอสหนุ่มเถียงว่า มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงกัน


ไงล่ะ พอได้ลองมากินยาขมของตัวเองดูบ้าง ไม่สนุกนักใช่ไหม” เกย์แฟรี่ถามบอสหนุ่มอย่างเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลกขบขันอย่างมาก เมื่อบอสดูทุรนทุราย และดิ้นรนในสิ่งที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ กลายเป็นคนที่โลกแห่งนี้ สั่งไม่ให้มีปากมีเสียง ดุจดังบอสหนุ่มกำลังประท้วง เรียกร้องความเท่าเทียมให้กับชายรักหญิงยังไงยังงั้น


“ผมไม่ยอม ไม่เอาแบบนี้ ในเมื่อชีวิตผมไม่มีใครที่ใกล้ชิดเป็นเกย์เลยสักคน ไม่เอานะ ผมรับไม่ได้ ชีวิตที่มีแต่ความทุกข์จากคนอื่นที่ไม่ใช่แม้แต่จะเป็นญาติกัน ปล่อยผมไป ผมขอร้อง ไม่เอาแล้ว ไม่เอา” บอสหนุ่มวิ่งวนไปทั่วทั้งห้องสีขาวนั้น แตะไล่มือไปจนทั่ว แต่ไม่มี มันไม่มีทางออกให้เขาเห็นเลย


แน่ใจแล้วหรือ เรื่องที่ไม่มีใครใกล้ชิดเป็นเกย์น่ะ” วิ่งๆอยู่ บอสก็เห็นเกย์แฟรี่เข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆจนได้ บอสทำหน้านึก ก่อนจะส่ายหน้าบอกว่ายังไงก็ไม่มี “คิดดูดีๆ คิดใหม่ อ้ะ ให้โอกาสอีกครั้ง” เกย์แฟรี่ถามด้วยอาการนึกสนุก เพราะท่าทางของบอสหนุ่มก็ตลกมากอยู่เช่นกัน


“ไม่มี ไม่มีจริงๆ ผมผู้ชายทั้งแท่ง ไม่เคยคบเกย์ ไม่มีเพื่อนเป็นเกย์ อย่ามาหลอกผมเสียให้ยาก ไม่มีทาง ไม่มีวัน” เกย์แฟรี่ฟังแล้วก็ไม่มีทางเลือก นอกจาก “มา งั้นเรามาดูกัน” ว่าแล้ว อยู่ๆภาพตรงหน้าของบอสหนุ่มก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว


All you need is your own imagination

ขอเพียงแค่มีจินตนาการสักนิด แค่นั้นที่ต้องการ

So use it, that’s what it’s for

ใช้มัน เพราะมันทำหน้าที่นี่โดยตรง

(that's what it's for)

เชื่อเถอะ มันเป็นไปแบบนี้แหละ

Go inside, for your finest inspiration

ลงลึกเข้าไปให้ถึงด้านในใจ ที่ที่มีแรงใจดีดีซ่อนอยู่

Your dreams will open the door

และความฝันที่มี จะปลดปล่อยทุกอย่าง

(open up the door)

และมันจะเปิดตาให้รู้จักความเป็นคน


นี่มันที่ไหนเนี่ย” บอสถามออกไปเบาๆ เพราะตอนนี้เขามายืนอยู่ในห้องรับแขก แต่มันเป็นบ้านของใคร บอสหนุ่มไม่รู้ “ทางนี้” เสียงเรียกดังเบาๆมาจากชั้นสอง บอสหนุ่มชะโงกหน้าไปมอง ก็เห็นเกย์แฟรี่ทำยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รีบเรียกให้บอสขึ้นตามไปเร็วๆ บอสหนุ่มอยากจะไปจากที่นี่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะทำตามที่เกย์แฟรี่บอก


เขาขึ้นไปจนถึงด้านบน บนโต๊ะที่หน้าห้อง มีกรอบรูปตั้งเอาไว้ และภาพในนั้นก็คือ ภาพของคุณวิชัย ผู้จัดการของบริษัทนั่นเอง เกย์แฟรี่โบกมือเรียกให้บอสเดินไปที่ห้องนอนใหญ่นั้น บอสหนุ่มส่ายหน้า แต่เท้ากลับก้าวไม่หยุด ประตูห้องนอนเปิดออก แสงไฟจากห้องน้ำส่องมา


ไม่จริง” ภาพที่บอสหนุ่มเห็น เมื่อมองลอดผ่านช่องของประตูที่แง้มอยู่ก็คือ ร่างด้านหลังที่เปลือยเปล่าของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ไม่ใช่ลูกชายของเจ้าของบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน กำลังหย่อนตัวลงไปในอ่างอาบน้ำ ที่ในนั้น คุณวิชัยนอนรอพร้อมรอยยิ้มอย่างพอใจอยู่ก่อนแล้ว


“ไม่ เขาเป็นผู้จัดการที่บริษัทผม เขาตีกอล์ฟกับผมออกจะบ่อย ไม่ เขามีเมีย มีลูกแล้ว ทำไม” บอสหนุ่มหันไปมองเกย์แฟรี่อย่างไม่เข้าใจ “ยังมีอะไรที่เธอไม่รู้อีกเยอะ แล้วอีกอย่าง เธอมองความชอบ `จริงๆ` ของคนอื่นออกด้วยตาเปล่าได้หรือ คนเรา หลอกกัน พูดโกหกกันทุกวันนั่นแหละ” เกย์แฟรี่พูดไปก็หัวเราะไปด้วย


