ให้เวลาหมุนกลับไปดังเดิม

 

ยุกยิก อย่ากินนะ” จอหนังตรงรี่เข้าปัดขวดน้ำเขียวนั้นออกจากมือของเด็กหนุ่ม จนมันล้มลงบนโต๊ะ และไหลกระฉอกออกจากขวดมาจนเกือบครึ่ง “คุณจอหนัง ทำอะไรครับเนี่ย” เสียงของยุกยิกบ่งบอกได้เลยว่า กำลังตกใจอยู่ไม่น้อย

 

“ฉันไม่ให้เธอกินน้ำเขียวขวดนี้” ภาพเมื่อครั้งที่ยุกยิก ถูกดุจดาวมอมยา เพื่อจะให้เพื่อนของตัวเองทำมิดีมิร้ายในม่านรูด ฉายกลับเข้ามาในภาพความทรงจำของเขาอีกครั้ง

 

“ทำไมล่ะคะ พี่จอหนัง ทำไมยุกยิกถึงจะกินน้ำเขียวขวดนี้ไม่ได้” ดุจดาวถามพาซื่อ เหมือนกับว่าไม่รู้อยู่แก่ใจตัวเองยังไงยังงั้น

 

เธอเองก็รู้ดี ดุจดาว ว่าทำไม” จอหนังมองดุจดาวเพื่อสะกิดให้คนที่ทำหน้าไม่รู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นอย่างหน้าไม่อายนี้ รับรู้ว่า จอหนังเห็นทั้งหมด และรู้ไม่ว่าจะไส้กี่ขดๆของดุจดาว

 

“นั่นสิครับ ทำไมผมถึงกินน้ำเขียวขวดนี้ไม่ได้” ยุกยิกขมวดคิ้วกับความรู้สึกที่สงสัยในท่าทีของจอหนัง “ก็เพราะว่า” จอหนังจ้องหน้าดุจดาวเหมือนกับจะบอกกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าว่า ถ้าให้เขาพูดออกไป ดุจดาวจะเดือดร้อนแน่ๆ

 

“เพราะว่าอะไรล่ะคะพี่จอหนังขา” ดุจดาวลากเสียงยาวที่ท้ายประโยค ก่อนจะหยิบขวดน้ำเขียวที่เหลืออยู่เพียงครึ่งขึ้นมาตั้งบนโต๊ะ

 

เพราะเธอเคย” จอหนังพูดออกมาอีกครั้ง ชายหนุ่มมองเห็นว่า ยุกยิกเองก็กำลังรอคอยคำตอบอยู่เช่นกัน “ก็พูดมาสิคะ ทำเป็นอ้ำๆอึ้งๆ ไม่สมกับเป็นพี่จอหนัง ที่หนึ่งแห่งธุรกิจเลยสักนิด”

 

ดุจดาวทำเหมือนกับว่า เธอเองไม่มีความลับหรือสิ่งที่ต้องปกปิดใดๆ ให้ต้องกังวลหรือกลัวว่าจะถูกเปิดโปงทั้งสิ้น

 

“ดุจดาวเธอเคยมอมยายุกยิกมาแล้ว เธอจำไม่ได้หรือไง” จอหนังพูดด้วยความมั่นใจ ว่าสิ่งนี้ จะต้องทำให้ดุจดาวหมดทางแก้ตัวอย่างแน่นอน พอจอหนังพูดจบ ยุกยิกก็ได้แต่สบตากับดุจดาว ที่ตอนนี้เธอยืนอยู่ต่อหน้าทั้งสองคนเงียบๆ

 

พี่จอหนังพูดเรื่องอะไรคะ ดุจดาวไปทำอะไรแบบนั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” ดุจดาวพูดแบบไม่แสดงออกทางสีหน้า มันเรียบเฉย จนเดาไม่ถูกว่า จริงๆแล้วเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ “มันก็มีแต่พวกทำความเลวแล้วไม่ยอมรับนั่นแหละ ที่จะพูดแบบนี้”

 

ยุกยิกถึงกับตกใจที่ได้ยินจอหนังพูดเช่นนั้น เด็กหนุ่มหันไปมองทางดุจดาว ก็เห็นแต่เพียงเธอทำหน้าเฉยเมยเท่านั้น “หรือคะ พี่จอหนัง” คำถามของดุจดาวเหมือนกับจะขุ่นเคืองในใจอยู่ไม่น้อย

 

“คนอย่างดุจดาวเนี่ย มันชั่วได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือคะ” ดุจดาวใช้น้ำเสียงราบเรียบก็จริง แต่ภายในใจ มันกลับตรงกันข้าม อย่างที่บอกให้ใครรับรู้ไม่ได้เลย

