+ Never Been Kissed: จูบเจ้าเอย..ลอยมาจากใจ (Part Three)
posted on 08 Nov 2010 22:05 by this-is-tlr in ShortStories“เบื่อจริงๆเล้ย ไม่มีอะไรตื่นเต้นทำ ทำไมไม่มีอะไรสนุกๆให้ดูมั่งนะ” สองหนุ่มเพื่อนร่วมห้องของแกงจืด ต่างพากันนั่งหาวหวอดๆ เพราะหลังเลิกเรียนแบบนี้ แทนที่จะมีอะไรเจริญหูเจริญตาให้เห็น หรือมีเรื่องรื่นเริงบันเทิงใจให้ดู กลับดูเงียบเหงาและก็เซ็งอย่างที่สุด
“ตุ๊ ดูกรณีศึกษาที่สิบนาฬิกาสิ ชัดไหม” เสียงหนึ่งในที่สุดแห่งดอจอรอของโรงเรียนชี้นิ้วให้เพื่อนหันไปมองตาม “โอ๊ย อย่าให้ต้องเม้าท์มอย ของมันแน่ที่สุดเลยล่ะ ต๊ะ” เสียงตอบแบบยืนยันแบบเรื่องจริงผ่านจอ เมื่อมองไปเห็นรุ่นน้องที่กำลังเป็นที่จับตามองของเหล่าบรรดาเก้งกวางนางกระตั้วทั้งหลาย
“น้องชื่ออะไรจ๊ะ” ตุ๊ตะโกนถามเป้าหมายออกไป “มานะศักดิ์ครับ” เสียงตอบกลับมา แต่ต๊ะส่ายหน้าแล้วพูดเสียงดังว่า “แต่ฉันว่าน่าจะเป็น มารศรีมากกว่า” พูดจบทั้งตุ๊และต๊ะก็พากันปิดปากหัวเราะกันคิกคัก เจ้าของชื่อถึงกับหยุดกึก แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป ไม่วายจะยืนยันตามที่ตุ๊กับต๊ะสงสัย
“ที่แท้ก็น้องสาวคลานตามกันมานี่เอง” ทั้งสองดอจอรอหาเรื่องหัวร่อต่อกระชิกกันจนได้ ในขณะที่แกงจืดกำลังก้มหน้าง่วนอยู่กับการอ่านข้อมูลทำรายงาน “จะรีบทำไปไหนน่ะคุณคนขยัน” แกงจืดตีมือตุ๊ที่พยายามแย่งหนังสือ เพื่อจะให้แกงจืดหยุดเขียนได้แล้ว “โอ๊ย มือหนักนะ” ตุ๊บ่นพลางถูหลังมือที่โดนแกงจืดตีเข้าให้อย่างแรง
“ดุแบบนี้ ใครเขาจะกล้าเข้ามาจีบกันล่ะแกงจืด” เจ้าตัวส่ายหน้าให้กับประโยคของต๊ะ ก่อนจะบอกเพื่อนว่า “ห้ามยุ่งกับหนังสือพวกนี้นะ เดี๋ยวเราจะวิ่งไปถ่ายเอกสารที่ห้องสมุดก่อน เรากลับมา ทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพเดิมที่เราทิ้งเอาไว้นะ” ตุ๊ต๊ะพยักหน้ารับรอง เพราะคราวที่แล้วที่ไม่ยอมฟังที่แกงจืดสั่งเอาไว้ ทั้งสองคนจึงโดนเล่นงานเสียอ่วม
เมื่อแกงจืดทำรายงานในชื่อของตัวเองคนเดียว ทิ้งให้ตุ๊กับต๊ะหัวฟูแทบไม่มีงานส่งอาจารย์ ไม่เข็ดก็ต้องหลาบจำกันบ้างล่ะ แกงจืดคว้าหนังสือที่ยืมมาแล้ววิ่งตรงไปยังอาคารหอสมุดทันที สองดอจอรอ ตุ๊และต๊ะจึงต้องสอดส่ายสายตามองหาอย่างอื่นทำแทน
“ตุ๊ เธอเห็นอย่างที่ฉันเห็นไหม” ต๊ะหันไปเขย่าแขนเพื่อนซี้อย่างลืมตัว เมื่อสายตาปะทะเข้าให้กับความงามเลิศในปฏพี “แน่นอนต๊ะ ฉันกำลังถลึงตามองเพื่อจะเก็บความทรงจำอันบริสุทธิ์นี้ไว้ในเรติน่าน้อยๆให้นานเท่านาน” ตุ๊ทำตาหยาดเยิ้ม ตะเองก็ไม่แพ้กัน เมื่อทั้งสองมองตรงไปที่นอกประตูทางเข้าโรงเรียน และตรงนั้น มีหนุ่มลูกครึ่งที่ดูดีมาดแมน กำลังทำท่าเหมือนกับมองหาใครอยู่
