* Change: เปลี่ยน
posted on 04 Nov 2010 20:13 by this-is-tlr in ShortStoriesChange: เปลี่ยน
“เหนื่อยกันมาขนาดนี้แล้ว มันไม่สูญเปล่าหรอกค่ะพัฒนะ” ชายหนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก คำพูดให้กำลังใจของกันยารัตน์เป็นเสมือนสิ่งหล่อเลี้ยงใจให้เขามีแรงที่จะสู้ต่อ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา พัฒนะรู้ดีว่า กันยารัตน์นั้นต้องอดทน กล้าหาญ และมุ่งมั่น ที่จะยืนอยู่เคียงข้างเขา ในยามที่ปัญหาและอุปสรรคมากมายรุมเร้า รวมทั้งความท้าทายต่างๆที่ต่างเดินหน้าเข้ามา และทำให้จุดหมายที่ตั้งไว้ดูห่างไกลเหลือเกิน รวมถึงความมุ่งมั่นที่มีภายในใจ ดูละถูกบั่นทอนลงได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อมีกันและกัน ทุกอย่างจึงผ่านมาได้ด้วยดี
“ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าคุณทำได้ยังไง” พัฒนะดึงตัวของกันยารัตน์เข้ามาสวมกอด แล้วจึงเอามือไปรวบประคองเอาไว้ที่ด้านหลังเอวของหญิงสาว “คุณทำให้ผมลุกจากที่นอนได้ในทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ทั้งๆที่ผมอยากจะซุกตัวนอนใต้ผ้าห่มอุ่นๆ โดยมีคุณอยู่ข้างๆต่อ” กันยารัตน์หัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงท่าทางขี้เซาของพัฒนะ แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยอิดออดที่จะลุกขึ้นมาเผชิญงานหนักอีกครั้ง ในแต่ละวัน ที่หน้าที่ผลักดันให้พัฒนะก้าวต่อไปด้านหน้า ไม่สามารถหยุดอยู่เพียงแค่ตรงนี้ได้ จากที่ชายหนุ่มเคยเกลียดวงการนี้ แต่วันนี้ มันคือสิ่งที่เขาทำ มันกลายเป็นชีวิตของเขา
“ถ้าไม่ใช่คุณ ฉันก็ไม่ทำให้เหมือนกันแหละค่ะ” แววตาที่แสดงความรักของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มรู้ดีว่าเขานั้น เป็นผู้ชายที่โชคดีมากแค่ไหน “และอีกอย่าง กับสิ่งที่เราทำร่วมกันมา มันไม่ใช่เพียงแค่เราทำเพื่อตัวเองนี่คะ” พัฒนะมองเห็นแววตาและความมุ่งมั่นที่กันยารัตน์มี ที่เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหน ที่จะมีไฟในการทำงาน และความทุ่มเทให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า มากเท่าที่ได้เห็นจากกันยารัตน์เลย หน้าที่และความรับผิดชอบที่กันยารัตน์รับไปทำ หญิงสาวใส่ใจกับมันในทุกรายละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่า เมื่องานเสร็จลง มันจะเป็นความพอใจที่ทุอย่างสามารถบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้เสมอ
“ยังมีอีกหลายคน ผู้คนมากมายเหลือเกิน ที่จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ จากสิ่งที่เราทุ่มทั้งชีวิตทำเพื่อมันด้วย และฉันภูมิใจในตัวคุณนะคะ พัฒนะ” หญิงสาวรู้สึกขอบคุณชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ ที่เขาไม่ถอดใจ ไม่เดินหนี และไม่ทอดทิ้งเธอไปเสียก่อน กับคืนวันที่แสนยากลำบาก ทั้งกายที่ถูกความเหนื่อยล้า อ่อนแอเข้าทำร้าย และกับจิตใจที่ถูกพายุแห่งความโหดร้าย ความเกลียดชัง ถาโถมกระหน่ำซ้ำเติมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน หลายๆคนเดินจากตรงนี้ไป หลายๆคนร้องไห้ ทรุดตัวลงอย่างหมดแรง แต่พัฒนะยังคงก้าวเดินมากับเธออย่างมั่นคง แม้ว่าแต่ละก้าวที่มีนั้น มันจะหนักจนแทบเดินต่อไปไม่ไหวแล้วก็ตาม
“และคุณก็เป็นผู้ชายคนที่ฉันเคยฝากชีวิตเอาไว้ และยังเชื่อมั่นที่จะทำอย่างนั้นไปตลอดนับจากนี้” กันยารัตน์ยิ้มให้พัฒนะ ชายหนุ่มที่เธอรักและชื่นชม “ขอบคุณนะกันยา ขอบคุณที่คุณเชื่อในตัวผม ผมรักคุณมาก คุณรู้ใช่ไหม” พัฒนะดึงตัวของคนรักเข้ามากอดไว้อีกครั้ง กอดแน่นๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกส่งผ่านจากหัวใจของเขาไปให้กับเธอ กันยารัตน์กอดตอบพัฒนะ มันทำให้เธอทั้งปลาบปลื้มและอบอุ่นได้ในคราวเดียวกัน ทุกอย่างที่เธอทำลงไป เธอรู้ว่ามันจะไม่ใช่แค่ความเหนื่อยแรงเปล่า อย่างที่ใครๆพูดกัน เพราะมันมีความหมาย และมันมีค่ามากเหลือเกินอย่างนี้
“คุณจะไปที่โรงพยาบาลกับฉันไหมคะ พัฒนะ” กันยารัตน์ที่เก็บเอกสารสำคัญที่เธอเพิ่งได้รับมาวันนี้ เข้ารวมไว้ในแฟ้ม และเก็บเข้าในตู้นิรภัย เอกสารเหล่านี้มันจะทำให้ทุกอย่างลุล่วงไปได้ด้วยดี และมันทำให้กันยารัตน์ถอนหายใจโล่งอกเมื่อได้มันมาอยู่ในมือ “ผมยังมีงานค้างอยู่นิดหน่อย ถ้าไม่เย็นมาก แล้วผมจะตามไปนะ” กันยารัตน์ยิ้มให้กับพัฒนะ ก่อนจะพยักหน้ารับคำ “ยัยนุ่นถามหาลุงของแกหลายรอบแล้วนะคะ” กันยารัตน์รู้ดีว่าชายหนุ่มมีงานล้นมือ แต่บางครั้งการทำให้เขาได้รู้สึกผิดบ้าง มันก็ได้ผลดีเหมือนกัน “บอกยัยนุ่นนะ คราวหน้าที่ผมไปหา ผมจะเอาตุ๊กตาหมาตัวใหญ่ๆไปฝาก” กันยารัตน์ทำตาดุใส่พัฒนะ ที่พยายามจะติดสินบนหลานสาวของเธอด้วยของโปรดแบบนั้น ก่อนจะปิดประตูห้องทำงานของพัฒนะลงตามหลัง
