+ Never Been Kissed: จูบเจ้าเอย..ลอยมาจากใจ (Part Five)
posted on 10 Nov 2010 21:18 by this-is-tlr in ShortStories“เราแน่ใจนะ ถ้ายังไง กลับบ้านกับพี่ตอนนี้ยังทัน” ข้าวกล้องดับเครื่องยนต์เมื่อเขาเทียบเจ้าเต่าคันเก่งของเขาที่ลานจอดรถด้านหน้าทางเข้าสถาบันแห่งนี้ “จืดแน่ใจ” แกงจืดตอบพี่ชายออกไป “ขอบคุณนะพี่กล้องที่ช่วยมาส่งจืด” ข้าวกล้องมองน้องชายที่กำลังจะเปิดประตูลงจากรถ “เดี๋ยวเจ้าจืด” ข้าวกล้องเรียกน้องชายเอาไว้ แกงจืดหันมามอง
“พี่รักเรานะ แกงจืด” นานๆสักครั้ง ที่ข้าวกล้องจะเรียกชื่อของน้องแบบเต็มๆ “มีอะไร ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม เรารู้ใช่ไหม ว่าพี่จะอยู่ข้างๆเราเสมอ” แกงจืดยิ้มรับ ก่อนจะพยักหน้าให้ “จืดก็รักพี่นะ” ข้าวกล้องยิ้มเต็มที่ เมื่อได้ยินน้องชายพูดแบบนั้น พี่ชายคนโตดึงน้องคนเล็กมากอดแน่นๆอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยให้น้องชายออกไปตามหาหัวใจของตัวเอง
แกงจืดมองตามรถเต่าของพี่ชายจนไฟท้ายรถ หายลับไปเมื่อข้าวกล้องเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนใหญ่ เด็กหนุ่มหันไปมองทางเดินที่ปูพรมสีแดงที่มันทอดยาวเป็นทางไปตลอด แกงจืดก้มลงมองสิ่งที่ถืออยู่ในมือ เด็กหนุ่มยกมันขึ้นมาดู กับสายรัดข้อมือดอกไม้อันนั้น
แกงจืดเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ก่อนจะเริ่มก้าวเท้าไปบนพรมแดงนั้น ซุ้มที่อยู่เหนือทางเข้า เป็นไม้เลื้อยที่มีดอกไม้สีขาวดอกใหญ่ไล่เรียงดอกกลิ่นหอมของมัน ไปตามขอบของประตู กิ่งที่เรียวยาวนั้น สอดรับกับใบสีเขียวสดที่กำลังพริ้วไปตามลมเย็นๆที่พัดมากระทบ บันไดหลายขั้นกำลังจะนำแกงจืดเข้าไปสู่บริเวณงาน
“แม่” แกงจืดกำลังคิดถึงสิ่งที่เขาได้คุยกับแม่ก่อนหน้านี้ สีหน้าและแววตาของแกงจืดทำให้แม่รู้ว่า สิ่งที่ลูกชายต้องการมากที่สุดจากเธอในตอนนี้ก็คือ ความรักและความเข้าใจ “ลูกของแม่โตมากพอแล้ว ที่จะตัดสินใจอะไรเองได้” แกงจืดสวมกอดแม่เพื่อรับเอาความอบอุ่นจากหัวใจของแม่เข้ามาในความรู้สึกของตัวเอง
“แล้วถ้าลูกจะมีแฟนสักคน หรือสองคน” แม่พูดติดตลกให้ได้ยิน แกงจืดคลายกอดออก ก่อนจะสบตากับแม่อย่างไม่เชื่อหู แม่หัวเราะออกมา นึกขำเมื่อเห็นลูกชายคนเล็กทำหน้าแบบนั้น เมื่อรู้ว่า แม่ของเขาทันสมัยกว่าที่เคยคิด “ถ้าแกงจืดต้องการแบบนั้น แม่ก็จะไม่ห้าม” เด็กหนุ่มรีบส่งเสียงค้านในทันที กับการหยอกล้อที่แม่ของเขาเองพูดออกมา แม่เองคิดว่า ถ้าแกงจืดมีแฟนทีละสองคน มันต้องวุ่นวายไม่รู้จบอย่างแน่นอน
“แล้วคนแบบไหนกันนะ ที่ทำให้ลูกของแม่คิดถึง เป็นห่วง และมีรอยยิ้มได้” แม่ถามแกงจืด เมื่อเด็กหนุ่มมองไปยังห่อกระดาษและกล่องนาฬิกานั้น “จะเป็นเด็กหนุ่มที่เรียนเก่งหรือว่าเด็กหนุ่มที่กีฬาเป็นเลิศ” แม่พูดต่อ แกงจืดยิ้มเขินๆ เมื่อต้องมาพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าแม่ของเขา แม่นั้นรู้มานานแล้วว่าลูกของเธอ แท้ที่จริงแล้วตัวตนข้างในเป็นเช่นไร
แต่ด้วยความรักและแกงจืดคือลูกของเธอ จะเป็นไปได้อย่างไร ที่เธอจะเลือกรักแค่พี่ชายของเด็กหนุ่มอย่างข้าวกล้องเพียงคนเดียว ไม่ว่าแกงจืดจะเป็นเช่นไร เธอจะสนับสนุนลูกในทุกเรื่อง ตราบใดที่สิ่งที่ลูกชายของเธอเลือก เป็นสิ่งที่ดี และไม่ได้ทำร้ายใคร