ยังมีอีก” แล้วภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้บอสเห็นตัวเองยืนอยู่ในห้องแต่งตัวของบริษัท โดยมีเกย์แฟรี่นั่งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง โดยมีชายหนุ่มคนหนึ่ง นั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้ากระจกนั้น “คุณไพบูลย์” บอสหลุดปากเรียกชื่อหนึ่งในกรรมการบริษัทออกไป แต่คุณไพบูลย์ไม่ได้หันมามองแต่อย่างใด เหมือนไม่ได้ยิน และไม่รู้ว่าบอสกำลังยืนมองเขาอยู่จนใกล้ คุณไพบูลย์ที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้นั้น ยิ้มให้กับตัวเองในกระจก ปากก็พึมพำซ้ำไปซ้ำมาว่า `ในที่สุดๆ ฝันก็เป็นจริง` แล้วคุณไพบูลย์ก็ลุกขึ้นยืน ผ้าขนหนูที่คลุมขาทั้งสองข้างของเขาอยู่ ก็ตกไปกองบนพื้นห้อง

 

อ๊าก” บอสหนุ่มร้องออกมาดังลั่น เพราะตอนนี้คุณไพบูลย์กำลังยืนบิดซ้ายบิดขวา พร้อมกับชื่นชมถุงน่องตาข่ายสีแดงสด ที่เขาสวมอยู่ กับการที่รอคอยคอลเล็คชั่นใหม่ให้ส่งมาถึง และตอนนี้คุณไพบูลย์ก็เป็นเข้าของถุงน่องเซ็ทนี้อย่างสมใจแล้ว “สวยดีออก เนอะ ว่าไหม” เกย์แฟรี่ยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ


“แต่ฉันว่าเขาเหมาะกับสีเข้มๆมากกว่านะ หรือเธอว่าไง” เกย์แฟรี่ทำหันมาถามความเห็นจากบอสหนุ่ม ที่ตอนนี้กำลังสับสนในชีวิตอย่างที่สุด “เขาช่วยผมด่าพวกเกย์ทุกครั้งเลย” บอสหนุ่มยืนยันความจริงนั้น “แล้วเธอจะให้เขาทำยังไง ยอมให้ตัวเองกลายมาเป็นเป้าความเกลียดชังเสียเองน่ะหรือ ฮึ เด็กอนุบาลประถมอมมือยังรู้ดีเลย เธอนี่ก็” บอสหนุ่มตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเขาอย่างสุดใจ


ทำไม ผมไม่เคยรู้มาก่อน” บอสอยากจะหาคำอธิบายนี้ “มันก็เหมือนกับที่เกย์ต้องเจอนั่นแหละ ในทางกลับกัน พวกชายหญิงก็อยู่ล้อมรอบตัวเขาเต็มไปหมดเช่นกัน เพียงแต่มันไม่ได้มีผลอะไรกับพวกเขา นอกจากความกังวลที่พวกเขากลัวว่าจะได้รับ การยอมรับ” บอสหนุ่มพูดไม่ออก เกย์แฟรี่จึงพูดต่อ


“เพียงแต่คนอย่างเธอ ที่บอกว่าตัวเองปกติ แต่เต็มไปด้วยความโกรธเคือง เพียงเพราะใครบางคนชอบไม่เหมือนกับตัวเธอ ตอนนี้ เธอคงต้องถามตัวเองแล้วล่ะ ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น” เกย์แฟรี่พูดจบ บอสหนุ่มก็ได้ยินว่า ไปกันต่อนะ

 

นี่มันบ้านน้องชายของผมนี่” เกย์แฟรี่พยักหน้า บอกว่าใช่ บอสหนุ่มรีบเดินผ่านห้องรับแขก ก่อนจะตัดไปที่ห้องนอนด้านหลังบ้าน เพราะน้องชายของเขายังโสด บอสหนุ่มบอกตัวเอง จึงเลือกซื้อบ้านแบบชั้นเดียว บอสหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของน้องชาย


น้องของบอสนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เสียงที่ดังออกมาจากลำโพงบอสบอกได้เลยว่า น้องชายของเขากำลังดูหนังแบบพิเศษอยู่ แต่ภาพบนหน้าจอ ก็ทำให้บอสโล่งอกไปได้ เมื่อมันเป็นภาพครึ่งตัวของสาวสวย ทรงโต ที่อยู่บนตัวชายหนุ่มร่างกำยำนั้น เกย์แฟรี่บอกว่า อย่าเพิ่งด่วนดีใจไปนัก


 เฮ้ย” แล้วกล้องก็แพนไปที่ร่างกายท่อนล่างของหญิงสาวผมยาว สวยตู้มคนนั้น ว่ามีทุกอย่าง ไม่ต่างอะไรจากผู้ชายร่างโต กล้ามเป็นมัดๆที่อยู่ในภาพวิดีโอด้วยกัน แล้วน้องชายของบอสหนุ่มก็หันไปหา สาวสวยคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ก่อนที่ทั้งสองคนจะดูวิดีโอนั่นด้วยกัน เสียงน้องชายของบอสบอกว่า อยากได้แบบในวิดีโอ สาวสวยคนนั้น ที่ลูกกระเดือกใหญ่กว่าของน้องชายของบอสเสียอีก ก็ลุกขึ้นค่อยๆเปลื้องผ้าออก บอสหันไปขอร้องให้เกย์แฟรี่พาเขาออกไปจากที่นี่ “ได้โปรดๆ ขอร้องล่ะ” เสียงหัวเราะของเกย์แฟรี่ ดังประสานกับเสียงร้องอย่างโหยหวนของบอสหนุ่ม เมื่อชั้นในของคนที่ควรจะเป็นสาวสวยให้หมดทั้งตัว กำลังจะหลุดออก


It makes no difference if you’re black or white

มันไม่มีความแตกต่าง จะขาวดำแดงเหลือง

If you’re a boy or a girl

ไม่จำเป็นต้องคิด ว่าจะเป็นหญิงหรือชายทั้งนั้น

If the music’s pumping it will give you new life

หากสิ่งที่ใส่เข้าไปในชีวิต มันดีพอ และทำให้ชีวิตดีดังใจ

You’re a superstar, yes

ใครใครก็ทำได้ ดีเสียอีก ไม่ได้ลำบากคนอื่นเขา

That’s what you are, you know it

ถ้าทำได้จริง ก็เยี่ยมยอด รู้กันแล้วใช่ไหม


อ๊าก” เสียงร้องของบอสหนุ่มดังแข่งกับเสียงเพลงที่กำลังดังอย่างต่อเนื่อง ภาพของเกย์แฟรี่ ยืนอยู่ที่บนเวทีนั่น โดยมีหนุ่มๆทั้งหลายส่งเสียงเชียร์และเต้นรำไปด้วยอย่างสนุกสนาน ที่บนเวที หนุ่มผมยาวสองคน ตอนนี้คนหนึ่งมีหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่จนเสื้อเชิ้ตที่ใส่อยู่แทบจะปิดเอาไว้ไม่มิด พร้อมกับหนวดเคราที่เขียวครึ้มบนใบหน้า