“เขาต้องมองฉันอยู่แน่ๆเลยล่ะตุ๊” ต๊ะทำท่าเอียงอายอย่างที่คิดว่ามันน่ารักที่สุดแล้ว “ใครว่า เขาคนนี้คือเนื้อคู่ของฉันต่างหากล่ะต๊ะ” ตุ๊ไม่ยอมแพ้ ก็ในเมื่อภาพหนุ่มผมทองสีสวยนั้น กำลังทำให้ใจทั้งสองคนใกล้ละลายแล้ว
“เป็นอะไรกันไปแล้วเนี่ย” แกงจืดที่เดินหอบกระดาษปึกโตกลับมาถึงที่โต๊ะ “แกงจืด เธอเห็นนั่นไหม คนอะไร ดุจเทพกรีกโรมันขยันกันหล่อ” ต๊ะแอบเพ้อเมื่อความเท่ของพ่อหนุ่มตัวสูงคนนั้น กำลังพุ่งตรงเข้ามาโดนใจแบบสุดๆ
“นี่หรือที่เขาเรียกว่ารักแรกพบ” ตุ๊เองก็บอกตัวเองว่าไม่ไหวแล้ว “ถ้าหากว่าในอีกห้านาทีฉันไม่เหลือความโสดและสดในชีวิตอีก พวกเธอช่วยอวยพรให้ฉันขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด เอ๊ย ให้ฉันได้ดีในชีวิตด้วย” แกงจืดมองตามไปตามทิศทางเดียวกันนั้น แล้วก็ต้องตกใจ กับใบหน้าที่เขาจำได้
“คนๆนั้น” แกงจืดหลุดปากพูดออกไป ตุ๊กับต๊ะหันขวับมามองที่แกงจืดในทันที “อะไร แกงจืดรู้จักสุดหล่อคนนี้ด้วยหรือ” แกงจืดไม่ตอบ แต่วางปึกกระดาษในมือลงบนโต๊ะ แล้วจึงเดินไปที่ประตูรั้ว เมื่อหนุ่มลูกครึ่งผมทองคนนั้น กำลังยิ้มกว้างมาหา และโบกไม้โบกมือมาให้ เหมือนคนที่รู้จักมักจี่ สนิทสนมกันมาเป็นอย่างดี
“เคลียร์ซุปๆ” มิวนิคใจเต้นแรง เมื่อแกงจืดเดินตรงมาทางเขา รู้สึกคิดไม่ผิดที่มาดักรอแกงจืดที่หน้าโรงเรียนในวันนี้ พอได้เห็นหน้าของแกงจืดปุ๊บ หลังจากที่ยืนมองหามาได้สักพักใหญ่ มิวนิคก็รู้สึกว่า โชคกำลังเข้าข้างและเป็นใจให้เขา
“แกงจืด” มิวนิคเรียกเด็กหนุ่มอีกคนที่ทำสีหน้าเรียบๆ เมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า “ห้ามแล้วไม่ใช่หรือ” แกงจืดถามออกมา เสียงดุไม่น้อย “ก็คิดถึงนี่ ไม่ได้เจอตั้งหลายวันแล้ว” มิวนิคให้เหตุผล ไม่สนสักนิดหากจะโดนแกงจืดว่าเอา
“เบอร์มือถือก็ไม่ยอมให้ ไปดักรอที่หน้าปากซอยก็ไม่เห็น แกงจืดเหลือทางเลือกอะไรให้เราบ้างล่ะ นอกจากต้องมาหาที่โรงเรียน” มิวนิคร่ายเหตุผลยาวเหยียด หาทางสนับสนุนการกระทำของเขาอย่างเต็มที่ “วันนี้เราขับรถมาด้วย ไปนะ ไปดูหนังกันสักรอบ แล้วเดี๋ยวเราขับรถพาไปส่งบ้าน” มิวนิคทำท่าจะคว้าแขนของแกงจืด แต่เจ้าของแขนนั้นขยับตัวไวกว่า
“ใครบอกกันว่าจะไปด้วย” แกงจืดมองสบตากับมิวนิคตรงๆ คนชวนถึงกับแสดงอาการผิดหวังออกมาให้เห็น “ทำไมล่ะ ไม่ว่างหรือ” มิวนิคถามเสียงอ่อย เมื่อถูกแกงจืดปฏิเสธเอาแบบนั้น “ไม่ใช่ไม่ว่าง แต่ไม่ไป” แกงจืดให้เหตุผล และนั่นทำให้มิวนิคส่ายหน้า บอกว่าเขาไม่เข้าใจ “ถ้าไม่อยากดูหนัง แกงจืดให้เราพาไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านก็ได้” มิวนิคไม่ยอมแพ้ เพราะวันนี้เขามีเรื่องสำคัญที่จะพูดกับแกงจืด และหวังว่าแกงจืดจะตอบตกลงด้วยเช่นกัน