“คนไหนกันที่สามารถทำให้ลูกของแม่หลงรักได้ คนที่มีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวสูง คงแก่เรียน หรือว่าเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน ตลก และเป็นตัวของตัวเองอย่างที่สุด” แม่สังเกตแววตาของแกงจืด เมื่อกำลังคิดถึงคนที่เขาเลือกไว้แล้วในใจ
“ที่จริงแกงจืดก็ไม่ได้มีสเป็คอะไรหรอกนะแม่” แล้วแม่ก็เห็นแกงจืดยิ้มแบบอายอย่างที่สุด เมื่อภาพของใครคนนั้นลอยเข้ามาให้แกงจืดเห็นในความคิด “แล้วทำไมไม่บอกเขาไปล่ะลูก ว่าเราคิดยังไงกับเขา” แม่ถามเด็กหนุ่มอีกครั้ง แกงจืดกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง พร้อมเผยยิ้มกว้างออกมาให้แม่เห็น
“บางครั้ง การที่ทำให้ใครบางคนวุ่นวายใจ ทุรนทุรายบ้าง มันก็เป็นการพิสูจน์ให้เราเห็นว่า หากว่าวันใด แกงจืดทำตัวไม่ค่อยน่ารักนัก เขาก็ยังจะคงอยู่กับแกงจืด ไม่คิดจะทิ้งแกงจืดไป ใช่ไหมล่ะแม่” พอได้ยินลูกชายคนเล็กพูดจบ แม่ก็หัวเราะออกมาอย่างเต็มเสียง
“ร้ายเหมือนกันนะเรา” แม่ใช้มือทั้งสองข้างหยิกไปที่แก้มของแกงจืดและส่ายเบาๆอย่างรู้สึกเอ็นดู นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ตั้งแต่เกิดเรื่อง แกงจืดไม่พูดกับคนที่แม้ว่าจะชอบเขาเช่นกัน เพื่อขอดูว่า สิ่งที่แกงจืดหวังเอาไว้ในตัวของคนๆนี้ แกงจืดไม่ได้คิดไปเองแค่คนเดียวเท่านั้น
ลมเย็นๆพัดผ่านมา แกงจืดมองไปที่ภายในงาน ลานกว้างขนาดใหญ่เบื้องหน้า เต็มไปด้วยเด็กนักเรียนของโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ ทุกคนต่างอยู่ในชุดสูทสำหรับหนุ่มๆและชุดราตรีสวยสำหรับสาวๆ แกงจืดเดินลงบันไดลงมาอย่างช้าๆ สายตาที่พุ่งตรงไปนั้น มองเห็นสายตาของหลายๆคนหันมามองเขา บ้างก็สงสัย บ้างก็มีรอยยิ้ม
เสียงเพลงดังคลอมาเบาๆให้ได้ยิน เวทีใหญ่หยุดตัวเองเอาไว้อยู่ที่ปลายสุดของสายตามองเห็น บรรดาหนุ่มสาวที่ยืนอยู่ที่บนลานเต้นรำ ค่อยๆแหวกตัวเองออกจนเป็นทาง เด็กหนุ่มตัวสูง ผมสีทองเป็นประกาย มองตรงมาทางแกงจืด พร้อมรอยยิ้มที่แต้มริมฝีปากของเขา มิวนิคเดินมาหาแกงจืด ที่หยุดยืนอยู่ หนุ่มลูกครึ่งมองเห็นสายรัดข้อมือแสนสวยอยู่ในมือของแกงจืด
บนรถบัสที่กำลังขับเคลื่อนไปตามถนนด้านหน้า แสงไฟบนรถดับลงเพื่อให้นักเรียนจากโรงเรียนชายล้วนได้หลับพักผ่อน กับการเดินทางที่ยังอีกหลายชั่วโมง กว่าจะถึงยังจุดหมาย ความเงียบที่เกิดขึ้นนั้น
เพิ่งเป็นไปได้เพียงไม่นานนัก หลังจากที่นกกระจอกแตกรังทั้งหลาย ที่ตั้งแต่ขึ้นรถมา บรรดาหนุ่มๆยังไม่ได้หยุดพูดคุย แซวกันเอง พร้อมทั้งส่งเสียงหัวเราะ จะค่อยๆพากันเหนื่อยและเริ่มผล็อยหลับกันไปเอง คงมีเพียงแต่นำไทเท่านั้น ที่มีความเงียบเป็นเพื่อน นั่งโดยไม่พูดจากับใคร นับตั้งแต่รถบัสเคลื่อนตัวจากที่หน้าโรงเรียนเป็นต้นมา
“นำไท กินไหม” ตุ๊กับต๊ะที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้าของนำไท ยื่นถุงขนมส่งให้ แล้วก็ได้แต่เห็นนำไทส่ายหน้า ทั้งสองดอจอรอ จึงหันกลับไปนั่งตามเดิม ต่างพากันมองหน้ากัน ด้วยความรู้สึกที่เห็นใจเพื่อนอย่างที่สุด กวีที่นั่งอยู่เบาะแถวเดียวกันกับนำไท แต่อยู่อีกฝั่งทางเดิน มองเพื่อนรักด้วยความเห็นใจ
ตอนที่อยู่หน้าโรงเรียน นำไทเริ่มต้นการยืนรอแกงจืดด้วยใบหน้าที่สดใส แต่พอถึงเวลารถออก แต่ไม่เห็นแกงจืดมาถึงตามเวลานัดหมายแต่อย่างใด ตั้งแต่รู้จักและคบกันเป็นเพื่อนมานั้น นั่นคงเป็นสีหน้าที่แสนเศร้า ที่กวีเคยเห็นนำไทมี