ส่วนอีกคนนั้น มีกล้ามหน้าอกอย่างหนุ่มๆเล่นกล้าม แต่เอวคอดกิ่ว สะโพกโค้งเว้ายั่วเย้า พร้อมกับใบหน้าที่สวยหวานอย่างคนเข้าประกวดนางงามบนเวทีต่างๆ บอสหนุ่มตอนนี้กำลังมึนงง กับการได้รับข้อมูลที่ใหม่มากสำหรับเขาเข้ามาในสมอง

 

Come on, vogue

เอาน่า เริ่มต้นใหม่จากตรงนี้

Let your body move to the music

ลองให้ตัวเองขับเคลื่อนความคิดดีดีในตอนนี้

Hey, hey, hey (move to the music)

มา มา มา คิดดี ไปด้วยกัน

Come on, vogue

พร้อมนะ ทันสมัย ไม่แตกแยก

Let your body go with the flow

ปล่อยให้ล่องลอยไปกับความยินดี

(go with the flow)

ไปกับความปรีดานั้น

You know you can do it

เมื่อทำได้ ต่างฝ่าย ก็เป็นสุขอย่างแท้จริง

 

มาสิ ขึ้นมาบนเวทีด้วยกัน อย่าเครียดไปเลยน่า ใครเขาจะเป็นยังไง มันทำให้ชีวิตของเธอหยุดชะงัก เดือดร้อนหรือไง” เกย์แฟรี่พูดกับบอสหนุ่มมาจากบนเวที แต่ไม่มีใครสนใจ ทุกคนต่างรื่นเริงไปกับจังหวะของดนตรีนั้น

 

“คนที่มีปัญหา อาจจะไม่ใช่พวกเกย์ที่เธอรังเกียจแล้วล่ะ มันน่าจะเป็นเธอมากกว่า ที่ดันมีปัญหากับความเป็นชายรักหญิงของตัวเอง เฮ้ ฉันไม่ได้บอกว่าเธอเป็นเกย็ไปด้วยหรอกนะ ถ้าเธอจะเปลี่ยนไปเพราะมีพวกเขาอยู่ในชีวิตก็อีกเรื่อง แต่ถามหน่อยเถอะ ในเมื่อเธอไม่เคยรู้เลยว่าเกย์พวกนี้อยู่ใกล้ชิดกับเธอมาโดยตลอด แต่เธอก็ยังหม้อสาวๆได้อยู่ ส่วนหนุ่มคนไหนจะไปหม้อหนุ่มด้วยกัน ฉันคิดว่าเธอเองก็น่าจะปล่อยให้มันเป็นไปได้นะ” เกย์แฟรี่ตั้งข้อสังเกต แต่บอสไม่เห็นด้วย


แต่ผมไม่ได้ทำอะไรทุเรศๆบนเตียงอย่างที่พวกทุเรศนี่ทำ ดังนั้นอย่าเอาผมไปรวมกับคนพวกนี้ มันน่าสะอิดสะเอียน ขยะแขยงมากจะตายไป แค่คิดก็จะอ้วกแล้ว” แล้วภาพด้านหน้านั้นก็เปลี่ยนกลับไปเป็นภาพห้องสีขาวอีก


“อีกแล้วหรือ ไม่เอานะ” เสียงดนตรีหายไป เหลือเพียงห้องที่ดูไปแล้วไม่มีทางออก เกย์แฟรี่ได้แต่ยิ้มๆ จ้องตากับบอสหนุ่ม ที่เขาเองก็จ้องตอบกลับไปอย่างไม่ลดละ จนคุณแม่เกย์แฟรี่มั่นใจว่า บอสหนุ่มไม่เปลี่ยนใจ และยืนยันคำพูดขอตัวเองแน่แล้ว จึงดีดนิ้วขึ้นหนึ่งที แล้วทั้งสองคนก็มายืนอยู่ที่ห้องชุดสุดหรูของบอสเอง


นี่มันห้องผม” ก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไรต่อ ชายหญิงสองคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่บนเตียง ก็ส่งเสียงครางระรัวมาให้ได้ยิน บอสหนุ่มหน้าชาขึ้นมาในทันที เมื่อผู้ชายที่อยู่บนเตียงกับผู้หญิงคนนั้นคือตัวของเขาเอง “พอแล้ว” บอสสั่งเสียงสั่น


“บอกให้หยุดไง” ได้แต่หันไปมองเกย์แฟรี่ ที่กำลังยืนมองเล็บตัวเองอยู่ ราวกับว่ามันน่าสนใจมากกว่าบนรักอัศจรรย์ตรงหน้าของบอสหนุ่มเป็นไหนๆ ก่อนที่เสียงของหญิงสาว ที่ห้ามจะดังลั่นให้ได้ยิน เกย์แฟรี่มองหน้าบอสหนุ่มที่พูดไม่ออก กับการได้มายืนมองดูสิ่งที่ตัวเองทำเอาไว้ เมื่อเขากดตัวเข้าหาหญิงสาว แทรกผ่านอวัยวะของตัวเองเข้าไปด้านหลังของเธอ