“เรามีรายงานต้องทำ” แกงจืดพูดบอกไปตามตรง เพราะเขาก็ต้องทำรายงานให้เสร็จ แม้ว่ามันจะยังอีกนานกว่าจะถึงกำหนดส่งก็ตาม “งั้นเรานั่งรอ” มิวนิคทำท่าจะเดินเข้าไปด้านในโรงเรียน แกงจืดยื่นมือไปดันที่กลางหน้าอกของมิวนิคเอาไว้
“ตายแล้ว มีจับมือถือแขนกันด้วย ฉันอยากจะเขียนบทตบจูบให้เสียจริงๆ และกำกับให้ถึงพริกถึงขิง สนองพระเดชพระคุณ” ตุ๊กับต๊ะนั้น สังเกตท่าทางของทั้งหนุ่มลูกครึ่งกับเพื่อนสนิทแล้ว มันเหมือนอาการงอนง้อกันยังไงยังงั้น
“ไม่นึกเลย ว่าแกงจืดจะแอบเปรี้ยวตัวแม่ขนาดนี้ แอบไปมีแฟนหนุ่มอมพอร์ตตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นบอกให้รู้กันบ้าง” ไม่ว่าจะมองยังไง มุมไหน ท่าใด ก็เป็นเหตุให้ตุ๊กับต๊ะเชื่อได้ว่า แกงจืดกับพ่อหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนี้ ต้องรู้จักกันมาก่อนอย่างแน่นอน “ใครเป็นแฟนใครอย่างนั้นหรือ” เสียงถามนั้น ไม่ได้ทำให้ตุ๊กับต๊ะหันไปมองให้ดีเสียก่อน
“ก็แกงจืดน่ะสิ มีแฟนแล้วก็ไม่บอก” นำไทที่ยิงคำถามออกไป พอได้ยินคำตอบแบบนั้น ก็ถึงกับยิ้มเขินในทันที “รู้กันแล้วหรือเนี่ย ว้า อย่างนี้ก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไปแล้วล่ะสิ แย่จัง” นำไทไม่รู้ว่า เพื่อนๆคนอื่นนอกจากกวีรู้เรื่องเขากับแกงจืดได้ยังไง แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว
“มันจะใช่ความลับได้ยังไง เล่นจับไม้มือจับมือต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนแบบนี้น่ะ” ตุ๊กับต๊ะไม่ได้รู้เลยว่า ตัวเองกำลังพูดอะไรที่เกินจากการรับรู้มากไปแล้ว แต่มันเป็นเรื่องที่นำไทต่างหากที่ยังไม่รู้ ไม่ใช่สองดอจอรออย่างเขาทั้งสองคน “หะ ว่าไงนะ” นำไทไม่คิดว่าเขาเคยไปทำอะไรที่เปิดขนาดนั้นต่อหน้าคนอื่นเลยสักครั้ง
“ก็เรื่องมันเป็นอย่างนี้” ทั้งตุ๊และต๊ะหันหน้ามา ตั้งใจจะอธิบายให้เจ้าของคำถามได้เข้าใจ “ตาเถร ทำเวรไม่สะอาด” ตุ๊กับต๊ะแทบตะหงายหลังตกม้านั่งยาว เมื่อหันมาเจอนำไทกำลังทำหน้างงๆ รอคำอธิบายอยู่แบบนั้น “ไม่มีอะไรนำไท เราสองคนเวิ่นเว้อไปกันเองเท่านั้น” ตุ๊กับต๊ะขนลุกวูบวาบฉี่เกือบราด เมื่อต่างก็รู้กันดีว่า นำไทนั้นแอบชอบแกงจืดมาตั้งนานแล้ว แต่ติดที่ว่าหนุ่มนักเรียนดีเด่นคนนี้ ยังไม่เคยเอ่ยปากบอกความรู้สึกกับแกงจืดไปตรงๆเท่านั้นเอง
“มันจะไม่มีอะไรได้ยังไง ก็เราได้ยินตุ๊กับต๊ะพูดอยู่หยกๆ” ยังไม่ทันที่ตุ๊กับต๊ะจะหาทางแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้านี้ได้ นำไทก็เงียบเสียงลง และมองจ้องไปทางประตูทางเข้าโรงเรียนนั่น “นำไท มันไม่มีอะไรหรอก เราสองคนไม่ได้พูดอะไร และถึงแม้ว่านำไทจะได้ยินเต็มสองรูหู ก็อย่าไปสนใจอะไรเลย” สองดอจอรอรีบหาคำพูดมากลบเกลื่อน ไกล่เกลี่ย กล่อมเกลี้ย แต่มันก็สายไปเสียแล้ว เพราะนำไทขยับแว่นตาของเขาได้ แล้วก็เดินตรงออกไปหน้าโรงเรียนทันที