“พ่อกิตขา ทำไมน้องหมาถึงไม่เห่าแล้วล่ะคะ” เด็กหญิงตัวน้อยที่นอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล ที่เชี่ยวชาญโรคในเด็กโดยเฉพาะ เธอมองไปที่ตุ๊กตาหมาตัวน้อยของเธอ ที่มันสามารถเห่าเบาๆได้ ทุกครั้งที่เธอจับมัน แต่คราวนี้มันกลับนิ่งเฉยภายใต้นิ้วเล็กๆของเด็กหญิง “ถ่านมันหมดน่ะลูก รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวรอให้ถ่านก้อนใหม่มาก่อน แล้วพ่อจะเปลี่ยนให้” กิตมองดูลูกสาวคนเดียวของเขาอย่างรักใคร่ ตุ๊กตาหมาตัวนี้ เป็นตัวที่เด็กหญิงรักมากที่สุด และไม่เคยปล่อยให้อยู่ห่างตัวเลย วันนี้ยัยนุ่นของทุกคน พูดคุยได้มากกว่าวันก่อนๆ สีหน้าของเด็กหญิงดูดีขึ้นเล็กน้อย
“มาแล้วๆ ไหน น้องหมาของใครไม่ยอมเห่ากันน้า” เสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้น พร้อมกับเปิดประตูห้องพิเศษเข้ามา ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างๆกับกิต ที่ริ้วรอยแววความอิดโรยกำลังแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด “ทำไมคุณไม่ไปนอนพักเอาแรงซักหน่อยล่ะ กิต” ชายหนุ่มคนทีเพิ่งเข้ามาถามกิตที่นั่งอยู่ข้างๆกับเตียงของลูกสาว “ตัวนี้หรือลูก” ก่อนจะหันไปพูดกับยัยนุ่นที่ยื่นตุ๊กตาหมาน้อยในมือให้ เขายิ้มก่อนรับมันมาเปลี่ยนถ่านก้อนใหม่ให้ กิตส่ายหน้าน้อยๆ เขาไม่อยากจะไปไหนทั้งนั้น ตอนนี้เขาอยากอยู่ใกล้ๆลูกเท่านั้น
“ผมอยากอยู่เป็นเพื่อนลูก” กิตพูดขึ้น มองมือน้อยๆของยัยนุ่นที่รับตุ๊กตาตัวโปรดของเธอกลับไป แตะที่ตัวของน้องหมาเบาๆ ก่อนที่จะได้ยินมันส่งเสียงเห่าออกมาอีกครั้ง ริมฝีปากที่ซีดจนเกือบไร้สีของเด็กหญิงแต้มยิ้มได้อีกครั้ง ภาพนั้นทำให้กิตถึงกับน้ำตาคลอ ปากสั่นระริกไปด้วยความปวดร้าว ภาพตอนที่ลูกสาวของเขาอาการทรุดหนักลง จนทีมแพทย์ต้องลงมือช่วยเหลือกันอย่างเร่งด่วน มันทำให้กิตหัวใจแทบสลาย เมื่อพอมาเห็นลูกสาวของเขา สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้แบบนี้ แต่เขาไม่รู้ว่า ยัยนุ่นจะอาการทรงตัวไปได้ถึงอีกเมื่อไหร่ และที่กำลังกัดกินความรู้สึกของเขาอยู่ในตอนนี้ก็คือ การที่เขาช่วยเหลืออะไรลูกไม่ได้เลย
“กิต” คนที่ถูกเรียก ลุกเดินขึ้น ก่อนจะเดินไปที่หน้าประตู ชายหนุ่มอีกคนรีบลุกเดินตามไป ก่อนจะเห็นกิตน้ำตาไหลลงมานองหน้า กิตไม่อยากจะร้องไห้ต่อหน้าลูก เพราะเขารู้ดีว่า ยัยนุ่นผ่านเรื่องร้ายๆมามากจนเกินพอแล้ว เขาไม่อยากที่จะซ้ำเติมลูกมากไปกว่านี้ “ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นนะ” กิตที่ซุกหน้าเข้าหาอีกฝ่าย เมื่อชายหนุ่มอีกคนกอดเขาเอาไว้จนแน่น “เมื่อไหร่กันล่ะตั้น เมื่อไหร่กัน” ตั้นได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของกิต ที่พยายามส่งเสียงให้เบาที่สุด แต่มันก็ห้ามปรามความรู้สึกได้อย่างยากลำบาก ตั้นไม่อยากเห็นกิตเป็นแบบนี้เลย แต่เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากคนรักเช่นกัน
“ชู่ๆ ไม่เอากิต เราสัญญากันแล้วว่า จะไม่ร้องไห้ให้ลูกเห็น ไม่เอากิต มองหน้าผม กิต” ตั้นเรียกกิตที่กำลังบังคับตัวเองไม่ให้เสียน้ำตา ได้อย่างยากลำบาก ตั้นสบตากับกิต ก่อนจะใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้กับอีกฝ่าย กิตหลับตาลงเมื่อตั้นทำแบบนั้น ปลายนิ้วมือของตั้นกำลังปลอบประโลมหัวใจของกิต “ลูกจะต้องหาย ได้ยินที่ผมพูดใช่ไหม ลูกจะต้องดีขึ้น” กิตพยักหน้าให้กับตั้น ที่น้ำเสียงของฝ่ายหลังเอง ก็สั่นเครือเจอไปด้วยความทุกข์ระทมไม่น้อย แต่ตอนนี้ กิตจะมีใครที่เป็นที่พึ่งได้ ถ้าไม่ใช่เขา กับความรักที่ทั้งสองมีให้กันมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน
“ผมรักคุณนะกิต” ตั้นจูบเบาๆลงที่หน้าผากของกิต มันทำให้ความรู้สึกที่เกือบจะแห้งผากไปของกิต พอจะได้รับความชุ่มชื้น ดุจน้ำค้างที่ปลายยอดหญ้า ที่แม้ว่ามันจะเหือดแห้งหายไปยามที่แสงตะวันสาดแสงอันแรงกล้ามาถึง แต่ความเขียวของต้นหญ้านั้นก็ยังไม่จางหายไป “พ่อกิตร้องไห้ทำไมคะพ่อตั้น” ยัยนุ่นที่มองเห็นตาของกิตแดงช้ำจากการร้องไห้ ถามพ่อตั้นของเธออย่างสงสัย “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะคะ พ่อกิต นุ่นให้พ่อกิตหอมน้องหมา แล้วพ่อกิตอย่าร้องไห้นะคะ” ตั้นที่นั่งลงอีกด้านหนึ่งของเตียงคนไข้ ลูบผมหอมๆของเธอเบาๆ มองหน้ากิตที่ก้มลงหอมตุ๊กตาตัวโปรดของลูก “พ่อร้องไห้เพราะดีใจ ที่มีลูกแบบหนูยังไงล่ะลูก” กิตพยายามยิ้มออกมา และมันเป็นยิ้มที่ปวดร้าว กับน้ำตาที่มาจากความทรมานใจ