 

หรือมันไม่จริงล่ะ ดุจดาว” จอหนังคิดว่า เขาถือไพ่เหนือกว่า และเป็นต่อดุจดาวอยู่อย่างแน่นอน “ไม่จริงค่ะ” ดุจดาวตอบโต้ สวนกลับคำพูดของจอหนังทันควัน “ถ้าไม่จริงก็พิสูจน์สิ” จอหนังไม่ยอมแพ้ เพราะเขาไม่ต้องการให้ดุจดาวทำร้ายยุกยิกอีกต่อไปแล้ว

 

“เอาสิ” จอหนังที่คว้าเอาขวดน้ำเขียวขึ้นมา แล้วยื่นส่งให้ดุจดาวในทันทีนั้น น้ำเสียงแข็งกร้าวใส่ดุจดาวอย่างที่สุด “หรือว่าไม่กล้าเพราะรู้ดีว่า ตัวเองร้ายกาจแค่ไหนกันแน่” ดุจดาวชะงักกับสิ่งที่ได้ยิน

 

จอหนัง คนที่เธอรัก แต่ทำไมถึงไม่ใยดีอะไรในตัวเธอเลยสักนิด เธอมองขวดน้ำเขียวด้วยสายตาที่เจ็บปวด และยิ่งรวดร้าวมากขึ้น เมื่อเห็นสายตาของจอหนัง ที่มีแต่ยุกยิก และพร้อมจะปกป้องคนที่เขารักอย่างถึงที่สุด

 

จะต้องทำกันถึงขั้นนี้เลยหรือครับ” ยุกยิกตกใจ และกลัวว่าจะทำให้ดุจดาวรู้สึกไม่ดี “เธอไม่รู้อะไร” จอหนังพูดกับยุกยิกด้วยน้ำเสียงของคนที่รักกัน

 

“บางที งูเห่าพิษร้าย มันก็มาในคราบของคนที่เสแสร้งแกล้งทำ” แต่สายตามองไปที่ดุจดาวอย่างไม่ไว้ใจ ดุจดาวใจแทบจะสลาย เพราะแต่ละคำที่จอหนังพูดกับเธอ มันช่างทำร้ายกันอย่างร้ายกาจ

 

“ดุจดาวเขาไม่ได้ทำอย่างนั้นหรอกครับ คุณจอหนัง ใช่ไหมดุจดาว” ยุกยิกอยากจะช่วยทำให้เรื่องนี้ เป็นเพียงการเข้าใจผิด และเลิกแล้วต่อกันไป “ถ้าไม่มีอะไรจริงๆ แล้วทำไมเขาจะกินน้ำเขียวนี้เข้าไปไม่ได้ ซื้อมาเองไม่ใช่หรือไง เอาเลย หมดขวด” บทจอหนังจะทำตัวร้ายกาจ มันก็ไม่มีอะไรจะมาหยุดเขาได้เช่นกัน

 

ได้” ดุจดาวพูดจบ ก็คว้าขวดน้ำเขียวไปดื่มอั้กๆ “พอใจหรือยังล่ะ” ดุจดาวกระแทกเสียงกลับมาใส่จอหนัง “แล้วทีนี้พี่จอหนังก็ควรจะยืนรอดูดุจดาวตายไปต่อหน้าต่อตาก็แล้วกัน คงจะไม่เป็นไรมั้ง เพราะดุจดาวดูจะไม่มีค่าอะไรสำหรับพี่จอหนังอยู่แล้วนี่”

 

คำพูดของดุจดาวแฝเอาไว้ด้วยความน้อยใจอย่างมากมาย แววตาที่มองไปที่ชายหนุ่มของเธอสั่นระริก และมันบ่งบอกว่าเสียใจ เพราะรักอีกฝ่ายมากแค่ไหน

 

“ดุจดาวเขาไม่ได้ทำแบบที่คุณจอหนังพูดสักหน่อย” ยุกยิกพูดกับจอหนัง มองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ “เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว” ยุกยิกพูดต่อ จอหนังพยายามจะอธิบายแต่ก็ไม่มีโอกาสพูดอะไรออกไป

 

ถึงแม้ว่า คุณจอหนังจะไม่รู้สึกอะไร ถ้าดุจดาวเป็นอะไรไป” ยุกยิกหันไปมองดุจดาวที่มีน้ำตาคลอหน่วยอยู่ “แต่สำหรับผม ดุจดาวเป็นครอบครัวที่ผมเหลืออยู่ เขาสำคัญกับผมมากนะครับ” อสิ่งที่ยุกยิกพูดอาจจะฟังดูธรรมดา