“ปล่อยแขนเรา” แกงจืดออกคำสั่งไปอีกครั้ง “ก็ได้ แต่มีข้อแม้นะ” มิวนิคยินดีจะทำตาม แต่แกงจืดก็ต้องทำตามเงื่อนไขของเขาด้วย “เขาบอกให้ปล่อยไง ทำไมยังหน้าด้านจับแขนของคนอื่นเขาอยู่ได้” นำไทถามออกไปเสียงดัง เมื่อมองเห็นภาพที่ขัดหูขัดตาเขาเสียเหลือเกิน
“ใครให้ออกความเห็นไม่ทราบ” มิวนิคพอได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มที่ดูแล้วเข้มไม่เบา ออกคำสั่งเข้าให้แบบนั้น ก็นึกไม่พอใจเช่นกัน “ไอ้นี่มันเป็นใคร แกงจืด” ทั้งนำไทและมิวนิคต่างหันไปถามแกงจืดจนเกือบจะพร้อมกัน
“เราเป็นแฟนของแกงจืด” แล้วก็ยังอ้างตัวด้วยประโยคเดียวกันนั้นอีก เจ้าตัวคนถูกอ้างถึงกับอึ้ง ทั้งหนุ่มไทยหนุ่มนอกมองหน้ากันเลิ่กลัก และพยายามจะให้แกงจืดยืนยันความถูกต้องให้ทั้งสองคน “อย่ามาพูดพล่อยๆ ระวังจะโดนดี” นำไทสั่งเสียงเฉียบกับหนุ่มผมทองออกไป “ใครกันแน่ที่พูดมั่วๆ อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย” มิวนิคเองก็ไม่ยอมให้หนุ่มไทยคนนี้ได้หน้าเหมือนกัน
“หยุดพูดทั้งคู่นั่นแหละ” แกงจืดห้ามทั้งสองหนุ่มให้หยุดเถียงกันได้แล้ว “งั้นเราไปกันได้แล้ว” มิวนิคกำลังจะพาแกงจืดให้เดินไปขึ้นรถกับเขา “เฮ้ย นั่นนายคิดจะทำอะไร” นำไทตรงเข้าขวางในทันที แล้วดันให้แกงจืดหลบไปอยู่ข้างหลังของเขา
“หลบไป อย่ามาขวาง เรามีเรื่องจะคุยกับแกงจืด นายอย่ามาวุ่นวายดีกว่า” มิวนิคพยายามจะเดินเข้าไปหาแกงจืด นำไทไม่ยอมให้มิวนิคทำได้ง่ายๆตามใจ “ก็เห็นอยู่แล้ว ว่าแกงจืดไม่อยากจะคุยกับนาย กลับไปได้แล้ว” นำไทกั้นกลางระหว่างมิวนิคกับแกงจืดเอาไว้ แกงจืดรู้สึกว่า เรื่องมันจะไปกันใหญ่แล้ว
“พอได้แล้ว ทั้งคู่นั่นแหละ เราไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้นแหละ” มิวนิคยิ้มเยาะนำไท เมื่อได้ยินแกงจืดพูดแบบนั้น “เห็นไหม แกงจืดก็ไม่ได้อยากคุยกับนายเหมือนกัน อย่าได้ดีใจไป” นำไทได้ยินแบบนั้นแล้วก็ต้องยอมรับว่า เขาไม่ได้มีอะไรที่เป็นต่ออะไรมิวนิคเช่นกัน
“นายนั่นแหละไปซะ” นำไทเปิดปากไล่มิวนิคออกไปตรงๆ “นายนั่นแหละที่ต้องหลบไป” มิวนิคโต้กลับอย่างไม่ลดละ “นี่ถ้ายังไม่หยุด เราจะไม่พูดด้วยแล้วนะ” แต่ตอนนี้ดูเหมือนอาการเขม่นกันไปมาระหว่างมิวนิคกับนำไท จะทำให้ทั้งสองคนต่างไม่คิดที่จะถอย แม้ว่าแกงจืดจะพูดขู่แล้วก็ตาม
“ให้มันรู้สึกอายบ้าง คนเขาไม่อยากเห็นหน้า ยังจะมาตื๊ออยู่ได้” นำไทจี้จุดบอดของมิวนิคเข้าให้ “แกงจืดเขาไม่ได้มีทีท่าอะไรด้วยสักหน่อย” ถ้าไม่ทำให้เจ้าผมทองนี่ล่าถอยไปเอง นำไทคิด มิวนิคก็ถือว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวไม่น้อย “ว่าแต่คนอื่น ดูไปแล้วแกงจืดเขาก็ไม่ได้เข้าข้างอะไรนายเลยสักนิด” มิวนิคพูดตอบโต้ออกไป