“นุ่นดูสิว่าใครมาหา” ตั้นที่รีบปาดน้ำตาทิ้ง เปลี่ยนเรื่องในทันทีที่เห็นกันยารัตน์ที่ยืนอยู่มองสามพ่อลูกอยู่สักพักแล้ว หญิงสาวเองรู้สึกแน่นหน้าอกไปหมด กับสิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน และได้รับฟังมาตลอด น้องชายของเธอ กิต ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ยัยนุ่นลูกสาวที่เขากับตั้นรับมาเลี้ยงเป็นลูก ได้รับการรักษาโรคที่หายากนี้อย่างดีที่สุด กันยารัตน์รู้ดีว่า กิตรักลูกของตัวเองมากแค่ไหน ยิ่งพอมาได้เห็นกิตต้องเรียกร้องความเป็นธรรมจากประกันสุขภาพที่ทั้งเขาและตั้นทำเอาไว้ ให้ครอบคลุมมาจนถึงลูกสาว แต่กลับถูกปฏิเสธค่าสินไหมช่วยเหลือ เพียงเพราะว่า พวกเขาเป็นเกย์ และไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวพันกับยัยนุ่น แถมพอจะขอให้ทางรัฐช่วย ก็เหมือนกับว่า ถูกตีแสกหน้าซ้ำสอง เมื่อเขาไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมายในความเป็นคู่ครอง สิ่งพื้นฐานที่พ่อแม่ชายหญิงคนอื่นๆ ได้รับจากทางรัฐโดยง่าย แต่มันไช่ใช่สำหรับตั้นและกิต
“ป้ากันยา” ยัยนุ่นยิ้มให้ป้าของตัวเอง กันยารัตน์ก้มลงหอมแก้มสาวน้อย นึกใจหายเมื่อสีหน้าของยัยนุ่นดูซีดเซียวเหลือเกิน แถมพอมองเห็นสีหน้าของน้องชาย ที่ดูอิดโรยจากการอดหลับอดนอน เฝ้าไข้ลูกสาวอยู่ไม่ยอมห่าง ยิ่งทำให้กันยารัตน์เป็นห่วงน้องมากยิ่งขึ้น “ตั้นห้ามไม่อยู่แล้วใช่ไหมเนี่ย” กันยารัตน์สบตากับตั้นที่ส่ายหน้าแทนคำตอบ กิตแอบค้อนตั้นที่ไม่เข้าข้าง ตั้นนั้นรักลูกมากเช่นกัน แต่เขาก็ห่วงกิต กลัวว่าจะต้องล้มป่วยไปอีกคน “รู้หรอกน่า” กิตพูดเบาๆ ก่อนจะมองยัยนุ่นที่เริ่มหาวหวอดๆ และตาปรือจากยาหลังอาหารที่ทานเข้าไปแล้ว
“สิทธิทุกอย่างที่เธอสองคนพึงได้ อยู่ไม่ไกลแล้วนะ” กันยารัตน์สลับมองไปมาระหว่างชายหนุ่มทั้งสองคน กิตจับมือกับพี่สาว ดึงตัวกันยารัตน์เข้ามากอดเอาไว้ เธอหอมแก้มน้องชายอย่างรักใคร่ ก่อนจะยื่นมือไปจับกับตั้น ที่ตอบขอบคุณเธอเบาๆ กันยารัตน์รู้ว่า กิตกำลังจะเสียบ้านไป เพราะค่าใช่จ่ายของยัยนุ่นนั้นสูงมากเหลือเกิน ยามที่ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยแบบนี้ กิตยอมเสียทุกอย่าง เพื่อรักษาชีวิตของลูกสาวเอาไว้ ตั้นเองก็ทำงานอย่างหนัก เพื่อรักษารายได้ของครอบครัวเอาไว้ ยังดีที่ชายหนุ่มมีเจ้านายที่เข้าใจ เขาจึงคลายกังวลตรงส่วนนั้นไปได้ หลังจากที่กิตลาออกจากงานเพื่อรับเงินสะสมของตัวเอง แต่นั่นก็ยังไม่พออยู่ดี
“เธอสองคนไปพักก่อนดีกว่า” กันยารัตน์บอกกับกิตและตั้น น้องชายของเธอดูอิดออด “ไปตั้น พากิตกลับไปบ้าน อาบน้ำอาบท่า หาอะไรกิน และนอนพักเสียบ้าง เร็วสิตั้น ไป กิต อย่าดื้อ ฉันเป็นพี่เธอสองคนนะ พูดอะไรก็ให้เชื่อฟัง เร็วเข้า เดี๋ยวพี่ดูยัยนุ่นให้เอง” กิตยอมลุกขึ้นแต่โดยดี ก่อนจะจูบแก้มลูกสาวเบาๆ แล้วกอดกันยารัตน์ผู้เป็นพี่แน่นๆอีกครั้ง “ขอบคุณนะพี่กันยา” หญิงสาวแตะที่แขนของกิตเบาๆ นี่คือสิ่งที่เธอทำให้น้องชายได้ กันยารัตน์ไม่เคยลังเลที่จะช่วยเหลือ ตั้นกับกิตยืนมองลูกสาวอีกครั้ง ก่อนที่ตั้นจะจับมือกิต แล้วจูงมือกันเดินออกจากห้องไป กันยารัตน์ขยับผ้าห่มขึ้นคลุมหน้าอกให้หลานสาว ในใจเชื่อมั่นว่า ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น และทุกสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไป
“ไงจ๊ะน้องตุ๊ด จะรีบไปไหนล่ะเนี่ย เลยเวลาขายตูดแล้วหรือไง ถึงได้เดินบิดตูดเรียกผู้ชายขนาดนี้” เสียงแซวอย่างหยาบคายดังมาจากกลุ่มวัยรุ่นชายสามสี่คนที่เข้ามายืนขวางเอาไว้ คนที่กำลังตกเป็นเป้าของการกลั่นแกล้งรังแก พูดจาให้ได้ความอับอาย นิ่งเฉย ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เจ้าตัวหลบสายตาด้วยซ้ำ ก่อนจะถอยหลัง เพื่อเลี่ยงเดินไปอีกทางหนึ่ง ด้วยความคิดที่ว่าจะได้ไปให้พ้นจากตรงนี้โดยเร็วที่สุด “เดินหนีพี่แบบนี้ พี่เสียใจนะจ๊ะน้องตุ๊ด” กลุ่มวัยรุ่นชายไม่ยอมเลิกรา เดินตามมาขวางไว้จนทัน “เรากำลังจะกลับบ้าน หลีกทางให้เราเถอะ” เจ้าตัวที่เริ่มกลัวจนตัวสั่น เสียงสั่นไปหมด ยิ่งทำให้วัยรุ่นชายกลุ่มนี้รู้สึกสนุกมากยิ่งขึ้น กับการที่ได้แกล้งล้อเลียนเด็กหนุ่มผิวพรรณดี หน้าตาจิ้มลิ้มตรงหน้า