“นำไท ผ้าห่ม” กวียื่นมือไปสะกิดเพื่อนเบาๆ เหมือนนำไทดึงตัวเองกลับมาจากความคิด “เออ ขอบใจ” นำไทพูดสั้นๆ ก่อนจะรับผ้าห่มผืนนั้นไป กวีมองเลยข้ามไปที่นั่งริมหน้าต่าง นำไททิ้งที่นั่งให้ว่างไว้ เพราะมันควรจะเป็นที่นั่งของแกงจืด บนเบาะข้างหน้าต่างนั้น นำไทวางมือซ้ายของเขาลงไป ตอนนี้มันเย็นเฉียบ จากอากาศที่โรยตัวลงมาจากเครื่องปรับอากาศด้านบน
พร้อมทั้งลมเย็นๆภายนอกตัวรถ ที่ยิ่งรถวิ่งผ่านไปมากเท่าไหร่ ใกล้พื้นที่ภาคเหนือเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ความรู้สึกที่ความเดียวดายนำมาฝาก ก็ยิ่งทำให้ความหนาวเย็นมีมากขึ้นเป็นเท่าตัว นำไทปิดเปลือกตาลง และคิดไปว่า ที่นั่งข้างๆเขา มีใครบางคนนั่งอยู่ด้วยกัน
“เคลียร์ซุป” เจ้าของชื่อที่เด็กหนุ่มลูกครึ่งติดปากเรียกมาตลอด สบตากับมิวนิคตรงๆ แววตานั้นเต็มไปด้วยความจริงที่มีอยู่ภายในใจ และมิวนิคก็พอจะรู้ว่า ที่แกงจืดหรือหนุ่มน้อยเคลียร์ซุปของเขาคนนี้ คนที่มิวนิครู้สึกชอบทันทีที่เห็น กำลังจะบอกอะไรกับเขา
“อยู่กับเราจนงานเลิกเถอะนะ” มิวนิคก้มลงมองสายรัดข้อมือเส้นสวยในมือของแกงจืด เส้นที่เขาส่งไปให้คนที่เขาหวังว่า จะเป็นคู่เดตกับคืนปาร์ตี้งานพรอมคืนนี้ “ถึงตอนประกาศคิงแอนด์ควีนของงานพรอม เราสองคนจะได้ขึ้นไปรับรางวัลด้วยกัน นะ เคลียร์ซุปนะ” คนที่กำลังถูกมิวนิคอ้อนอย่างแกงจืด ยิ้มบางๆให้
“เราไม่ได้แต่งตัวมารับรางวัลเสียหน่อย” มิวนิคนั้น เลี่ยงไม่อยากมองชุดที่แกงจืดใส่มาตั้งแต่แรกแล้ว เหตุผลก็เพราะ หนึ่ง เขาดีใจมากที่ได้เห็นแกงจืดมางานนี้ สอง ไม่ใช่เพราะเขาอายที่แกงจืดแต่งตัวอย่างง่ายๆ เสื้อยืดธรรมดากับกางเกงยีนส์เท่านั้น แต่เขารู้ว่าแกงจืดมาที่นี่ทำไมในคืนนี้ และสาม กับสิ่งที่คล้องไหล่ของแกงจืดอยู่ นั่นที่เป็นหลักฐานสำคัญ แกงจืดยื่นมือข้างหนึ่งออกไปข้างหน้า มิวนิคทำเบือนหน้าหนี เบ้ปาก ส่ายหน้าไม่ยอมรับมันกลับคืนมา
“มิวนิค” สายตาละห้อยของมิวนิคทำให้แกงจืดรู้สึกสงสารเด็กหนุ่มลูกครึ่งอยู่ไม่น้อย แต่นี่เป็นสิ่งที่แกงจืดต้องทำ มันจำเป็น “เราไปนะ” แกงจืดยิ้มให้มิวนิคอีกครั้ง มิวนิคมองแกงจืดราวกับมันเป็นภาพสโลโมชั่น เมื่อแกงจืดกำลังหันหลังกลับไป
“แกงจืด” มิวนิคจับแขนของแกงจืดเอาไว้ ก่อนจะดึงตัวแกงจืดเอาไว้ แล้วรั้งตัวของแกงจืดเข้ามากอด จนแน่น ด้วยความรู้สึกที่มีในหัวใจ แกงจืดไม่ได้ขืนตัวแต่อย่างใด ปล่อยให้เวลาของมิวนิคหยุดหมุนอยู่ตรงนั้นสักพัก ก่อนที่แกงจืดจะใช้มือตบลงเบาๆที่หลังของมิวนิค หนุ่มลูกครึ่งค่อยๆคลายอ้อมแขนออก ใบหน้าของมิวนิคอยู่ห่างจากแกงจืดเพียงแค่ลมหายใจกั้น ที่หากเพียงแค่ว่ามิวนิคจะก้มลงไปเท่านั้น รอยจูบของเขาก็จะสัมผัสเข้ากับริมฝีปากของแกงจืด
แล้วมิวนิคก็ปล่อยให้ความเป็นจริงแทรกตัวเข้ามาแทนที่ แกงจืดเป็นอิสระอีกครั้ง จากอ้อมกอดของมิวนิค มิวนิคก้มลงมองสายรัดข้อมือที่เขารับมันกลับคืนมาจากแกงจืด เขารู้ว่า คนเราไม่สามารถได้ทุกสิ่งที่ต้องการในชีวิต บางครั้ง มันก็เป็นการยากที่จะตัดใจจากสิ่งที่สวยงามที่สุดในสายตาของเรา
แต่มันคงจะสวยงามมากกว่านั้นภายในใจของเขา เมื่อจะได้เห็นแกงจืดมีความสุข และมีรอยยิ้มอย่างที่แกงจืดสมควรจะได้รับ รู้ตัวอีกที มิวนิคก็จอดรถบนถนนเลียบรันเวย์สนามบิน ก่อนจะปล่อยให้เสียงจากการเทคออฟของเครื่องบินลำนั้น ทะยานข้ามเหนือรถยนต์ของเขาไป