“เห็นๆกันอยู่ ว่าเขาก็ทำกับนายเหมือนๆกับเพื่อนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น” มิวนิคเองก็เห็นแล้วว่า ถ้าไม่ทำให้หนุ่มไทยหน้าหล่อคนนี้ เกรงและขยาดเขาให้มากขึ้น มีหวังเขาต้องหืดขึ้นคอแน่ๆ เพราะนำไทมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับแกงจืดเยอะกว่าเขามากนัก
แกงจืดนั้น ตั้งแต่เห็นสองหนุ่มไม่ยอมฟังที่เขาพูดเลยสักนิด ก็เดินกลับไปเก็บข้าวของของตัวเอง เพื่อจะกลับบ้าน ตุ๊กับต๊ะนั้นรีบเดินตามแกงจืดไปด้วย แกงจืดบอกกับเพื่อนทั้งสองคนว่า ไม่ต้องไปสนใจคนทั้งคู่ ให้เดินไปได้เลย
กว่าที่นำไทกับมิวนิคจะรู้ตัว แกงจืดก็เตรียมจะข้ามถนน เพื่อจะได้ตามตุ๊กับต๊ะที่ข้ามถนนไปก่อนแล้วให้ทัน นำไทเป็นฝ่ายเห็นแกงจืดก่อน จึงหันไปเรียก บอกว่าให้รอเขาก่อน มิวนิคคว้าไหล่ของนำไทเอาไว้ กะว่าจะชะลอนำไทให้ช้าลง แต่นำไทนั้นหันมาได้ ก็สวนหมัดเข้าที่ใบหน้าของมิวนิคอย่างจึง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แกงจืดหันมาเห็นเข้าพอดี
“แกงจืด” นำไทรู้สึกว่าตัวเองพลาดไปอย่างจัง เมื่อปล่อยให้แกงจืดเห็นด้านร้ายๆของเขา มิวนิคที่ล้มลงไปนั่งกับพื้น ตามแรงหมัดของนำไท ที่หนุ่มลูกครึ่งไม่ทันตั้งตัวและไม่นึกว่า เด็กเรียนอย่างนำไทจะหมัดหนักได้เท่านี้
“แกงจืดรอเราก่อน เราขอโทษ อย่าเพิ่งข้ามถนนไป” นำไทเรียกให้แกงจืดรอก่อน เขารีบเร่งฝีเท้าไปหาคนที่กำลังจะข้ามถนน แกงจืดไม่ได้พูดอะไร หันมามองนำไทที่จวนจะเดินเข้ามาถึงแล้ว มิวนิครีบลุกขึ้นจากพื้น และออกวิ่ง ตุ๊กับต๊ะมองไปที่แกงจืด ที่กำลังจะเดินข้ามถนน แต่ตากลับไปมองอยู่ที่นำไท “แกงจืดระวัง อย่าเพิ่งข้ามไป” นำไทร้องห้ามดังลั่น แล้วเสียงล้อรถที่เบรคอย่างกะทันหันก็สนั่นไปทั้งถนน
รถยนต์คันนั้นเบี่ยงหลบไปที่ข้างถนน ตุ๊กับต๊ะกรีดร้องอย่างลืมตัว ภาพตรงหน้า นำไทที่กระโจนเข้าหาตัวของแกงจืด แล้วผลักให้แกงจืดกลับเข้าไปในฟุตปาธ ส่วนตัวของเขานั้นถลำลงไปในพื้นถนน แกงจืดล้มลงนอนที่ข้างทาง มิวนิคที่วิ่งมาทันพอดี ตอนที่นำไทดันตัวของแกงจืดให้พ้นรถที่แล่นมา ก็เข้ามาประคองตัวของแกงจืดเอาไว้
นำไทหยิบเอาแว่นสายตากรอบเชยๆของเขาขึ้นมาสวม ก่อนจะมองผ่านเลนส์แว่นที่แตกร้าวไปที่แกงจืด ที่ตอนนี้อยู่ในวงแขนของมิวนิค และหนุ่มลูกครึ่งกำลังถามแกงจืดด้วยเสียงตกใจปนความเป็นห่วง แล้วก็สำรวจว่าแกงจืดบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า
นำไทเห็นภาพตรงหน้าแล้วภายในใจกลับเจ็บแปลบ ว่าคนที่ควรจะอยู่กับแกงจืดตรงนั้น ควรจะเป็นนายนำไทคนนี้ มิวนิคห้ามไม่ให้แกงจืดลุกขึ้นยืน เมื่อเหมือนกับว่าแกงจืดจะเจ็บที่ขา เสียงของรถพยาบาลดังใกล้เข้ามา นำไทรู้สึกหมดแรง ทั้งๆที่เขาอยากจะเดินเข้าไปหาแกงจืด อยากเข้าไปปลอบใจ และทำให้แกงจืดหายกลัว