เอาน่า ถ้ามันจะทำให้เธอรู้สึกปึ๋งปั๋ง ดึ๋งดั๋ง ก็ไม่มีใครเขาว่าอะไรหรอก แม้ว่ามันจะดูน่าขยะแขยงไปหน่อยนะ นั่นน่ะ ผู้หญิง ข้างหน้าก็มี หรือไม่คราวหลังก็เลือกคนที่จะเล่นด้วยกับเธอด้วยก็แล้วกัน จะเหมาะกว่า” เกย์แฟรี่ยิ้มอย่างดูถูกบอสหนุ่ม


“เธอนี่นะ ถ้าเธอเป็นคนทำเอง ก็ไม่น่าทุเรศใช่ไหมล่ะ ไม่น่าขยะแขยงด้วย จริงไหม” นั่นเหมือนเป็นการตบหน้าบอสหนุ่มเข้าอย่างแรง แบบจังๆ เพราะมันทำให้เขาเถียงเกย์แฟรี่ไม่ออก ได้แต่หลบตา เมื่อเกย์แฟรี่พาเขากลับมาที่ห้องสีขาวนั่นตามเดิม บอสหนุ่มนั่งลงบนโซฟาสีขาวสะอาดนั้น ตอนนี้สีหน้าที่ลดความยโสโอหังลงของบอสหนุ่ม ทำให้เกย์แฟรี่ใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนลง


Beauty’s where you find it

ความงดงามของคน อยู่ในจิตใจอย่างที่เป็น

Not just where you bump and grind it

หาใช่เพียงแค่เบื้องล่าง ขึ้นเตียงกับใคร หรือเพศไหน

Soul is in the musical

จิตวิญญาณมันอยู่ในส่วนดีของชีวิต

That’s where I feel so beautiful

นั่นแหละ ที่ที่คนเรามีความสวยงามแห่งชีวิต

Magical, life’s a ball, so

ความมหัศจรรย์บังเกิด ชีวิตก็แค่นี้

Get up on the dance floor

ออกมาแล้วบอกกันและกันว่า ช่างมัน

 

เอาน่า ความลับของเธอ ปลอดภัยเมื่ออยู่กับฉัน” เกย์แฟรี่พูดปลอบใจบอสหนุ่มออกไป ส่วนบอสหนุ่มไม่รู้ว่าเขาจะตอบอะไรคุณแม่เกย์แฟรี่กลับไป “เธอดูอะไรนี่” แล้วผนังห้องสีขาวก็กลายเป็นสีดำขนาดเท่ากับจอภาพยนตร์ในโรงหนัง


“คนพวกนี้อยู่ด้วยกัน มีทั้งดีและร้าย ฉันไม่ได้จะบอกหรอกนะ ว่าพวกเกย์ดีกว่าเธอ นั่นอีกคน” เกย์แฟรี่ชี้ให้บอสหนุ่มดู กับเกย์ชายแก่ที่นั่งดูภาพโป๊ของเด็กอายุต่ำกว่ากำหนด ก่อนจะชี้ให้เห็นชายชอบหญิงที่เพิ่งก่อคดีข่มขืนเด็กทารก “คนพวกนี้สมควรจะถูกกำจัดทิ้ง ไม่ให้อยู่ในสังคม” เกย์แฟรี่อธิบาย บอสหนุ่มนั่งฟังไป พร้อมภาพที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ


Come on, vogue

มาเถอะ ทันสมัยหน่อย

Let your body move to the music

เปิดใจรับเขา ให้เขาเปิดใจรับเรา

Hey, hey, hey (move to the music)

ล้อมลงเข้ามา ต่างเกิดมาไม่ต่างกัน

Come on, vogue

ถึงเวลาแล้ว ความคิดดีดี

Let your body go with the flow

ให้ไหลเข้าไปสู่สังคมที่อยู่รวมกัน

(go with the flow)

อย่าให้ห่างเหิน เกลียดชัง

You know you can do it

เชื่อเถอะ เราทำได้กันทั้งนั้น


นี่ๆๆ คนนี้ คุณพ่อลูกหนึ่ง ที่คืนเงินให้กับเข้าของ เงินเป็นล้านเลยนะ แต่เขาเลือกที่จะทำความดี” บอสมองเห็นนอยยิ้มที่ฉายออกมาจากสองพ่อลูกนั่น “หรือว่าเกย์หนุ่มน้อยคนนี้ ที่กระโดดลงไปในน้ำเพื่อช่วยชีวิตหญิงชราคนนั้น” ภาพของหนุ่มสวยผมยาว กระโจนลงไปดึงตัวหญิงสูงวัยขากการจมน้ำ


“เราต่างต้องเข้าไปอยู่ในโลกของกันและกันอยู่เสมอ เธอปฏิเสธไม่ได้หรอก เพราะเธอก็รู้ดีว่า วันนี้คนที่ชงเหล้าแก้วโปรดที่เธอชอบ อาจจะมีเมียหรือมีผัวเป็นผู้ชายก็ได้” บอสถึงกับสะอึกกับความตรงไปตรงมาของเกย์แฟรี่


Vogue (vogue)

สิ่งดีดี ของสวยงาม

Beauty’s where you find it

ใจที่ยินดี เจอได้ในทุกตัวคน

(move to the music)

ให้เป็นไปอย่างที่เป็น

Vogue (vogue)

สมัยนี้ เลิกได้แล้ว ความชิงชัง

Beauty’s where you find it

ความงามในชีวิต มีได้

(go with the flow)

ไม่ว่าใครทั้งนั้น

 

อ้อ พนักงานสาวสวยคนใหม่ของบริษัทเธอ” บนจอนั้น ปรากฏภาพของหญิงสาวแสนสวย ที่นั่งลงข้างๆสาวสวยอีกคน และเริ่มจูบกันอย่างเร่าร้อนรุนแรง “อ้อ เธอไม่มีสิทธิ์ร่วมด้วยหรอกนะ สองคนนี้ เลส ขนานแท้ ตัวเป้งเลย” เกย์แฟรี่ค้อนบอสหนุ่มเข้าให้ จนบอสต้องพยายามเบี่ยงตัวเองให้พ้นจากสายตาของเกย์แฟรี่ เมื่อถูกจับได้ว่า เขากำลังเกิดอารมณ์และแข้งตัวขึ้น จากการเห็นภาพสาวสองคนจูบกัน “ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย” บอสหนุ่มยังดันทุรังแก้ตัวออกไปจนได้ แต่ก็ต้องก้มหน้ายอมรับว่า เขาเองรู้สึกแบบนั้นจริงๆ