“ข้าวกล้องดูให้ยาหยีที ว่าเตาแก๊ซปิดวาล์วแล้วหรือยัง” ยาหยีถามข้าวกล้องที่ยังอยู่หลังครัวของร้านเบเกอรี่ ที่ทั้งสองคนกำลังดูแลความเรียบร้อยก่อนปิดร้านในวันนี้ ยาหยีได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า ข้าวกล้องเช็คดูเรียบร้อยแล้ว “เราคงต้องสั่งน้ำส้มเพิ่มแล้วมั้งยาหยี ของเจ้านี้เขาอร่อยน่ะ ขายดีจนเกินคาด” ข้าวกล้องที่พูดไปพลางไล่ปิดไฟออกมาจากครัวไป ต้องเงียบเสียงลง
เมื่อออกมาจากครัวแล้วเห็น ยาหยียืนแตะแขนของหนุ่มผมทองสีสวยเบาๆอย่างปลอบใจ ข้าวกล้องผ่อนลมหายใจเบาๆ สบตากับยาหยี ก่อนจะเดินเข้าไปหา แล้วชวนให้มิวนิคไปนั่งลงที่โต๊ะก่อน ยาหยีเดินไปหยิบน้ำผลไม้มาให้มิวนิค นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มิวนิคกล่าวขอบคุณยาหยีเบาๆ ข้าวกล้องหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆมิวนิค
“ไง ถึงกับหงอยไปเลยหรือ” ข้าวกล้องเปิดฉากทำลายความเงียบ ด้วยประโยคของเขาที่ทำให้โดนยาหยีหยิบเอาขวดน้ำเปล่าพลาสติกมาตีเข้าให้ที่แขนดังสนั่น “โอ๊ย ถึงตายนะเนี่ย” ข้าวกล้องทำร้องโวยวาย ยาหยีทำตาดุเข้าใส่
“ครับ ถึงตายได้เลย” พูดจบ มิวนิคก็ฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ยาหยีทำหน้ากังวลกับข้าวกล้อง ส่งสัญญาณให้ข้าวกล้องพูดปลอบใจมิวนิคไปบ้าง “เอาน่า ถือซะว่า น้องชายพี่มันได้ดีไปแล้ว” ข้าวกล้องยักไหล่ให้กับยาหยี เมื่อเห็นภรรยาของเขาส่ายหน้าให้ เมื่อข้าวกล้องพูดอะไรก็ไม่รู้ออกมา “แสดงว่า อยู่กับผมแล้วไม่ได้ดีน่ะสิครับ” มิวนิคเงยหน้าจากโต๊ะขึ้นมาถาม ยาหยีรีบปลอบว่าไม่ใช่แบบนั้น
“เรื่องแบบนี้ เราจะไปบังคับกันได้ยังไง จริงไหม มิวนิค” ยาหยีพูดด้วยเหตุผลที่มิวนิครู้สึกว่า เขามาหาที่พึ่งไม่ผิดที่ “พ่อผมบอกว่า ว็อท ดาซ น็อท คิล ยู เมคส์ ยู สตร็องเก้อร์” หนุ่มน้อยลูกครึ่งคิดถึงสิ่งที่พ่อของเขาสอนเอาไว้ ว่าอะไรที่ร้ายๆ หากเราผ่านมันมาได้ มันจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น “ผมไปส่งเขาที่สนามบิน” ข้าวกล้องฟังแบบนั้นแล้วถึงกับทึ่งในน้ำใจของมิวนิค
“ขอบใจเว้ยไอ้หนุ่ม แมนมาก แบบนี้ค่อยเป็นพี่เป็นน้องกันได้หน่อย” ข้าวกล้องตบหลังมิวนิคดังป้าบๆ ด้วยความขอบใจ “ผมก็อยากเป็นพี่เป็นน้องกับพี่กล้องเหมือนกัน” มิวนิคพูดขึ้นมาอีกครั้ง “พี่มีน้องชายเหลืออีกสักคนไหมละครับ” ได้ยินกันแบบนั้น ยาหยีถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง ข้าวกล้องพูดไม่ออก และมิวนิคเพิ่งจะยิ้มกับเขาได้บ้างแล้ว
แสงตะวันที่เริ่มทอแสงแรกแห่งวัน กำลังโผล่พ้นขึ้นมาจากขอบฟ้านั้น นำไทที่จับเอามอเตอร์ไซค์ขี่ขึ้นเขามาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เขาจอดรถเอาไว้ที่ลานเล็กๆตรงด้านหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว ที่ตอนนี้คนเริ่มหนาตาขึ้น เพราะต่างจะขึ้นมาดูทัศนียภาพยามเช้ากันทั้งนั้น
นำไทเดินลัดเลยไปอีกทางหนึ่ง บริเวณที่ไม่มีคนมากนัก มันเป็นที่ที่เขาอ่านเจอในเว็ปไซต์ว่า ถ้าหากเขาไปยืนอยู่ตรงหน้าผาขาว ที่พื้นทั่วลานตรงนั้นเป็นหินสีขาวไปทั่วบริเวณ และอธิษฐานเสียงดังมากพอ ฟ้าเบื้องบนก็จะรับรู้ และทำให้เขาสมหวังกับทุกสิ่งที่ขอ
“ผมขอได้ทุกอย่างจริงๆหรือเปล่าครับ” นำไทเงยหน้าขึ้นไปมองบนฟ้า เมื่อเขามายืนอยู่ตรงที่ดังกล่าวแล้ว “ก็ถ้าโลภมากเกินไป ใครเขาจะให้เอ็งกันละว่ะ ไอ้น้อง” นำไทถึงกับสะดุ้ง หันไปทางต้นเสียงที่เป็นชายหนุ่มคนนั้น คนเดิมที่เจอบนรถไฟฟ้า เพียงแต่วันนี้ที่ต่างออกไปก็คือ เขาไม่ได้ใส่ชุดทำงานผูกเนคไทดูเนี้ยบๆอย่างวันก่อน