ตุ๊กับต๊ะมองหน้ากันด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนจะเดินเข้ามาช่วยพยุงนำไทให้ลุกขึ้นยืน ก่อนที่นำไทจะเห็นหน่วยแพทย์ฉุกเฉินให้แกงจืดนอนลงบนเตียงล้อเข็น เพื่อที่จะนำตัวไปโรงพยาบาล มิวนิคอยู่ไม่ห่างจากแกงจืด เขาเรียกชื่อแกงจืดอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ดันเตียงนั้นเข้าไปในรถพยาบาล มิวนิคเรียกแกงจืดด้วยเสียงที่ดังไปทั่วบริเวณ
“แกงจืด ไปงานพรอมกับผมนะ” มิวนิคเอ่ยชวนแกงจืดให้ไปงานเต้นรำปลายปีกับเขา ที่มันเป็นงานประเพณีที่หนุ่มๆจะต้องพาคนพิเศษของตัวเองไปเป็นคู่เดตในคืนงาเต้นรำนั้น เพื่อเปิดตัวว่า เป็นตัวจริงของหัวใจ นำไทมองเห็นมิวนิคยิ้มออกมา เมื่อประตูรถพยาบาลปิดลง หนุ่มไทยถึงกับมีสีหน้าเศร้าให้เห็นในทันที
มิวนิคหันหลังกลับ ก่อนจะเห็นนำไทที่จ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว เห็นแบบนั้น มิวนิคเลยยักคิ้วให้ ยิ้มที่มุมปาก แล้วเดินไปขึ้นรถ ขับออกไปในทันที มิวนิคมองผ่านกระจกมองหลังไปที่นำไท ก่อนที่มิวนิคจะมีสีหน้าที่เป็นกังวล กับคำชวนของเขา แกงจืดไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่หลับตาลงเงียบๆ แม้เขาจะเห็นแบบนั้น แต่นำไทไม่จำเป็นต้องรู้ ไม่ใช่หรือยังไงล่ะ
“โก อัพ ทู ยัวร์ รูม อิมมิเดียตลี่” พ่อของมิวนิคสั่งเสียงเด็ดขาดกับลูกชายตัวดีของเขา ให้ขึ้นไปสำนึกผิดในห้องนอน เมื่อมิวนิคกินอาหารเย็นเสร็จแล้ว “บัต แด็ด แอม น็อท รอง ไอ วอส ดีเฟ็นดิ้ง มาน เซลฟ์” มิวนิคให้เหตุผลกับพ่อว่า เขาไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง เขาเพียงแค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น แต่พ่องของมิวนิคยังยืนยันคำเดิม เด็กหนุ่มผมทองหันไปหาแม่ของเขาให้ช่วย
“เชื่อที่พ่อพูดก่อนนะลูก แล้วหลังจากนี้ค่อยคุยกันอีกที ไปสิ มิวนิค” แม่ของเขารู้ดีว่า ปกติแล้วพ่อของเด็กหนุ่มไม่เคยที่จะห้ามหรือต่อว่าอะไรลูกชายแรงๆเลย ยกเว้นเพียงเรื่องเดียว หากว่ามิวนิคจะไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนอื่น นั่นเป็นเรื่องที่พ่อของเขายอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด ไม่ว่ามิวนิคจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูกก็ตาม
มิวนิคจำใจต้องเดินขึ้นบันได ไปที่ห้องของตัวเอง วันนี้เขาคิดว่ามันจะเป็นวันที่ดีสำหรับตัวเองเสียอีก แต่มันกลับกลายเป็นว่า เขาต้องโดนพ่อดุเอายกใหญ่ แถมแม่ที่เคยเข้าข้างเขาเสมอ ก็ไม่ยอมช่วยเขา เพราะเห็นว่าความคิดของพ่อถูกต้องแล้ว ที่จะต้องลงโทษมิวนิค