“จะไปไหนล่ะ เดี๋ยวสิ อยู่ช่วยพวกพี่ๆให้ครบคนก่อนสิ” คนหนึ่งในกลุ่ม เริ่มพูดจากน่าเกลียดขึ้นทุกทีๆ “ปล่อยเราไปเถอะ เราจะรีบกลับบ้าน” เด็กหนุ่มพูดขอร้อง เผื่อว่าจะได้รับความเห็นใจจากเด็กเกเรพวกนี้บ้าง “เฮ้ย ไปเถอะ ข้าเบื่อแล้ว” เสียงเด็กหนุ่มที่ดูแล้ว น่าจะมาจากครอบครัวที่มีฐานะพูดขึ้น “อย่าไปสนใจแม่งเลย ช่างมันเถอะ” พลางชวนให้เพื่อนในกลุ่มไปจากที่นี่ได้แล้ว “ไม่ ไอ้พงศ์ มึงอย่ามาห้ามกู อีนี่แม่งเดินบิดตูดรำคาญลูกตากูมาหลายครั้งแล้ว กูไม่ชอบให้มีตุ๊ดมาเดินเพ่นพ่านผ่านหน้าผ่านตากู” คนที่เริ่มต้นระรานเป็นคนแรก พูดด้วยน้ำเสียงขู่กระโชกโฮกฮาก เด็กหนุ่มเริ่มลนลานมากยิ่งขึ้น
“อย่ายุ่งกับเขา” เสียงตวาดลั่นดังมาจากเด็กหนุ่มอีกคน ที่เพิ่งเดินมาถึง ทั้งหมดหนไปมองที่เด็กผู้ชายร่างสูง ที่เป็นนักกีฬาของสถาบันคนนั้น “พวกมันมาหาเรื่องอะไร นิด” เด็กหนุ่มที่เข้ามาปกป้องเจ้าของชื่อ หันไปมองหน้ากลุ่มนักเลงในชุดนักศึกษาอย่างเอาเรื่อง “ไม่มีอะไรหรอกโจ รีบพานิดไปจากที่นี่เถอะ” นิดดึงปลายเสื้อของโจเอาไว้ พลางรีบห้ามเพราะไม่อยากให้มีเรื่องเกิดขึ้น “ทำไม มึงเป็นผัวอีตุ๊ดนี่หรือไง หรือว่าเป็นแมงดาคุมซ่องอีตัวขายตูดพวกนี้กันแน่วะ” พูดจบพวกมันก็หัวเราะกันร่วม พงศ์นั้น ชักจะไม่สนุกกับเรื่องนี้แล้ว “ไปกันได้แล้วว่ะ” พงศ์เรียกเพื่อนของเขาให้ไปจากตรงนี้เสียที ก่อนจะสบตากับโจ้แวบหนึ่ง
“พูดอะไรระวังปากหน่อย” โจยังไม่ยอมไปไหน “ทำตัวเป็นอันธพาล เกะกะระรานคนอื่น พ่อแม่ก็รวยทำตัวแบบนี้” นิดเริ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เมื่อกลุ่มเกเรพวกนั้น แสดงท่าทีเดือดดาลกับคำพูดของโจให้เห็น “ฝากไว้ก่อนเถอะ” พวกมันเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ก่อนจะยอมเดินไปตามเสียงเรียกของพงศ์ โจหันไปถามนิดว่า ไม่ได้โดนพวกนั้นทำร้ายใช่ไหม นิดส่ายหน้า พงศ์นั้นหันหลังเดินนำไปก่อน ไอ้สองตัวที่เดินรั้งท้ายหันไปมองหน้ากัน พยักหน้าก่อนจะหันกลับ แล้วง้างหมัดตรงรี่เข้าไปหาโจ พวกมันพุ่งเข้าไปหวังจะชกโจให้คว่ำ แต่โจด้วยความที่เป็นนักกีฬาชกมวยเป็นทุนอยู่แล้ว จึงไวกว่า ดังตัวนิดหลบมาได้ทัน
“พวกมึงเข้ามา” โจดันให้นิดไปอยู่ข้างหลัง ตอนนี้นิดใจเสียไปหมดแล้ว เมื่อเกิดเรื่องขึ้นจนได้ พวกมันเข้ารุมโจในทันที โจหลบซ้ายขวา ก่อนปล่อยหมัดสวนพวกมันไป หมัดซ้ายนำและขวาตรงของโจ พุ่งเข้าที่กลางจมูกและคางของมันทั้งสองคนอย่างจัง พวกมันถลาล้มลงในทันที ก่อนจะคำรามใส่โจด้วยความโกรธพลุ่งพล่าน โจตั้งรับเมื่อหนึ่งในสองคนนั้น ถลาเข้าหาเขาอีกครั้ง โจขยับเท้าหลอกล่อไอ้คนแรกนี้ และเผลอปล่อยจุดอ่อนของเขาอย่างที่ไม่ได้ตั้งใจ ไอ้วายร้ายอีกคนจึงตรงเข้าหานิดที่ยืนทำอะไรไม่นั้น แล้วต่อยเข้าที่ใบหน้าของนิดอย่างแรงด้วยสนับมืออันแหลมคม ก่อนจะกระชากตัวของนิดขึ้นมาต่อยซ้ำ และซ้ำอยู่อย่างนั้น โจที่ปราบไอ้คนแรกจนหมอบกับพื้นได้ หันมาเห็นนิดที่ตอนนี้ ใบหน้ามีแต่เลือดสดๆ ไหลเปื้อนเต็มไปหมด
“นิด” โจตะโกนร้องจนเสียงดังลั่น รีบวิ่งเข้าใส่ไอ้คนที่สองทันที โจกระหน่ำต่อย กระหน่ำประเคนหมัดไอ้คนที่สองทันที ยิ่งเห็นนิดล้มลองกองเหมือนไม่มีชีวิตแบบนั้น โจยิ่งแค้น “มึงทำแฟนกู มึงทำทำไม ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์” โจด่าพวกมันด้วยความโกรธแค้น แล้วรัวหมัดไม่ยั้ง พงศ์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ไม่รู้จะห้ามเพื่อนยังไง เพิ่งจะตั้งสติได้ รีบเข้าไปดึงโจให้ออกจากร่างที่แทบม่อยกระรอกของเพื่อนตัวเอง “พอแล้วๆ” พงศ์รีบร้องบอกให้เพื่อนที่เข้ารุมทำร้ายนิดกับโจรีบไปซะ โจดิ้นขลุกขลักเพื่อให้หลุดจากการรั้งแขนของเขาไว้จากพงศ์ ฝ่ายหลังผลักโจออก เมื่อเห็นเพื่อนวิ่งไปแล้ว พอโจเป็นอิสระ ก็รีบเข้าไปดูนิดทันที
“นิด อย่าเป็นอะไรนะ นิด พูดกับผมสิ นิด” โจน้ำตาคลอหน่วย เมื่อเห็นนิดพยายามจะพูดอะไรออกมา ฟองอากาศผุดขึ้นจากเลือดสีสดๆที่ไหลออกจากปากของนิด โจดูแล้ว นิดน่าจะจมูกหักเพราะมันดูบิดเบี้ยวไป ยิ่งที่เบ้าตาของนิดนั้น เห็นแล้วโจแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นิดพยายามที่จะลืมตามองโจ แต่ก็ทำไม่ได้ สติกำลังจะดับวูบลง จากความเจ็บปวดที่ได้รับ โจนั้นกำลังจะช้อนร่างของนิดขึ้นอุ้ม แต่เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่ด้านหลังหัวของโจเสียก่อน `ปัง ปัง` ร่างของโจล้มคว่ำลงกับพื้น แน่นิ่งและไม่ไหวติง นิดเห็นเพียงใบหน้าของโจที่ใกล้จะหมดลมหายใจลงแล้ว