แล้วผมจะต้องทำยังไง ถึงจะออกจากที่นี่ได้” เกย์แฟรี่ยิ้มให้กับตัวเอง เมื่อบอสหนุ่มถามคำถามนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง นั่นหมายถึงหน้าที่และงานของตัวเองนั้น ใกล้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว “ก็ไม่มีอะไรมากนักหรอก” เกย์แฟรี่พูดยิ้มๆ


“คงไม่ถึงกับให้ผมต้องกลายเป็นเกย์ไปด้วย หรือต้องแสดงความรักออกไปหรอกนะ” บอสหนุ่มไม่วายค่อนขอดเข้าให้ “ไม่ต้องถึงขนาดนั้น” เกย์แฟรี่มองหน้าบอสหนุ่ม ที่มาถึงตอนนี้บอสพยักหน้าแบบตกลงที่จะให้สัญญาและทำตามนั้นแล้ว เกย์แฟรี่จึงให้บอสหนุ่มยกมือขวาขึ้น ก่อนจะพูดต่ออีกว่า


เริ่มต้นจากพนักงานของเธอก่อนก็ได้ คนที่เธอไล่ตะเพิดจนร้องไห้ไปนั่นแหละ มองเขาให้เป็นคน และเป็นคนที่ช่วยงานเธอมาโดยตลอด จนเธอมีทุกวันนี้ได้ ประสบความสำเร็จแบบนี้ เธอไม่ได้ทำได้เพียงตัวของเธอแค่คนเดียว เธอไม่รู้หรอกว่า มีคนที่เธอเหยียบย่ำเขากี่คน ที่เป็นเกย์ และเขาอยู่ในชีวิตของเธอ ช่วยเธอมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง” บทเรียนที่บอสได้เห็นในครั้งนี้ อย่างน้อยก็ทำให้ตอนนี้ บอสหนุ่มมีท่าทีอ่อนลง ในความคิด เมื่อพูดถึงเรื่องความเป็นเกย์ของใครสักคน “ก็แค่นั้น” เกย์แฟรี่พูดจบ บอสก็กลับมาอยู่ที่หน้าเวทีอีกครั้ง


Greta Garbo, and Monroe

อาจจะเป็นคนที่เดินชนวันก่อน

Dietrich and DiMaggio

หรือใครที่มีน้ำใจลุกให้นั่ง

Marlon Brando, Jimmy Dean

คนที่ต่อคิวซื้อตั๋วหนังข้างหน้า

On the cover of a magazine

หรือหน้าสวยสวยบนปกนิตยสาร


บนเวทีคลาคล่ำไปด้วยผู้คน มีคนต่างๆมากมายที่เขารู้จัก คุณวิชัย คุณไพบูลย์ น้องชายของเขา หญิงสาวพนักงานใหม่คนนั้น คนที่เขาเคยรู้จัก เพื่อนสมัยเรียนหนังสือ แม้กระทั่งรูมเมทจากรั้วมหาวิทยาลัย คนเหล่านี้ เป็นคนที่เขารักทั้งนั้น และพอมารู้ว่าพวกเขามีเพศรสที่ต่างไปจากตัวของเขา แต่แปลกที่เขาเกลียดคนพวกนี้ไม่ลง

 

นี่หรือเปล่าที่เรียกว่าความผูกพัน แม้ว่าจะไม่ได้แสดงความรักออกมาอย่างเด่นหรือเห็นได้ชัดก็ตาม แต่มันต้องมีความหมายอย่างใดอย่างหนึ่งในนั้น บอสถึงได้ยังมีคนพวกนี้อยู่ในชีวิต แม้ว่าแน่นอน คำพูดของบอสหนุ่มคนนี้ จะทำร้ายจิตใจคนรอบข้างอย่างมากมาย


Grace Kelly, Harlow, Jean

ชื่อหลากหลาย ต่างไป ใช่ คนเราต่างกัน

Picture of a beauty queen

แต่ภาพที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ สวยงามยิ่งนัก

Gene Kelly, Fred Astaire

ไม่ว่าจะญาติพี่น้อง หรือไม่ ไม่สำคัญ

Sue Sylvester, dance on air

สังคมเดียวกัน ยังไงก็ต้องเจอะเจอกัน


ส่วนคนที่เขาไม่รู้จักหรือคุ้นเคยใดๆ แต่เป็นคนที่เขาพบเจอ ปะปนกันอยู่ในสังคม มากหน้าหลายตา บ้างก็เคยขายของให้เขาจากร้านสะดวกซื้อ บ้างก็กล่าวต้อนรับเขาเวลาเขาเดินทางไปประชุมที่โรงแรม บ้างก็เป็นแค่คนที่เดินสวนทางกัน แล้วก็จากไปตามทางของแต่ละคน


ยังมีคนเหล่านั้นอีก ที่กินอาหารแบบเดียวกับเขา ดูหนังเรื่องเดียวกัน เข้าห้องน้ำในห้างเวลาฉุกเฉินเหมือนๆกัน ภายนอก เรียกได้ว่าหลายๆคน จำนวนมากเลยด้วยซ้ำ ภาพภายนอกคนเหล่านี้ พวกเขาไม่ได้ดูแตกต่างไปจากบอสหนุ่มเลยสักนิด เพียงแต่ด้านในเท่านั้น ความรู้สึกที่อยู่ภายในใจเท่านั้นที่แตกต่างไป

 

They had style, they had grace

ทุกคนล้วนมีทางชีวิต และมีความงดงามส่วนตัว

Rita Hayworth gave good face

แต่มีใครบ้าง อยากจะถูกตราหน้า ไม่ว่าข้อหาใดใด

Lauren, Katherine, Lana too

จะเธอ จะฉัน ไม่ว่าใครทั้งนั้น

Will Schuster, I hate you!