หนุ่มลูกครึ่ง นั่งลงบนเตียงนอน มองไปที่หน้าจอมือถือของตัวเอง จะโทรหาแกงจืดก็ไม่ได้ เจ้าตัวเขายังไม่ยอมให้เบอร์โทรสักที มิวนิคล้มตัวลงนอน ใช้ต้นแขนอุดมไปด้วยมัดกล้ามของเขาหนุนหัวเอาไว้ ตามองไปที่เพดานห้อง รู้สึกเหงาอย่างประหลาด ทั้งๆที่กี่ครั้งแล้ว ที่เขานอนมองออกไปที่นอกหน้าต่างห้องเพียงตัวคนเดียวลำพัง
“นี่แน่ะๆ นำไท จริงๆเลยนะเราเนี่ย” นำไทร้องเสียงหลงเมื่อโดนแม่ของเขาบิดเนื้อที่ต้นแขนให้อย่างแรง “โอ๊ย แม้ครับ ผมเจ็บ โอ๊ย” นำไทกระโดดเหย็งๆไปรอบบ้าน “กลับมาให้แม่หยิกเราให้เนื้อเขียวเดี๋ยวนี้นะนำไทย มีอย่างที่ไหน แม่เคยสั่งสอนเราตั้งแต่เมื่อไหร่ ให้ไปมีเรื่องต่อยตีกับคนอื่นเขา มานี่เดี๋ยวนี้นะนำไท ยังอีก คิดจะดื้อกับแม่ใช่ไหม” แม่ของนำไทคาดโทษเด็กหนุ่มอย่างเอาจริง
“พ่อครับ ช่วยพูดกับแม่ให้ผมด้วยสิครับ” นำไทหันไปพึ่งพ่อของตัวเอง ที่ได้แต่นั่งส่ายหัวไปมาให้กับสองแม่ลูกคู่นี้ “คุณก็ เด็กผู้ชายชกต่อยกันมันก็เป็นเรื่องธรรมดาน่า อย่าโวยวายให้มากไปเลย” พ่อมองนำไทพร้อมพยักหน้าให้กับเด็กหนุ่ม ที่ตอนนี้หน้าเสียไม่น้อยเมื่อถูกแม่ดุ
และก็ไม่เห็นว่าจะต้องมี
ใครใครมาเคียงข้าง
อยู่ลำพังกับความอ้างว้าง
นั่งมองดูแสงรำไร
ของดวงตะวันจนลับไป
“ไม่ให้โวยวายหรือคะคุณ นี่ดีเท่าไหร่แล้วคะ ที่ไม่มีใครมาเอาเรื่องเรา ไม่อย่างนั้น เราจะแก้ตัวกับเขายังไงดี ฮึ ไหน เจ้านำไท บอกแม่มาซิ ว่ามันเรื่องอะไรถึงได้ไปตะบันหน้าคนอื่นเขาแบบนั้น” แม่หันไปหานำไทที่กระโดดผลุงไปยืนอยู่ที่บันไดขั้นล่างสุด เมื่อตอนที่เขาถึงกับอึ้ง เมื่อคิดถึงสาเหตุที่ปล่อยหมัดต่อยมิวนิคไป
ดึกดื่นอย่างนี้แล้วเพื่อนที่มี
ที่ดีที่สุดคือหมอนข้าง
อยู่เหงาเหงาอย่างคนที่ปล่อยวาง
ก็อยู่อย่างนี้จนชิน
“คือผม คือว่า ผม” นำไทอ้ำๆอึ้งๆ เมื่อทั้งพ่อและแม่หันมารอฟังคำตอบจากเขาอยู่ “ทีนี้ล่ะมาทำพูดไม่ออก บอกมามาเดี๋ยวนี้นะนำไท ว่ามันเรื่องอะไรกัน” แม่ถามนำไทอีกครั้ง และคราวนี้แม่ถามด้วยความอยากที่จะรู้จริงๆ นำไทมองหน้าพ่อกับแม่ ก่อนจะพูดออกไปว่า
ทำไมไม่หาใคร
ซักคน เข้าใจ และรักจริง
ก็ทุกคน ดูแสนดี ดูจริงใจ
ก็ยินดีที่ได้เจอแต่
no no
no no no no
wo wo
“ใครใช้ให้เจ้านั่นมันมาแย่งแฟนผมทำไมล่ะครับ” นำไทหลุดปากออกไปแล้ว เขาเก็บความรู้สึกอันนี้เอาไว้ไม่ไหวแล้ว “ครับ ผมแอบรักเพื่อนสนิทที่โรงเรียนมานานแล้ว ผมพยายามจะบอกเขา ใกล้ชิดเขา พูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจของผมออกไป บอกเขาว่าผมชอบเขามากแค่ไหน พูดคำว่ารักให้เขาได้ฟังสักครั้ง” มาถึงตอนนี้ นำไทรู้ดีว่า เขาก้าวมาไกลแล้ว และไม่มีทางให้เขาถอยกลับไปได้อีก
มันมาไม่นิ่งเอาตอนเธอมาทิ้งไป
คนมันรักมากมันก็เลยเสียดาย
มันปวดใจจะบอกใครก็ไม่ช่วย
เพราะรักเองเจ็บเอง
ก็อยู่อย่างคนไม่มีแฟน