กันยารัตน์ตกใจ เมื่อเสียงโวยวายดังมาจากแผนกฉุกเฉิน เสียงหมอรีบสั่งงานพยาบาล เพื่อเตรียมการผ่าตัดฉุกเฉิน คนไข้คนหนึ่ง เป็นเด็กหนุ่มที่อาการกำลังวิกฤต ส่วนเด็กหนุ่มอีกคน มีอาการที่น่าเป็นห่วงไม่น้อย ตอนนี้ทีมแพทย์กำลังเร่งแข่งกับเวลา เพื่อรักษาชีวิตของทั้งสองคนเอาไว้ให้ได้ กันยารัตน์ภาวนาขอให้คนเจ็บฉุกเฉินนั้นไม่เป็นไร คิดในใจไปถึงคนที่เป็นผู้ปกครอง ว่าจะรู้สึกอย่างไร เมื่อเห็นลูกหลานของตัวเองต้องมาประสบเหตุการณ์อะไรแบบนี้ และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาจะทำใจเช่นไร หากต้องสูงเสียคนที่เป็นที่รักไปตลอดกาล กันยารัตน์มองเห็นอาการกลัวนั้นจากกิตและตั้นทุกวัน มันทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยู่ใกล้กับความสูญเสีย เพียงแค่เส้นกั้นบางๆนั้นได้เป็นอย่างดี
พัฒนะกำลังจะออกจากห้องทำงาน ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงข้อความส่งมาที่โทรศัพท์มือถือ ชายหนุ่มยกขึ้นกดดู ก่อนที่จะตกใจเมื่อเห็นว่ามันเป็นคลิปที่มีน้องชายของเขา พงศ์ อยู่ในนั้นด้วย เหตุการณ์ภายในคลิป ทำให้พัฒนะถึงกับต้องทรุดตัวลงนั่งในทันที ภาพที่เห็น น้องชายของเขากำลังยืนอยู่ที่นั่น เมื่อเด็กหนุ่มล้มคว่ำลงต่อหน้าต่อตา หลังจากที่ถูกยิงจ่อหัวในระยะเผาขน แถมเด็กหนุ่มอีกคนก็นอนสำลักกองเลือดของตัวเองอยู่บนพื้นถนน พัฒนะพยายามตั้งสติ แล้วเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เขากดรับสาย คนที่ปลายสายหัวเราะอย่างพอใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะเริ่มพูดขึ้น
“ว่าไง คุณพัฒนะ สนุกกับคลิปมันๆที่เห็นหรือเปล่า” เสียงคู่แข่งทางการเมืองของชายหนุ่ม ที่เป็นนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ที่อายุอานามทั้งในชีวิตจริงและชีวิตทางการเมืองนั้น ไม่น้อยเลยจริงๆ “ถือว่าเป็นคำขู่ได้ใช่ไหมครับ” พัฒนะถามออกไป เสียงฝ่ายตรงข้ามหัวเราะร่วนก่อนจะบอกว่า “คำข่ง คำขู่อะไรกัน เรียกว่าคำขอร้องดีกว่า ผมไม่อยากจะให้มันฟังดูเป็นนักเลงหัวไม้อย่างที่เห็นน้องชายคุณเป็นในคลิปนั่นมากนักหรอก” พัฒนะบอกว่า ถ้าจะแก้ต่างกันจริงๆ น้องของเขาก็ไม่ได้เป็นผู้ก่อเรื่อง “ผู้สมรู้ร่วมคิดล่ะ คุณพัฒนะ อยู่ในเหตุการณ์แท้ๆ แต่ปล่อยให้เรื่องแย่ๆ ร้ายๆนี่เกิดขึ้นจนได้ ถ้าจะรอสู้กันในศาลก็หลายปีอยู้นะ” พัฒนะแม้จะรู้ว่าน้องชายของเขาไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนี้ได้ แต่มันมีอะไรมากไปกว่านั้นมากนัก ไม่เช่นนั้น ชายแก่ที่เป็นนักการเมืองงูพิษคนนี้ไม่โทรมาเพื่อขู่เขาเล่นๆแน่
“ความน่าเชือ่ถือทางการเมืองของคุณ จะป่นปี้หมดก็คราวนี้ ไอ้ผมน่ะ เห็นคุณเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ก็อยากที่จะให้อยู่รับใช้ประชาชนไปนานๆ แต่ถ้าเกิดเรื่องไม่มีขึ้นขวางทางเสียก่อน ผมว่า มันจะทำให้อนาคตที่คุณอาจจะก้าวไปไกลมากกว่านี้ ต้องหยุดและจบลงตรงนี้ก็ได้นะ” ถ้าชายแก่คนนี้ไม่คิดว่าเขาถือไพ่ในมือเหนือกว่าพัฒนะแน่ๆ ชายหนุ่มรู้ดี ว่าไม่มีทางที่บุคคลผู้นี้จะทำเสียงโอหังได้ขนาดนี้ หากว่าไม่มั่นอกมั่นใจแบบนี้ “คุณมีเงื่อนไขอะไร” พัฒนะถามออกไป ชายแก่หัวเราะเสียงดังอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยความร่าเริงว่า “ก็ไม่มีอะไรมาก ขอแค่คุณพัฒนา ดึงเรื่องอะไรบางอย่างเอาไว้ก่อน ก็แค่นั้น” พัฒนะฟังสิ่งที่ชายแก่พูดด้วยความหนักใจ
“พ่อตั้นขา ทานสิคะ” กิตมองยัยนุ่นป้อนแอ๊ปเปิ้ลให้กับตั้นอย่างยิ้มๆ ตั้นเองที่แม้ว่าจะอิ่มแล้ว แต่ก็ยังเอาใจลูกสาว กัดแอ๊ปเปิ้ลจากมือของยัยนุ่นอย่างเอร็ดอร่อย “แล้วนุ่นล่ะ กินบ้างหรือเปล่า” กิตถามลูกเสียงเป็นห่วง ยัยนุ่นดูผอมลงไปมากเหลือเกิน กิตถามหมอแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่คงจะต้องค่อยๆให้ปรับทีละนิด เพื่อให้เด็กหญิงเพิ่มน้ำหนักให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง “เราก็ซูบไปนะ กิต ผอมไม่แพ้ลูกเลย” กันยารัตน์ติงน้องชาย ที่ไม่ยอมกินยอมนอนมาเป็นเดือนๆแล้ว ตั้นเอื้อมไปจับมือของกิตมาบีบ “รู้แล้ว” กิตบอกกับตั้นไปแบบนั้น “รู้แล้วแต่ก็ยังดื้อ” ตั้นทำเสียงจริงจังดุกิต “ดื้อ” ยัยนุ่นพูดตามพ่อตั้นของเธอ ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนตรงนั้น หัวเราะกันออกมาได้