“แล้วเราทำทุกอย่างเต็มที่ อย่างเต็มความสามารถหรือยัง ก่อนจะขอพรจากฟ้าน่ะ” เสียงของชายหนุ่มอีกคน ที่คอยห้ามไม่ให้แฟนของตัวเองแกล้งนำไทให้มากนัก ถามขึ้นด้วยเสียงใจดี “ผมคงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับพี่” นำไทหันไปมองหน้าชายหนุ่มทั้งสองคน ก่อนจะพูดต่อไปว่า
“ผมถึงต้องมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวยังไงล่ะครับ” นำไทเสียงเครือนิดๆ เพราะความรู้สึกหวั่นไหวที่สะสมตัวอยู่ในใจเขาไม่น้อย “งั้นเอ็งอธิษฐานเลย เอ้า ให้เสียงดังๆด้วยนะ แล้วเรามาดูกัน ว่ามันจะได้ผลไหม” ชายหนุ่มที่ชอบแซวนำไทคนนั้นบอกให้เด็กหนุ่มทำตามวิธีการที่มี
“หลับตาสิ แล้วก็พูดสิ่งที่หวังเอาไว้ออกมาดังๆ ให้ครบสามครั้ง เร็วเข้า ดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว เดี๋ยวไม่ขลังนะ แล้วมันจะไม่ได้ผล” นำไทมองไปที่ขอบฟ้าเบื้องหน้า แสงสีสวยของวันใหม่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า ก่อนจะหลับตาลงตามคำแนะนำนั้น
“ฟ้าเบื้องบนครับ ช่วยผมด้วย ผมแย่แล้ว ไอ้หนุ่มนอกมันเฮงซวย มันทำความลำบากให้ผมแล้วครับ” นำไทตะโกนเสียงดังลั่น ฟ้องไปยังฟ้าสีสวยด้านบน ที่กำลังทอแสงผ่านม่านหมอก และลมหนาวระลอกแรกผ่านใบไม้และยอดหญ้ามาถึง
“ผมอยากให้แกงจืดมาเป็นแฟนผมครับ” นำไทตะโกนจนสุดเสียง เท่าที่เขาจะทำได้ เด็กหนุ่มทำจนครบสามครั้ง รู้สึกตัวว่าเขากำลังหอบจากความรู้สึกหนักใจอย่างที่สุด ที่มันไหลวนอยู่ในความรู้สึกมาแสนนาน นำไทค่อยๆลืมตาขึ้น มองไปที่ขอบฟ้านั้นอีกครั้ง แสงแห่งวันใหม่กำลังส่องแสงเป็นประกายเพิ่มความอบอุ่นไปจนทั่วบริเวณ
“เฮ้ย” นำไทสะดุ้งสุดตัว แล้วรีบเงยหน้ามองฟ้า เมื่อเขาหันไปอีกครั้ง ชายหนุ่มผลุบโผล่สองคนนั้นหายไปแล้ว และไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ คนที่เขาเห็นว่ากำลังยืนอยู่ข้างๆเขาในตอนนี้ “แกงจืด” นำไทเรียกชื่อนั้นเบาๆ เจ้าของชื่อหันมามองตามเสียงเรียกนั้น แล้วจึงหันไปมองดวงตะวันที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นจากฟากฟ้า
“ไหนนำไทบอกว่า ดูอาทิตย์ขึ้นคนเดียว มันไม่สวยไง” แกงจืดถามนำไทไป ตามที่เคยได้ยินเจ้าตัวพูดมาแบบนั้น นำไทที่กำลังลังเลว่า นี่มันเป็นเรื่องจริง หรือว่าเขาคิดถึงแกงจืดมากไป จนมองเห็นแกงจืดจากการสร้างมโนภาพขึ้นมาของสมองตัวเองกันแน่ “ว่าไง” แกงจืดถามซ้ำ พยายามกลั้นยิ้มเอาไว้อย่างที่สุด
“เมื่อวานไปไหนมา” มีคำถามมากมาย เรื่องราวหลากหลายที่นำไทอยากจะพูดกับแกงจืด แต่ประโยคที่หลุดออกไป กลับดังออกมาจากความน้อยใจที่ตัวเองมีเสียแทน “เราไปงานพรอมที่โรงเรียนของมิวนิคมา” เหมือนนำไทจะยังหัวใจห่อเหี่ยวไม่มากพอ ยังต้องมาฟังแกงจืดพูดอะไรแบบนี้อีก
“เรามันจะไปสำคัญอะไร” นำไทพูดกับตัวเองเสียงเบา แกงจืดแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน “เราเอาสายรัดข้อมืองานพรอมไปคืนมิวนิค” แกงจืดพูดขึ้น นำไทหันไปมองแกงจืดในทันที แกงจืดก็หันไปสบตากับนำไท ก่อนที่คนที่กำลังรู้สึกน้อยใจอย่างที่สุด จะมองเห็นผ้าพันคอผืนนั้น คล้องพันอยู่ที่แกงจืด นำไทถึงกับวูบวาบไปทั้งตัว
“อากาศเย็นแบบนี้ ทำไมถึงไม่ทำให้ตัวเองอบอุ่นไว้ล่ะ นำไท” แกงจืดเอาผ้าพันคออีกผืนหนึ่งที่ถืออยู่ คล้องไปที่คอของนำไท “ถ้าไม่มีเราผูกผ้าพันคอให้ นำไทจะทำยังไง” นำไทคว้าข้อมือของแกงจืดเอาไว้จนแน่น และนั่นหยุดสายตาของทั้งคู่ให้สบกันนิ่ง