 

แต่มันทำให้เด็กหนุ่มสะเทือนใจ เมื่อคิดถึงวันที่เขาเองจะไม่เหลือใครอีกแล้ว แต่สำหรับจอหนัง นี่เป็นคำพูดที่บอกให้เขารู้เลยว่า ยุกยิกไม่พอใจในการกระทำของเขาเลยแม้แต่น้อย

 

ที่ไปกล่าวหาน้องสาวต่างแม่ของยุกยิกอย่างเลื่อนลอยเข้าแบบนั้น และสำหรับดุจดาว มันบ่งบอกว่า แผนการของเธอ มันได้ผลมากเช่นไรเท่านั้น

 

ยุกยิก เธอก็รู้ว่าฉันหวังดีกับเธอมากแค่ไหน” จอหนังดึงตัวยุกยิกออกไปพูดกันสองคน “ด้วยการบอกว่า น้องสาวของผมจงใจจะทำร้ายผม” ยุกยิกสบตากับจอหนังตรงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมจอหนังถึงได้ดูรังเกียจดุจดาวมากนัก

 

“ว่าเขาต้องการจะฆ่าผมน่ะหรือครับ” ยุกยิกถามออกไป จอหนังอยากบอกบอกออกไปตรงๆว่าใช่ แต่คิดว่า มันน่าจะทำให้บรรยากาศในตอนนี้อึมครึมลงไปกว่าเดิม และไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น ยุกยิกกำลังอยู่ในอารมณ์ของการใกล้จะสูญเสีย

 

เพราะป้ามณีกำลังต่อสู้ยื้อเพื่อเอาชีวิตให้รอด และมีเพียงดุจดาวเท่านั้น ที่เหลืออยู่ และพอจะพูดคุยถึงเรื่องราวที่ใกล้ชิดกับมณีได้ ทางฝ่ายดุจดาว เธอแอบยิ้มอย่างสะใจ อย่างน้อย ถ้าเธอจะไม่ได้อะไรจากเรื่องนี้ ไม่สามารถทำให้จอหนังหันมามองเธอ ยุกยิกเองก็จะต้องสูญเสียมากหรือเท่าๆกับเธอด้วยเช่นกัน

 

ยุกยิก เข้าใจหน่อยสิ ฉันแค่อยากจะปกป้องเธอเท่านั้นนะ” จอหนังใจเสีย เมื่อเขากลัวว่า จะเป็นต้นเหตุทำให้ยุกยิกต้องโกรธเขาอีกครั้ง เพราะชายหนุ่มจดจำได้ดี ถึงความเลวร้ายต่างๆนานา ที่เข้ามากั้นกลางระหว่างกัน เมื่อครั้งที่เขาใช้คำพูดรุนแรงกับเด็กหนุ่ม จนแทบจะต้องเลิกรากันไป จนแทบจะไม่สามารถพูดจาหรือมองหน้ากันได้อีก

 

“มันมีวิธีอื่นอีกตั้งมากมายไม่ใช่หรือครับ ที่ให้คุณจอหนังเลือกใช้ได้” ยุกยิกถามตรงๆ และมันทำให้จอหนังรู้สึกสะอึกในอกอย่างแรง “หรือว่าคนอย่างพวกผม ครอบครัวของผม มันดูไปแล้ว เลว ไม่น่าคบแบบนั้น” ยุกยิกเกิดความรู้สึกว่า ตนเองไม่เจียมตัวอีกแล้ว

 

“ดุจดาวเป็นยังไง ผมก็คงจะต้องเป็นอย่างนั้นในสายตาของใครๆ” ยุกยิกปวดใจ เมื่อคิดว่า และนั่นก็คือสายตาของจอหนังด้วยมันจะไปกันใหญ่แล้ว ฉันจะไปคิดกับเธออย่างนั้นได้ยังไงกันยุกยิก” จอหนังเอื้อมมือจะไปดึงตัวยุกยิกให้เข้ามาหา แต่เด็กหนุ่มดึงตัวออก เขยิบเดินถอยหลังมาสองสามก้าว

 

“ผมจะอยู่ดูอาการของป้ามณี และคุยเป็นเพื่อนดุจดาวก่อน” จอหนังปวดแปลบในใจ เมื่อเห็นสีหน้า อาการ และที่ยุกยิกแสดงออกมาแบบนั้น “ยุกยิก” จอหนังเสียใจ ที่สุดท้ายเรื่องมันกลับกลายมาเป็นแบบนี้