“เอ๊ะ พ่อลูกคู่นี้นี่” กิตหันไปทำท่าจะเอาเรื่องทั้งตั้นและยัยนุ่น ก่อนจะก้มลงหอมแก้มลูกสาวแทน ส่วนตั้นก็หอมแก้มทั้งยัยนุ่นและก็กิต “กิ๊วๆ” ยัยนุ่นทำเอาทั้งตั้นและกิตต้องเขินกันยกใหญ่ “ทำไมนุ่นถึงมีพ่อสองคนล่ะลูก คนอื่นเขามีพ่อกับแม่” กันยารัตน์ถามหลานสาว ยัยนุ่นมองหน้าตั้นและกิตสลับกันไปมา ก่อนตอบว่า “เพราะนุ่นเป็นเด็กพิเศษน่ะสิคะ ฟ้าเลยส่งพ่อทั้งสองคนมาให้นุ่น” กันยารัตน์ปรบมือให้หลานสาว ก่อนจะกล่าวชมว่า หลานของเธอพูดถูกต้องที่สุด “คราวนี้ก็อย่าหวั่นไหวอีกนะ กลัวว่าลูกจะไม่รักน่ะ” ทั้งตั้นและกิตโดนพี่สาวที่แสนจะห่วงใยอย่างกันยารัตน์ดุเข้าให้แทน
“ลุงพัฒ” ยัยนุ่นละมือจากตุ๊กตาหมาตัวโปรดชี้ไปที่จอโทรทัศน์ กันยารัตน์หันไปมองตามมือของหลานสาว ที่บนจอภาพนั้น พัฒนะกำลังให้สัมภาษณ์สดกับนักข่าว ใจความนั้นทำให้กันยารัตน์ถึงกับตกใจ เมื่อพัฒนะปฏิเสธว่าน้องชายของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดกับเด็กหนุ่มอีกสองคน หญิงสาวนึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องฉุกเฉิน แต่ในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากนัก จนกระทั่งได้ยินคำถามที่พาดพิงเกี่ยวกับพงศ์น้องชายของพัฒนะด้วย กิตและตั้นมองหน้ากันด้วยความเป็นห่วงกันยารัตน์ เพราะเห็นได้ชัดว่าหญิงสาวกำลังหน้าถอดสี
“ส่วนเรื่องที่จะยื่นครม. เช้าวันพรุ่งนี้ ยังไม่มีครับ” กันยารัตน์ถึงกับพูดไม่ออก หันไปมองกิตที่ดูเหมือนจะทำหน้าไม่ถูก เมื่อตั้นนั้นโอบไหล่ปลอบใจอยู่ “พี่กันยา” หญิงสาวไม่กล้าหันไปสบตากับน้องชายทั้งสอง เพราะเธอรู้สึกเหมือนกับหักหลังทั้งสองคน ด้วยคำพูดชวนเชื่อ คำมั่นสัญญามากมายที่เคยกรอกหูชายหนุ่มทั้งสองคนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมทั้งบอกให้กิตกับตั้นใจชื้นว่า พรุ่งนี้พัฒนะจะนำปัญาเกี่ยวกับผู้ปกครองที่เป็นคู่เกย์อย่างกิตและตั้น เข้าประชุม เพื่อหาทางเปลี่ยนข้อกำหนดกฎหมาย เพื่อให้ได้สิทธิเท่าเทียมกับพ่อแม่ชายหญิงอื่นๆทั่วไป “เดี๋ยวพี่มา” พูดจบกันยารัตน์ก็ออกจากห้องคนไข้นั้นไป เธอนั้น นอกจากที่จะไม่กล้าสู้หน้าน้องทั้งสองคนแล้ว เธอยังไม่กล้าที่จะมองหลานสาวตัวน้อยอีกด้วย
เมื่อมองเข้าไปในหน้าต่างบานใหญ่ภายในใจนั้น
Reflections of the fears
ภาพแห่งความหวาดกลัวส่องสะท้อนมาให้เห็น
I know I've left behind
ฉันรู้ดี ว่าต้องทิ้งมันไว้ที่เบื้องหลังนั้น
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ พัฒนะหลับตาลงเมื่อเขาเห็นเงาของกันยารัตน์ที่บนกระจกหน้าต่างห้อง ชายหนุ่มกัดกรามจนแน่น เขารู้ดีว่า ตอนนี้เขาทำให้กันยารัตน์ต้องผิดหวังอย่างแน่นอนที่สุด หญิงสาวคงจะกำลังโกรธเขามากด้วยแน่ๆ พัฒนะไม่อยากที่จะเผชิญหน้ากับหญิงสาวในลักษณะแบบนี้เลย เขารู้ ว่ากันยารัตน์ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปทั้งหมด เพื่อต่อสู้ให้น้องชายของเธอ มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าๆกับชายหญิงทั่วไป ที่ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเรียกร้องหาความเท่าเทียมอะไร แต่จะให้พัฒนะทำอะไรได้ พงศ์คือน้องของเขา หากว่าเขาจะคิดที่จะทำเพื่อน้องชาย ไม่ว่าจะวิธีใด เหมือนกับที่กันยารัตน์ทำเพื่อกิต เขาจะผิดมากแค่ไหน
ก่อนจะต้องก้าวออกมาจากความคุ้นเคยที่มี
I can feel my soul ascending
และรู้สึกว่าจิตใจจะต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้
I'm on my way
และบนหนทางชีวิตจากนี้เป็นต้นไป
Can't stop me now
หยุดไม่ได้แล้ว จะต้องเดินหน้าเท่านั้น
And you can do the same
หากว่าพร้อมที่จะก้าวไปด้วยกัน ก็ขอให้เข้ามา
“กันยา” พันฒนะหันมามองหญิงสาว ชายหนุ่มเจ็บปวดเหลือเกินที่เห็นสายตาตัดพ้อ ปนกับความเจ็บปวด และความผิดหวังของกันยารัตน์ มันผสมปนเปกันไปหมด จนไม่พัฒนะไม่รู้ว่า จะเริ่มอธิบายตัวเองให้กันยารัตน์เข้าใจในข้อไหนก่อนดี “ทุกอย่างที่ฉันให้ความเชื่อมั่นกับคุณ” พัฒนะหยุดเท้าที่เขากำลังคิดที่จะเดินเข้าใกล้กันยารัตน์ “ผมไม่มีทางเลือก” พัฒนะบอกไปตามความจริง “ถ้าความจริงมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับน้องของคุณ” กันยารัตน์พูดได้เพียงแค่นั้น “ผมยอมเสี่ยงไม่ได้” พัฒนะไม่สามารถยอมให้พงศ์ติดคุกอย่างแน่นอน กันยารัตน์สะอึกกับสิ่งที่เธอได้ยินออกจากปากของพัฒนะ “เราต่างก็ทำเพื่อคนที่เรารัก” พัฒนะมองดูหญิงสาวที่เขารักจนหมดใจ กำลังกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมา
กับวันนี้ เธอเองได้ทำให้หัวใจภาคภูมิบ้างหรือยัง
It's never too late to try
มันไม่เคยสายเกินไป ที่จะลองมำดูสักครั้ง
What have you done today to make you feel proud?