หยุดเถอะ คำด่าทอ ใจเกลียดชัง ทำไปทำไม


บนเวที เนืองแน่นไปด้วยเหล่าบรรดาชายหนุ่มหญิงสาวทั้งหลาย ที่กล้าที่จะเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง ไม่ได้จำกัดตัวเองเอาไว้เพียงแค่ความชอบของคนอื่น และไม่เอามากำหนดว่า สิ่งที่คนอื่นบอกว่าดี หรือถูกใจ มันจะต้องดีหรือถูกใจพวกเขาไปด้วย ถ้าลองพวกเขาใส่ความคิดไปในหัวของคนที่เรียกตัวเองว่าชายจริงหญิงแท้บ้าง

 

ฝ่ายหลังนี้ คงไม่ยอมเช่นกัน แค่ความเข้าใจ แค่นั้นใช่ไหม ความคิดที่วูบเข้ามาในหัวของบอสหนุ่ม ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นไปมองบนเวที คุณแม่เกย์แฟรี่ยิ้มมาให้อย่างใจดี บอสหนุ่มรู้สึกโล่งในอย่างประหลาด ไม่จำเป็นต้องเกลียด บอสเห็นเกย์แฟรี่พยักหน้าให้ เมื่อเขาคิดมาถึงตอนนั้น


Ladies with an attitude

สาวสาว ไม่ว่าจะประเภทหนึ่งหรือสอง

Fellas that were in the mood

หนุ่มหนุ่มไม่ว่าจะกล้ามโตหรืออ่อนนุ่ม

Don’t just stand there, let’s get to it

อย่าเพียงแค่มองแล้ว ปล่อยให้ผ่านไป ลงมือได้แล้ว

Strike a pose, there’s nothing to it

ให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายง่าย อย่างนับ หนึ่ง สอง สาม

 

แล้วบอสหนุ่มก็เห็นเกย์แฟรี่กวักมือเรียกเขาให้ขึ้นไปที่บนเวที เขาลังเล เมื่อมองเห็นบรรดาชายหนุ่มหญิงสาวที่เป็นเกย์และเลสเบี้ยนอยู่เต็มเวทีไปหมด เขายอมรับว่าอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวสักพัก เพื่อให้เขาเปิดใจได้มากกว่านี้ ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงคุณแม่เกย์แฟรี่ดังผ่านเข้ามาในความคิด


`ปล่อยใจให้เป็นอิสระ` บอสหนุ่มพยักหน้าช้าๆ อย่างน้อยเขาคงจะต้องเริ่มทำใจให้ยอมรับคนที่เขารัก อย่างเช่นน้องชายของตัวเอง และเจ้าสาวในอนาคตของน้อง ที่อาจจะมีลูกกระเดือกโตกว่าทั้งของเขาเองและของน้องชายก็เป็นไปได้


Vogue

วันใหม่

Vogue

คนใหม่

Vogue

ใจใหม่


บนเวที คุณแม่เกย์แฟรี่เป็นผู้ที่ไม่ว่าใครก็ชื่นชอบ ตอนนี้ผมหยิกยาวสีทองหายไปแล้ว เหลือเพียงชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่แต่งตัวตามธรรมดา เหมือนคนอื่นๆทั่วไป เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขาดปลายสีซีดๆ ดูไม่แตกต่างอะไรจากใครทั้งนั้น


พอบอสหนุ่มก้มลงดูตัวเอง ชุดสูทตัดเนี้ยบของเขากลับมาแล้ว รอยอาเจียนที่กระเด็นโดนเสื้อ เมื่อเขาเข้าไปในห้องน้ำ ยืนยันว่า เขาไม่ได้บ้าไปเองหรือฝันไปอย่างแน่แท้ แล้วบอสหนุ่มก็เห็นพนักงานชายที่เขาด่าเสียไม่เหลือดี ที่บนเวทีนั้น ใบหน้าของเขาดูเศร้านิดๆ แต่บอสยืนยันว่า เขาจะเปลี่ยนไป และชดเชยเรื่องที่เขาทำไม่ดีนี้ให้

 

Vogue

คืนวันใหม่ใหม่


บนเวที จากที่เคยมีคนมากมายบนนั้น ต่างก็เริ่มเดินไปอยู่ด้านหลังของเกย์แฟรี่ และหายกันไปทีละคนๆ คุณแม่เกย์แฟรี่มองตรงมาที่บอสหนุ่ม เสียงเพลงดังเป็นจังหวะสนุกสนาน แต่แผ่วเบาลง บอสรู้สึกว่าเขาดีใจอย่างประหลาดที่กำลังจะกลับไปในโลกที่เป็นของเขาเอง และจะไม่เข้าไปก้าวก่ายโลกของคนอื่นอีก


ด้วยความเคารพในสิทธิ์ของกันและกัน คุณแม่เกย์แฟรี่ยิ้มกว้างให้เขา ก่อนที่จะทำหน้าเจ้าเล่ห์ เมื่อมีหนุ่มๆสามคน เดินลงเวที และกำลังตรงไปหาบอสหนุ่ม ที่ตอนนี้เหลือยืนอยู่ที่ด้านล่างนั้นเพียงคนเดียวเท่านั้น บอสหนุ่มส่ายหน้า เมื่อสายตาหวานเยิ้มของทั้งสามหนุ่ม เกินกว่าที่จะต้านทานได้ ก่อนที่บอสหนุ่มจะตกใจกลัว จนหัวใจวายไปเสียก่อน คุณแม่เกย์แฟรี่ก็เป่าลมออกจากปาก และทุกอย่างตรงหน้ารวมถึงสติของบอสก็ดับวูบลง