“เราก็ไม่ผูกไง เพราะถ้าไม่ใช่แกงจืด ก็ไม่มีใครอื่นอีกแล้ว” แกงจืดฟังแล้วถึงกับต้องกัดริมฝีปากกลั้นเขินในทันที ชายหนุ่มที่ชอบแซวนำไทถึงกับส่งเสียงยี้ จากตรงที่ไปยืนแอบฟังแอบดูนำไททำเรื่องเปิ่นๆนั้น “อย่าว่าแต่เขา คุณเองก็ใช้ประโยคเดียวกันนี้เปี๊ยบเลย” ถึงว่า ชายหนุ่มคิด เมื่อได้ยินคู่ชีวิตของเขาพูดแบบนั้น นำไททำให้เขาคิดถึงตัวเองตอนเป็นเด็กหนุ่วัยรุ่นนี่เอง เขานึกขอบคุณที่ได้พาคนรักของเขา มาย้อนรำลึกถึงอดีตอีกครั้ง ณ สถานที่แห่งนี้
รู้ไหมก่อนเราได้เจอกัน
I was a wreck
ผมดูมึนมึน ซื่อบื้ออย่างที่สุด
But things were kinda heavy
แต่หลายหลายอย่างที่มันดูหนักหนา
You brought me to life
แทนค่าด้วยการที่คุณทำให้ผมมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“แกงจืดรู้ใช่ไหม ว่าเราหมายความว่ายังไง” นำไทปล่อยให้แกงจืดพันผ้าพันคอให้จนเสร็จ และมันทำให้เขารู้สึกอุ่นขึ้นในทันที “จะต้องใช้เครื่องช่วยแปลไหมล่ะ” แกงจืดเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรออกไปให้ดีกว่านี้ เพราะนำไทกำลังทำให้แกงจืดหัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆแล้ว
จะบอกให้นะ ทุกทุกกุมภาพันธ์ต่อจากนี้
You’ll be my valentine
คุณคือวันวาเลนไทน์ในชีวิตผม
Valentine
คนที่ผมจะบอกรักในวันของหัวใจ
“ถ้าแปลออกมาแล้ว มันจะฟังได้ว่ารักนะ” แกงจืดว่า เขาเตรียมตัวมาดีแล้ว แต่พอมาเจอสถานการณ์จริงแกงจืดกลับแพ้ทางนำไทเข้าจริงๆ “เราอยากจะพูดคำนี้กับจืดมาตั้งนานแล้ว ถึงขนาดตะโกนไล่หลังตามระไฟฟ้าไปด้วยซ้ำ แต่จืดไม่ได้ยิน” แกงจืดอยากจะบอกให้รู้กันดังๆไปเลยว่า เขาได้ยินที่นำไทตะโกนบอกรักในเย็นวันนั้น แถมคนในรถไฟฟ้ายังแซวเลยว่า ให้เขานั่งรถย้อนกลับไปที่สถานีเดิม และไปขอรับแฟนคืนได้ที่เคาน์เตอร์รับของหาย
แล้วพอค่ำนี้มาถึง ขอลุยให้มันสุดทาง
No regrets, just love
ไม่มีคำว่าเสียใจ มีเพียงแค่ความรักเท่านั้น
We can dance until we die
จะเต้นรำกันจนกว่าจะหมดแรง
You and I
มีคุณมีผม
We’ll be young forever
และจะเป็นแบบนี้เสมอไป
“แล้วจืดล่ะ รักเราบ้างไหม” นำไทถามแกงจืดออกไป ตอนนี้เด็กหนุ่มมีสายตาเว้าวอนเหลือเกิน และแกงจืดก็เห็นมันเช่นกัน “เราไม่ใช่คนตลกอะไร ไม่ได้เล่นกีฬาเป็นเลิศ ไม่ได้หล่อเทียบใครเขาได้” แกงจืดส่ายหน้าช้าๆ นำไทหยุดพูด
คุณทำให้หัวใจ อยู่ภายใต้อิทธิพลของชีวิต
A teenage dream
อย่างที่วัยรุ่นฝันหวานกันไว้
The way you turn me on
กับวิธีที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นตัวอย่างนี้
“แว่นตาไปไหนแล้ว” แกงจืดถามแว่นตากรอบเชยๆทรงกลมของนำไท เจ้าของแว่นดึงมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อตัวด้านในที่อยู่ใต้เสื้อไหมพรมกันหนาวของเขา แกงจืดค่อยๆสวมแว่นให้กับนำไท กระจกเลนส์มันแตกแล้ว จากวันที่นำไทช่วยแกงจืดเอาไว้ในวันนั้น วันที่แกงจืดเห็นสายตาที่เศร้าสร้อยของนำไทผ่านแว่นตาอันนี้ แล้วรู้สึกสงสารนำไทที่สุด วินาทีนั้น แกงจืดก็รู้ว่าเขาชอบใคร
จะให้หลับตาลงไปได้ยังไง
Let’s runaway
หลบหนีผู้คนไปให้แสนไกล
And don’t ever look back
และไม่ต้องย้อนกลับมามองอีก
Don’t ever look back
อย่าได้กังวลในสิ่งใดอีก