กับความภูมิใจในวันนี้ เธอบอกตัวเองว่าอย่างไร
“คุณพูดถูก” กันยารัตน์พูดออกไปเบาๆ “แต่ฉันไม่รู้ว่า คุณมีเหตุผลอะไร ถึงเอาเรื่องน้องของคุณมาเกี่ยวกับความมุ่งมั่นที่เราสร้างมาแบบนี้” กันยารัตน์อยากได้ยินคำตอบที่มันจะทำให้เธอเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้ได้เสียที “เขาโทรมา” แต่นั่น มันเป็นคำตอบที่กันยารัตน์ถึงกับไม่อยากจะเชื่อ ว่าได้ยินพัฒนะพูดออกมา “เขาบังคับคุณใช่ไหม ฉันจะไปเอาเรื่องกับเขาเดี๋ยวนี้” พัฒนะห้ามกันยารัตน์เอาไว้ ด้วยคำพูดที่ว่า “ผมเห็นด้วยกับเขา” หญิงสาวหลับตาลงอย่างคนที่ใจกำลังอ่อนล้า “คุณก็รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง ทำไมถึงได้ไปฟังเขา” กันยารัตน์มองไปที่พัฒนะอีกครั้ง “แต่เขาเป็นพ่อคุณนะ กันยา” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธในทันที
เราต่างสามารถก้าวไปเป็นคนสำคัญกันได้ทั้งนั้น
If you make that break for freedom
หากว่าใจนั้น หลุดพ้นจากข้อผูกมัดใดใดก็ตาม
What have you done today to make you feel proud?
แล้ววันนี้ หากถามใจ ว่ามันได้ภูมิใจกับสิ่งใดบ้าง
“พ่ออย่างนั้นหรือ พ่อที่รังเกียจลูกของตัวเองเนี่ยนะ พ่อที่พูดจาร้ายๆ ขับไล่ลูกตัวเองให้ออกจากบ้าน ไม่ดูดำดูดี ทั้งๆที่เป็นผลผลิตจากความมักง่ายของตัวเองอย่างนั้นน่ะหรือ กี่ครั้งกัน ที่ฉันต้องทนได้ยินผู้ชายคนนี้เหยียบย่ำความรู้สึกของน้องชายฉัน ยาวนานแค่ไหน ที่กิตต้องกล้ำกลืนเก็บเอาความชอกช้ำ ความทรมานในจิตใจเอาไว้ เพียงเพราะว่าใครบางคนที่เรียกว่าพ่ออย่างนั้นหรือคะพํฒนะ” กันยารัตน์สุดที่จะทนได้อีกต่อไป พอพัฒนะกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรอีก กันยารัตน์ก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน “ฉันขอเอกสารในเซฟคืนด้วย” กันยารัตน์ที่เดินไปกดรหัสเซฟ แต่มันได้เปลี่ยนไปแล้ว และพัฒนะส่ายหน้าแทนคำตอบให้กับเธอ
ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ที่ฉันยังไม่รู้คำตอบที่มี
(there are so many answers)
เพราะความหมายในชีวิตมันช่างมากมายเหลือเกิน
Realize that to question is how we grow
เมื่อตระหนักดีถึงคำถามเหล่านั้น คือวิธีที่เรากำเนิดเติบโตขึ้น
(to question is to grow)
ตั้งคำถามกับหัวใจ แล้วจะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น
“น่าสงสารจริงๆเลย ดูเถอะ หน้าตายับเยินไปหมด ดีนะที่คุณหมอช่วยเอาไว้ได้ ไม่อย่างนั้นตาคงบอดไปแล้ว แต่นี่ไม่รู้ว่าจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ พ่อแม่ก็เป็นลมล้มพับไปหลายรอบแล้ว แถมถ้าตื่นขึ้นมาแล้ว จะอาการดีขึ้นอย่างที่หวังไว้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ พ่อคุณเอ๊ย ต้องตื่นมาพบกับความเป็นจริงที่โหดร้ายเหลือเกิน เด็กหนุ่มอีกคนก็ยังเด็กอยู่แท้ๆ มาจากไปเสียตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นนักกีฬาที่อนาคตไกลแท้ๆ เรียนก็เก่งกันทั้งคู่ ไม่น่าเลยจริงๆ” พงศ์ที่ยืนแอบฟังพยาบาลคุยกันเกี่ยวกับนิดและโจ ที่เขาแอบมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
และเมื่อรวมกับการไม่ยึกติดกับความเดิมเดิมอีกต่อไป
I can feel my soul ascending
เมื่อนั้นจิตใจของเราก็จะได้รับการขัดเกลา
I'm on my way
และกับคืนวันที่เหลืออยู่ต่อจากนี้เรื่อยไป
Can't stop me now
จะไม่มีสิ่งใดเข้ามาทำร้ายให้ชีวิตต้องสะดุดลง
You can do the same
เธอเองก็เป็นเช่นเดียวกันนี้ได้อย่างแน่นอน
ภายในห้องผู้ป่วยไอซียู พงศ์แอบเข้ามาตอนที่ไม่มีใครเห็น ภาพเบื้องหน้า สายอะไรต่อมิอะไร ระโยงระยางเต็มไปหมด กับเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ ที่กำลังนอนไม่ได้สติบนเตียงคนไข้นั้น พงศ์เดินเข้าไปใกล้เตียงของนิดมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะพบว่า น้ำตาของตัวเองไหลลงมาอย่างหยุดเอาไว้ไม่อยู่ นี่ถ้าเขาห้ามเพื่อนให้มากกว่านี้ พยายามให้หนักกว่านี้ เรื่องทั้งหมดคงจะไมเลวร้ายอย่างที่เกิดขึ้น พงศ์เอื้อมมือไปหวังจะแตะมือของนิด แต่เขากลับไม่กล้าทำ เขารู้ดีว่า เขาไม่ได้เป็นคนหาเรื่องทั้งสองคนตั้งแต่แรก ไม่ได้เป็นคนลั่นไกกระสุนนั้น แต่ความรู้สึกผิด มันกลับวนเวียนอยู่ในหัวของเขา สลัดไม่หลุด จนพงศ์ได้แต่คุกเข่าลงกับพื้นห้อง พร่ำแต่คำว่า `ขอโทษ` ทั้งน้ำตา ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น
แล้วเราทำอะไรเพื่อให้ตัวเองภูมิใจที่ได้เกิดมาบ้างแล้วหรือยัง
It's never too late to try
หากยังไม่เคย เริ่มเสียแต่ตอนนี้ ก็ยังไม่มีคำว่าสายจนเกินไป
What have you done today to make you feel proud?