โอ๊ย ปวดหัวแทบระเบิด” บอสหนุ่มครางออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อเงยหน้าขึ้นมาจากหมอน ที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายผสมกับเหงื่อของเขาเอง ยิ่งมีกลิ่นอาเจียนลอยขึ้นมาร่วมด้วย ยิ่งทำให้อาการปวดหัวที่แทบจะฆ่าเขาแย่ไปกันใหญ่ บอสหนุ่มมองไปรอบๆห้อง จำได้แล้วว่าเป็นห้องชุดของตัวเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่ากลับมาถึงที่ห้องของเขาเองแบบนี้ได้ยังไง


“ฝันบ้าอะไรวะ น่ากลัวเป็นบ้าเลย” แต่มันช่างชัดเจนดีเหลือเกิน แถมยังจำได้ทุกเรื่องเสียอีก “ไหนบอกว่าคนเราจำความฝันได้ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ไงวะ” บอสหนุ่มลากสังขารลงจากที่นอน ก่อนจะปล่อยให้น้ำเย็นๆจากฝักบัวช่วยให้ร่างกายตื่นเร็วขึ้น นึกถึงกาแฟดำเข้มๆ ที่น่าจะทำให้เขาสร่างเมาลงได้


Ooh, you’ve got to

ง่ายง่าย ก็แค่ทำตามนั้น

Let your body move to the music

ให้ตัวเราอยู่เหนือความชิงชังทั้งหลาย

 

เราเริ่มประชุมกันเลยแล้วกัน” ที่ห้องประชุม ทุกคนมองไปที่เก้าอี้หัวโต๊ะ แต่มันยังว่าง ไร้คนนั่ง พอทุกคนเห็นว่าสายแล้ว และบอสยังไม่มา คุณวิชัยจึงสั่งเริ่มการประชุม โดยหันไปพยักหน้าให้พนักงานชายคนที่โดนบอสไล่ตะเพิดเมื่อวานนี้ ขึ้นนำเสนอได้เลย


“รออีกนิดก็ไม่ได้นะ” ประตูห้องประชุมเปิดออก พร้อมกับบอสหนุ่มเดินเข้ามา พนักงานชายคนนั้นแทบจะทรุดลงกับพื้น ตัวสั่นงันงกไปหมด “คุณสาวิตรีของแกแฟเข้มๆให้ผมด้วย” คุณสาวิตรีเลขาของบอสพยักหน้ารับ สบตากับพนักงานชายที่เธอไปพูดปลอบอยู่นาน พยักหน้าให้เป็นความหมายว่าให้เข้มแข็งไว้ พนักงานชายยิ้มแห้งๆ กลัวจนจับใจ

 

ถึงไหนกันแล้ว” คุณวิชัยกับคุณไพบูลย์บอกให้พนักงานชายคนนั้นเริ่มต้นได้เลย ภายนอกห้องประชุมทุกคนเป็นกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุมนั้น พวกที่ไม่ได้เข้าร่วม ก็ห่วงว่า งานนี้พนักงานชายคนดังกล่าว ต้องตกงานเป็นแน่แท้ ยิ่งโดนเล่นงานจากเรื่องส่วนตัวด้วยแล้ว ไม่ต้องห่วงเลยคราวนี้ ว่าเละยิ่งกว่าโจ๊กแน่ๆ ผ่านไปเป็นชั่วโมง ประตูห้องประชุมเปิดออก ทุกคนด้านนอกหันไปมองเป็นตาเดียวกัน แล้วก็ต้องช็อกเมื่อเห็นบอสเดินออกมาพร้อมกับพนักงานคนนั้น จับมือพูดแสดงความยินดี กับผลงานที่เขานำเสนอได้อย่างยอดเยี่ยม

 

“ตั้งใจทำงานนะทุกคน” บอสยิ้มร่าเริง เพราะมันไม่ได้ยากอย่างที่คิด กับการทำดีกับใครสักคน เมื่อเห็นในความสามารถของเขา โดยไม่เกี่ยงว่าชีวิตส่วนตัวที่ไม่มีผลกระทบกับงานจะเป็นยังไง


Ooh, you’ve got to just

มาเถอะ ง่ายง่าย ไม่ยากอะไร

Let your body go with the flow

แค่ทำให้ใจของเราชื่นชมกับชีวิต


วันนี้เหนื่อยชะมัด เมื่อคืนดื่มอะไรเข้าไปมั่งวะ สงสัยจะหลายขนานเกิน วันนี้ถึงได้น่วมขนาดนี้นะเรา” บอสหนุ่มกลับมาถึงห้องชุด เพราะอยากจะนอนหลับให้เต็มตื่นสักหน่อย เพราะรู้สึกว่าเมื่อคืนแทบจะไม่ได้นอนเลยยังไงไม่รู้


“กลับมาแล้วหรือ” บอสตกใจจนแทบจะร้องกรี๊ดออกมา เมื่อเสียงทักนั้นดังมาจากห้องนอนของเขา พอเปิดเข้าไป ก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสัน เนื้อตัวเปียกชื้นเพราะเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ นอนอยู่บนเตียงมองตรงมาที่บอสหนุ่ม “เฮ้ย เข้ามาได้ยังไง นายเป็นใคร อย่ามาทำทุเรศแบบนี้นะ เลิกนอนโป๊บนที่นอนคนอื่นเสียที” ชายหนุ่มบนเตียงเถียงว่า เมื่อคืนบอสหนุ่มไม่เห็นพูดแบบนี้เลย ในตอนนั้นเอง สายตาแบบนี้ บอสจำได้ว่า นายคนนี้คือหนึ่งในสามคนที่เดินเข้ามาหาเขา ก่อนที่สติของเขาจะดับลง

 

ว้าก” บอสหนุ่มร้องดังลั่น เมื่อเปิดประตูห้องชุดออกไป แล้วเห็นคุณแม่เกย์แฟรี่ยืนอยู่ “ตกลงนี่กูยังฝันไม่เลิกอีกหรือวะ” ตอนนี้บอสหนุ่มร้องตะโกนบอกว่าให้ตัวเองตื่นเสียที “เธอไม่ได้หลับสักหน่อย” บอสส่ายหน้าบอกว่าไม่เชื่อ