“ไม่หล่อจริง เราไม่มอบใจให้หรอกนะ” นำไทหูผึ่ง ยืนงงๆ อึ้งๆ ไปกับสิ่งที่ได้ยิน “แกงจืดหมายความว่า จืดพูดว่า หมายความว่า จืดรักเราใช่ไหม รักเราอย่างที่เรารักแกงจืดใช่ไหม จริงนะ ใช่ไหม จริงๆนะ” นำไทกระโดดไปรอบๆ แกงจืดอายเขาจะแย่ เมื่อมีคนหันมามองด้วยสายตาอาการยิ้มๆ เมื่อนำไทพร่ำขอบคุณฟากฟ้า ขอบคุณแผ่นหินศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้มีแฟนกับเขาสักที ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของแกงจืด แล้วนำไทก็จับมือทั้งสองข้างของแกงจืดเอาไว้
พร้อมแล้วนะ คืนนี้ คืนที่เราจะเปิดใจ
No regrets, just love
ไม่เคลือบแคลง มีแต่ความรัก
We can dance until we die
เราจะพลอดรักกันจนหมดคืน
You and I
คุณกับผม
We’ll be young forever
ใช้ความหนุ่มแน่นของเราให้เป็นประโยชน์
“เราบอกตัวเองทุกวัน ว่าเราต้องการที่จะทำให้แกงจืดมีความสุข ให้โอกาสเรานะ” แกงจืดคิดในใจว่า จะต้องให้เขาพูดอะไรอีก ที่ตามนำไทมาจนถึงที่นี่ ยังพูดแทนความรู้สึกที่มี ได้ไม่มากพออีกหรือ “แต่ถามอะไรก่อน นำไท” แกงจืดทำเสียงดุขึ้นมาอย่างกะทันหัน นำไทขมวดคิ้วมองแกงจืด ที่ตอนนี้ทำไมนำไทรู้สึกว่า เขากำลังจะลำบากก็ไม่รู้ได้
จะให้บอกกี่ครั้ง ผมก็ยังพูดได้คำเดิม
A teenage dream
ว่าเรามีชขีวิตอย่างที่เราเป็น เราเลือก
The way you turn me on
กับหนทางที่คุณทำให้ผมมีรัก
“ที่ว่า นำไทจ๋า แกงจืดไม่มีใครนอนเป็นเพื่อนเลยคืนนี้ นำไทช่วยหน่อยนะ แกงจืดเง้าเหงาน่ะ คิดว่าเราจะพูดจริงๆหรือไง” นำไททำหน้าบอกไม่ถูก เรื่องนี้มันควรจะเป็นความลับไม่ใช่หรือไง ทำไมแกงจืดถึงได้รู้ได้ ไอ้กวีมันเป็นเพื่อนสนิทภาษาอะไรกันแน่นะ “เอ่อ คือ แบบว่า มัน คือ” ยังไม่ทันที่นำไทจะแก้ตัวได้ทัน แกงจืดก็ทำท่าจะเดินไปอีกทาง “เดี๋ยวแกงจืด ฟังเราก่อน” นำไทรวบตัวของแกงจืดเอาไว้ได้ทัน
แม้มันจะทำให้ผมนอนไม่หลับ
Let’s runaway
แต่เราก็ไม่ต้องสนใจใคร
And don’t ever look back
มองไปเพียงแต่ข้างหน้า
Don’t ever look back
ไม่ต้องลังเลกับสิ่งใดใด
“นำไท” เจ้าของชื่อ มอบอ้อมแขนล้อมตัวเป็นอ้อมกอดให้กับแกงจืดในทันที แรงรั้งตัวดึงตัวของแกงจืดเอาไว้ของนำไท มั่นคง และแนบแน่น แต่ไม่บังคับ ไม่กะเกณฑ์ และนั่นก็ทำให้แกงจืดรู้สึกพอใจ
ไหนขอฟังเสียงหัวใจเต้นแรงนั้นอีกครั้ง
In my skin-tight jeans
เอามาพกใส่กระเป๋ากางเกงของผมเอาไว้
Be your teenage dream tonight
แล้วให้ผมมอบความฝันในวัยหนุ่มนี้คืนให้ไป
“เราจะยังคงห่างกันไกลเท่าเดิมอยู่แบบนี้อยู่อีกหรือ” ใบหน้าของแกงจืดลอยห่างไปจากลมหายใจของนำไทเพียงแค่นิดเดียว ปลายจมูกของนำไทคลอเคลียกับแกงจืด แกงจืดยิ้มด้วยความเขิน แก้ม หู ปาก คาง ของแกงจืดแดงไปหมดแล้ว
อีกกี่ครั้ง ผมก็ยังยืนยันคำเดิม ที่เคยพูดไว้
A teenage dream
กับวัยของเราที่มีอะไรมากกว่านั้น
The way you turn me on
ถึงจะมีเรื่องที่ทำให้เราต้องฮอร์โมนพลุ่งพล่าน
“แล้วนำไทคิดว่ายังไงล่ะ” นำไทฟังคำถามนั้นจบ ก็ตวัดสายตาลงมองที่เรียวปากของแกงจืดที่อยู่ห่างไปไม่ไกลแล้ว ก่อนจะเอียงหน้านิดหนึ่ง แล้วค่อยๆขยับให้ริมฝีปากของทั้งสองฝ่าย ลดระยะห่างลงเรื่อยๆ
จนแทบจะหลับตาลงไม่ไหว
Let’s runaway
งั้นเรามาหลีกหนีไปด้วยกัน
And don’t ever look back
ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้นต่อจากนี้
Don’t ever look back
ให้มีเพียงความทรงจำดีดี ทิ้งไว้ด้านหลังก็พอ