แล้วหากความภูมิใจนั้น จะทดแทนสิ่งใดได้ มันทำให้เธอดีใจที่ได้ทำบ้างไหม
กันยารัตน์เดินมาจนถึงห้องที่โรงพยาบาล เธอหายใจเข้าปอดจนลึก ก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไป หญิงสาวเพิ่งไปคุยกับคุณหมอเจ้าของไข้ของยัยนุ่นมา เธอได้ตัดสินใจไปแล้ว ด้านในห้อง กิต ตั้น และยัยนุ่นกำลังใช้เวลาของครอบครัวร่วมกัน เสียงเด็กหญิงอ้อนขอให้พ่อทั้งสองคนของเธอ เล่านิยายเรื่องโปรดให้เธอฟังซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น กิตขอบคุณตั้นเหลือเกิน ที่ผู้ชายคนนี้ ไม่เคยเหนื่อยหน่ายกับเรื่องของลูก ตั้นยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้กิตและยัยนุ่นมีความสุข ตั้นเองขอเพียงมีกิตพร้อมกับลูกสาวที่สุขภาพแข็งแรง เขาก็ไม่เรียกร้องขออะไรมากอีกแล้ว ทั้งกิตและตั้นจึงมียัยนุ่นเป็นศูนย์รวมใจ ความรักที่มอบให้แก่กัน ส่งผ่านไปถึงลูกอย่างสาวอย่างไม่ต้องสงสัย
ในเมื่อเราเองสามารถก้าวไปเป็นคนที่ดีได้ ไม่ว่าจะในทางใด
If you make that break for freedom
หากว่าเราทำให้จิตใจเป็นอิสระต่อทุกเรื่องราว
What have you done today to make you feel proud?
แล้วสิ่งใดกัน ที่เราทำลงไป แล้วมันสร้างความภูมิใจอย่างเปรียบไม่ได้
กันยารัตน์เดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะยิ้มให้กับทั้งสามคน แล้วจึงบอกเรื่องที่คุยกับหมอให้กิตและตั้นฟัง หมอบอกว่า การผ่าตัดจะซับซ้อนพอสมควร แต่ถ้าผ่านไปได้ด้วยดี ยัยนุ่นก็จะอาการดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่หมอก็เตือนเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และไม่ได้ครอบคลุมในประกันที่กิตและตั้นมี แต่กันยารัตน์ก็บอกว่า เรื่องค่าใช้จ่าย เธอจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ไม่ต้องห่วง เธอจะมาบอกพ่อทั้งสองคนของเด็กหญิงเอง เพื่อให้ทั้งคู่เซ็นอนุญาตการผ่าตัดครั้งนี้ กิตสงสัยกับท่าทีของพี่สาว ก่อนจะเหลือบตาไปมองที่นิ้วนางข้างซ้ายของกันยารัตน์ สองพี่น้องสบตากัน พี่สาวบอกน้องชายว่า ครอบครัวของเธอจะไม่เป็นไร และคำว่าครอบครัวของเธอ รวมเอาไว้ด้วย น้องชายทั้งสองของเธอ และหลานสาวตัวน้อยด้วย
เราต้องเปลี่ยนแปลงนับจากนี้
Do it today
เริ่มได้แล้ว เริ่มจากวันนี้
I can feel my spirit rising
แล้วจะรู้สึกว่าหัวใจพองโตอย่างประหลาด
กิตมีสีหน้าและแววตาที่เป็นห่วงพี่สาว นึกขอบคุณด้วยหัวใจ แต่ก็ไม่อยากให้กันยารัตน์ต้องมาลำบากไปกับเขาทั้งสามคนด้วย กันยารัตน์ได้แต่บอกตัวเองว่า ตราบใดที่น้องชายและคนรักของเขา ยังไม่สามารถมีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกับคนเหมือนๆกันคนอื่น เธอเองก็จะไม่ขอหนีไปมีความสุขเพียงคนเดียว ยามค่ำคืบคลานเข้ามาทุกทีๆ แต่พัฒนะยังหลับไม่ลง ในมือของเขามีแหวนหมั้นวงสวย ที่มันเคยอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของกันยารัตน์ หญิงสาวถอดวางไว้ให้เขา ก่อนจะกลับไป บนโต๊ะด้านหน้า เอกสารที่เป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิดบริษัทประกัน
เปลี่ยน เราก็แค่ปรับเปลี่ยนความคิดตน
So do it today
ทำดีตั้งแต่วินาทีนี้ไป
'Cause I can see a clear horizon
แล้วขอบฟ้าสีทองก็จะส่องแสงมาให้เห็นได้เอง
So what have you done today to make you feel proud?
กับหนึ่งชีวิตที่มี ทำดีเพื่อใครสักคนอย่างสุดใจ
รวมถึงข้อมูลชั้นดีในการแก้ไขกฎหมายให้เกิดความยุติธรรมเท่าเทียมกันกับทุกคน พัฒนะไม่เคยนึกว่า วันหนึ่งเขาจะต้องมาสูญเสียอะไรมากมายแบบนี้ กับเพียงแค่ว่า เขาต้องการที่จะช่วยเหลือน้องชายของตัวเอง แต่เขากลับต้องเลือก ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง ต้องเฉยเมยกับคนที่ตัวเองรัก ทั้งๆที่ในใจเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่เขาก็ต้องทำ พัฒนะเก็บกลืนความรู้สึกลงไป เขาเองก็ไม่รู้ว่า สิ่งที่เขาทำลงไป มันถูกต้องหรือโง่เง่ากันแน่ แต่วันหนึ่งเขาหวังว่ากันยารัตน์จะเข้าใจ และเขาเองก็ด้วยเช่นกัน
PROUD
heather small

เฮ้อออออออ
#1 By mecon (124.122.217.171) on 2010-11-04 21:53