“แล้วไหนบอกว่าจะปรองดองกันยังไงล่ะ แล้วนี่อะไร ผมก็ทำดีให้แล้ว ยังไง จะเอาแบบไหนอีก” บอสหนุ่มตะโกนเสียงดัง เพราะเรื่องมันชักจะไม่เข้าเค้าแล้ว “ปรองดองน่ะ มันแน่อยู่แล้ว แต่ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่ามันจะไม่มีบทลงโทษ กับการกระทำเก่าๆของเธอ” คุณแม่เกย์แฟรี่บอกกับบอสหนุ่มด้วยเสียงเรียบๆ บอสปิดประตูห้องใส่ในทันที แต่ปิดเท่าไหร่ก็ปิดไม่ได้ ประตูมันก็เปิดออกอย่างเดิมทุกที

 

เป็นเทพธิดานางฟ้าประสาอะไร ถึงได้กลั่นแกล้งคนอื่นแบบนี้” บอสหนุ่มตำหนิเกย์แฟรี่ในทันที ก่อนจะต้องอ้าปากค้าง เพราะในตอนนี้ภาพของเกย์แฟรี่เปลี่ยนไปในทันที “ใครบอกว่าฉันเป็นนางฟ้า” เขี้ยวทั้งสองที่มุมปาก ดวงตาสีดำไร้ตาขาว หูยาวแหลมบนหัว พร้อมทั้งเล็บคมยาว

 

“ฉันโกหก” แล้วเสียงหัวเราะแบบขบขันก็ดังขึ้น “เธอก็ ช่วงฮาโลวีน บรรดาเองเจิ้ลเขาทำงานกันเสียที่ไหนล่ะ เขาก็ไปพักร้อนกันหมด มีแต่ฉันนี่แหละ เกย์เดวิล ที่ยังอยู่” เกย์เดวิลกัดปลายหางสามเหลี่ยมของตัวเองอย่างรู้สึกอายๆ ที่ความลับแตกเสียแล้ว ไม่น่าเลย


Ooh, you’ve got to just,

ก็แค่นั้น ไม่มากมาย


เอาล่ะ หนุ่มๆ ฝากด้วยนะ ถือว่าเป็นโบนัส ที่มาช่วยงาน” สองหนุ่มที่กำยำล่ำสันยิ่งกว่าคนที่ยืนเปลือยอยู่ในห้องชุดของบอสหนุ่มรับคำ “ครับ นายแม่” สองหนุ่มเดินตามบอสหนุ่มที่เดินถอยหลังหนี “ไหนบอกว่าผมไม่จำเป็นต้องกลายเป็นเกย์ไปด้วยไง” ประตูห้องชุดค่อยๆปิดลง เกย์เดวิลที่กำลังยุ่ง ง่วนอยู่กับการเสก เลือกเปลี่ยนสีรองเท้าบู๊ตให้เข้ากันกับกางเกงตัวใหม่ตอบคำถามนั้นให้บอสหนุ่มได้ยินว่า

 

Vogue!

มาเถอะ


“ก็ไม่ต้องไง แต่สามหนุ่มนี่ใช่ และดูเหมือนพวกเขาจะชอบเธอเอามากๆเลยด้วย ยังไงก็ ขอให้สนุกนะ” เสียงกรีดร้องโหยหวนเงียบลง ตามมาด้วยเสียงอึกอักๆในลำคอ เหมือนมีของใหญ่เข้าไปในปาก ทำให้ไม่ได้ยินเสียงบอสหนุ่มอีก “เพย์ แบ็ค อิส อะ บิทช์” การแก้แค้น ร้ายกาจเสมอ “แฮ็ปปี้ ฮัลโลควีน” และบอสหนุ่มที่กำลังน้ำตาคลอ ด้วยความจุกแน่นจากของใหญ่ๆ ที่แทรกผ่านตัวเข้าไป ก็ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะทิ้งไว้ของเกย์เดวิล

 

 

vogue

jane lynch

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


จินตนาการคนเขียนบรรเจิดมาก หุหุ

บทลงโทษกับการกระทำเก่าๆ มัน... หุหุ

คุณเกย์แฟรี่ไปฮอลิเดย์
มีแต่คุณเกย์เดวิล ที่กัดปลายหางสามเหลี่ยมของตัวเองด้วย กร๊ากกก

โถ บอสขา ในที่สุดก้อ Hallo-Queen จนได้

open-mounthed smile confused smile

#1 By arjinn (58.8.233.89) on 2010-10-31 20:05

แอร๊ย เกย์แฟรี่ เกย์เดวิล เอิ๊กอิบอสคะศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก555555555555555 โล่งอกที่คิดได้แต่กรรมเก่าก็ต้องชดใช้นะคะ เอาให้สาสม 55555555555555555 พวกหลงในเพศพรรค์ตัวเองต้องกลายร่าง ณ บัดนาว

ปล.คืนนี้คืนปล่อยผีนี่นา แอร๊ย.........

#2 By mecon (124.121.39.76) on 2010-10-31 20:16

กรี๊ดดดด เกย์เดวิลทำงานได้สมศักดิ์ศรีจริงๆ
แต่อย่างน้องบอสเขาก็รุ้ซึ้งละนะ
ว่าอย่ามองแต่รสนอยมทางเพศของคน ให้มองที่ความสามารถแทน
เราไม่มีทางรู้ไปซะทุกคนหรอก ว่าใครชอบแบบไหนเนอะ

งานนี้บอสหนุ่มถ้าไม่ขยาด ก็คงติดใจไปเลย
ก๊ากก

#3 By both^^ (125.24.101.246) on 2010-11-01 18:51

ต่อไปก็คงมีสมาชิกเพิ่มอีกคนแล้วสิ

เรื่องนี้ให้ข้อคิดดีอ่ะ

#4 By MaeMoo (110.164.25.154) on 2010-11-03 14:23