“โอ๊ย” เสียงร้องดังลั่นดังมาให้ได้ยิน นำไทกับแกงจืดที่ผละออกจากกัน หันไปมองทางนั้น ก่อนจะเห็นกวี ตุ๊และต๊ะ ล้มกลิ้งอยู่บนพื้น เมื่อทั้งสามคนที่ลุ้นจัด หลังจากแอบดูนำไทกับแกงจืดมาจนถึงช่วงสำคัญ ลื่นล้มลงมาเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นบนยอดหญ้าที่เปียกชื่นไปด้วยน้ำค้างยามเช้าแบบนั้น
กับหัวใจที่สั่นสะท้าน
When you look at me
ตอนที่คุณส่งสายตาให้ผมมา
Just one touch
เพียงสัมผสแผ่วเบา
Now baby I believe
ผมเชื่อแล้ว ว่ารักของเรา
“ไม่ได้ทำอะไรนะ ไม่เห็นอะไรเลย ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น” ทั้งสามคนรีบแก้ตัว ทำเสียงดังโวยวาย ก่อนจะทำแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง นำไทกับแกงจืดมองหน้ากัน แล้วก็หัวเราะออกมา นำไทยกมือเกาหัวอย่างเขินๆ มาตอนนี้ เขาอายแกงจืดจะแย่ แกงจืดเองก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไงแล้ว ตอนนี้มองไปก็เห็นว่านำไทหล่ออย่างที่สุด
มันเป็นความจริงที่สุด
So take a chance
มาเถอะ กับโอกาสที่มีนี้
And don’t ever look back
แล้วไม่ต้องฟังเสียงใครทั้งนั้น
don’t ever look back
และทิ้งทุกอย่างเอาไว้ให้เป็นเพียงสิ่งที่ผ่านไป
“อีกนิดเดียวเอง” นำไทพูดออกไป “พูดเรื่องอะไรน่ะ” แกงจืดทำไขสือ “เรื่องนี้ไง” นำไทสัมผัสริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากของแกงจืดเบาๆ แล้วดึงใบหน้าออกมาสบตากับแกงจืดอีกครั้ง ก่อนที่นำไทจะกดริมฝีปากของเขาให้หนักขึ้น และนานขึ้น ซ้ำรอยจูบแรกของทั้งคู่ลงไป
กับหัวใจที่กำลังเต้นแรงของคุณ
In my skin-tight jeans
เอามันมาให้ผมแนบไว้แน่นแน่นกับใจของผม
Be your teenage dream tonight
ผมจะเป็นฝันดีของคุณ ในค่ำคืนนี้
Let you put your hands on me
เอามือของคุณมาให้ผมกุมไว้
In my skin-tight jeans
แน่นแน่นในมืออุ่นอุ่นของผมนี้
Be your teenage dream tonight
แล้วเราฝันไปด้วยกัน แค่คุณกับผม เท่านั้นเป็นพอ
“พอแล้ว” แกงจืดห้ามนำไทเอาไว้ “ยังไม่หายหนาวเลย” นำไทประท้วง “เดี๋ยวก็หมดหรอก” แกงจืดรู้สึกวูบวาบไปหมดแล้ว ยิ่งได้ยินตัวเองพูดอะไรออกไปก็ไม่รู้ ยิ่งไปกันใหญ่ “ค่อยๆชิมเอง จะหมดได้ยังไง” นำไทคว้าเอามือของแกงจืดไปสอดเอาไว้ที่กระเป๋าด้านหลังกางเกงยีนส์ของเขา ส่วนมือทั้งสองข้างของนำไท ก็ประคองสะโพกของแกงจืดเอาไว้ “แก้หนาวกันนะ” ถามไปแบบนั้น พอเห็นว่าแกงจืดไม่ห้ามไม่ปราม นำไทก็ได้ใจมากขึ้นอีกเป็นสองเท่า
teenage dream
darren criss
(Blain from Glee)

ไอ่เราใจพองมากๆคิดว่าเลือกน้องมิวนิคแต่ที่ไหนได้
กีซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
พี่ข้าวกล้องมีน้องชายเพิ่มอีกคนมะ แอร๊ยเอามาให้น้องมิวนิคเดียวนี้นะ ดิ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สงสารมากมายแต่ก็นะแมนมากๆเหอะไหนๆไมไ่ด้เปนแฟนกันก็เปนเพื่อนกันก็ยังดีเนาะ แล้วอีกอ่านได้จุฟฟฟฟฟฟฟฟฟด้วย แอร๊ยยยยยยย
ส่วนเจ้านุ้งนำไทคงเสียใจมากๆสินะตอนแรกอ่ะแต่โอกาสดันพลิกเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยไอ่หนุ่มน้อยเจ๋งมากลูก พิชิตใจนุ้งแกงจืดได้แล้วเย้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่เสียแรงที่ตื่นเช้าเฝ้ารับเฝ้าส่งชิมิคะ
แล้วนี่มาหวีดกันที่อากาศดีๆเยี่ยงเน้อีก แหม..เข้ากั๊นเข้ากัน
ปล.ลีลาการแต่งยังทำน้องปวดตับเยี่ยงเคย กีซซซซซซซซซซซซซซหาแฟนให้น้องมิวนิคด่วนด้วยไม่งั้นปร้าคนอ่านจะไปงาบแทน คริๆ
#1 By mecon (124.121.70.51) on 2010-11-10 22:06