“แล้วอยู่ๆ ก็มีไอ้หนุ่มที่ไหนไม่รู้ มาวุ่นวายยุ่มย่ามกับคนที่ผมชอบ ผมไม่ยอมหรอก ถึงผมจะเป็นคนผิด แล้วไม่มีใครเข้าใจ แม้แต่แกงจืดเขาจะไม่ยกโทษให้ผมอีกคน ผมก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าสมควรแล้วที่ไอ้นั่นมันโดนผมต่อยในวันนี้” นำไทพูดจบก็หันหลังวิ่งขึ้นห้องนอนไปในทันที พ่อกับแม่ของเด็กหนุ่มหันช้าๆมามองหน้ากัน ก่อนจะพากันถอนหายใจออกมาเบาๆ
ก็กลัวว่าเขาจะมาซ้ำ
ก็เดี๋ยวนี้คนน่ะใจดำ
เลยคบกันเที่ยวแบบขำขำ
ก็เจ็บประจำ
ก็เลยต้องอยู่คนเดียว
นำไทยังไม่ยอมออกไปจากห้องนอน แม้ว่าจะมีเสียงเคาะประตูเรียกให้เขาลงไปกินอะไรเสียหน่อย เด็กหนุ่มยังไม่อยากจะเจอหน้าใครในตอนนี้ เขานั้นกำลังวุ่นวายใจไม่น้อย กลัวเหลือเกิน อย่างที่เขารู้สึกอยู่ในตอนนี้ ว่าทำไมจากเพื่อนสนิทที่เคยอยู่ใกล้ชิดกัน เป็นเหมือนเงาตามตัว กลับเหมือนอยู่ห่างไกลกัน และมันทำให้นำไทรู้สึกกลุ้มใจอยู่ไม่น้อย
ทำไมไม่หาใคร
ซักคน เข้าใจ และรักจริง
ก็ทุกคน ดูแสนดี ดูจริงใจ
ก็ยินดีที่ได้เจอแต่
no no
no no no no
wo wo
ยิ่งได้เห็นภาพที่มันบาดลึก เสียดแทงเข้าไปในความรู้สึก กับสิ่งที่เขาได้ยิน เจ้าหัวทองนั่น ชวนแกงจืดให้ไปงานเต้นรำปลายปีด้วยกัน และเขาเห็นมิวนิคยิ้มออกมาอย่างดีใจ นำไทไม่อยากจะคิดต่อเลย ว่าหลังจากนี้ทุกอย่างจะเป็นยังไงต่อไป
มันมาไม่นิ่งเอาตอนเธอมาทิ้งไป
คนมันรักมากมันก็เลยเสียดาย
มันปวดใจจะบอกใครก็ไม่ช่วย
เพราะรักเองเจ็บเอง
ก็อยู่อย่างคนไม่มีแฟน
ดึกแล้ว นำไทยังคงนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด เขาไม่กล้าที่จะโทรไปหาแกงจืด เวลาหยิบเอามือถือมาจะกดเบอร์โทรครั้งใด เขาก็กลัวว่าจะได้ยินเสียงตอบกลับมาจากแกงจืดว่า เขาเป็นฝ่ายผิด กลายเป็นฝ่ายที่ถูกเกลียดไปเสียแล้ว สายตาของแกงจืดตอนเห็นนำไทสวนหมัดเข้าอัดหน้ามิวนิค นำไทลืมไม่ลงจริงๆ
ก็กลัวว่าเขาจะมาซ้ำ
ก็เดี๋ยวนี้คนน่ะใจดำ
เลยคบกันเที่ยวแบบขำขำ
ก็เจ็บประจำ
ก็เลยต้องอยู่คนเดียว
เพราะถ้าแกงจืดรู้สึกผิดหวังในตัวของเขาเสียแล้ว นำไทจะไปแก้ไขอะไรตรงไหนได้ ในเมื่อคนที่เล่นบทน่าสงสารไม่ใช่เขา แต่กลับเป็นมิวนิค ที่เข้ามาทำตัวกั้นกลางระหว่างเขากับแกงจืด และยังจะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวได้ถึงขนาดนี้ นำไทคว้าเอาหมอนข้างมากอด นี่เขาจะปล่อยให้มันเป็นไปทางไหนยังไงดี หรือว่าจริงๆแล้ว เขาจะต้องสูญเสียแกงจืดไปทั้งๆแบบนี้
อยู่คนเดียว
ธงไชย แม็คอินไตย์
ส่วนคุณหญิงแม่คงตกใจน่าดูอีกหน่อยไม่ต้องไปรับไปส่งกันตลอดรึเนี่ย

งานนี้ ไม่ว่าจะหมู่หรือจ่า จะดาบหรือผู้กอง
ก้อขอเชียร์นำไท...
ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ
ไช ไช ไช โย โย โย
#1 By arjinn (58.8.82.145) on 2010-11-08 22:34