 

“ถ้าคุณจอหนังไม่มีอะไรแล้ว ก็กลับก่อนได้เลยนะครับ ไม่ต้องอยู่รอผม เดี๋ยวผมนั่งรถเมล์กลับเองได้” ไม่ไล่ ก็เหมือนว่าไล่ จอหนังได้แต่พยายามข่มใจ ทั้งๆที่อยากจะอธิบาย อยากจะทำให้ยุกยิกเข้าใจเขามากขึ้นกว่านี้


จอหนังอยากจะดึงตัวของยุกยิกให้อยู่กับเขา แต่ก็ต้องมองยุกยิกเดินกลับไปหาดุจดาวแบบนั้น ยุกยิกแตะแขนดุจดาวอย่างอ่อนโยน และยิ้มให้อย่างเข้าใจ ดุจดาวทำตีหน้าเศร้า ก้มลงมองพื้นอย่างคนที่เพิ่งถูกเข้าใจผิด และกำลังเสียใจ สูญเสียความมั่นใจอย่างที่สุด

 

ยุกยิกรู้สึกสงสารดุจดาวอย่างจับใจ เมื่อเห็นดุจดาวทำพยักหน้า และบอกว่าเธอเองไม่เป็นไร ยังทนไหว แต่ก็ทำหันหน้าไปทางอื่น เพื่อแกล้งปาดน้ำตาทิ้ง มันไม่ได้เป็นน้ำตาที่มาจากความรู้สึกตื้นตันในความเป็นห่วงเป็นใยจากยุกยิก

 

แต่มันคือน้ำตาที่มาจากความคั่งแค้นที่ยุกยิกทำเอาไว้กับเธอ ผสมกับความดีใจ ที่เห็นกับตาแล้วว่า อีกไม่นาน คนคู่นี้จะต้องเลิกรากัน และไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก

 

เกตุลอบมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชอกช้ำ เธอมองดูดุจดาวที่แสดงออกว่า สนใจในตัวผู้ชายคนนั้นอย่างที่สุด ด้วยความรู้สึกที่ปวดร้าว เกตุจ้องไปที่ใบหน้าของจอหนัง เธอเกลียดผู้ชายคนนี้ ที่กำลังทำให้ดุจดาวทำตัวตีห่างจากเธอ

 

ทั้งๆที่ก่อนหน้า ดุจดาวทำอะไรกับเธอเอาไว้บ้าง แต่เกตุเองก็ลืมมันไปได้หมด ด้วยเพียงคำพูดคำเดียวสั้นๆ ว่าเธอรักดุจดาวเท่านั้น ภาพตรงหน้า ทำให้เกตุแทบจะเก็บอารมณ์ความขุ่นเคือง เกลียดชังในตัวของจอหนังเอาไว้ไม่ไหว

 

เธออยากจะทำให้จอหนังพ้นไปจากตรงนี้ หลุดวงโคจรชีวิตของเธอและดุจดาวตลอดไป แววตาของเกตุมีแต่ความจงเกลียดจงชังชายหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด

 

ถ้าไม่มีเธอฉันจะทำยังไง ยุกยิก” ดุจดาวที่กำลังเดินไปกับยุกยิกถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ “อย่าคิดมากเลยดุจดาว” ยุกยิกปลอบใจดุจดาวอีกครั้ง เพราะเด็กหนุ่มไม่อยากให้น้องสาวต้องรู้สึกไม่ดีแบบนี้

 

“แต่คนที่เธอรัก เขาไม่ชอบฉันนะ โอย ตายแล้วยุกยิก นี่ฉันเป็นต้นเหตุทำให้เธอต้องผิดใจกับเขาหรือเปล่า แย่จังเลยฉัน แย่จริงๆ ฉันมันไม่มีอะไรดี เธอเห็นไหม ยุกยิก โอ ฉันเสียใจ” ยิ่งยุกยิกเห็นดุจดาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ในทุกขณะ มันยิ่งทำให้เขาใจเสีย

 

“มันไม่ใช่เธอหรอกดุจดาว” ยุกยิกพูดออกมา “ถ้าคุณจอหนังเขาจะเกลียดเรา ก็คงเป็นเพราะเราน่ารังเกียจเอง ไม่ใช่คนอื่นทำหรอก” ดุจดาวอยากจะหัวเราะให้ฟันหัก กับความโง่ผสมความดัดจริต ทำตัวแสนดีของยุกยิก อย่างที่เธอรู้สึก

 

ถ้าอย่างนั้น เธออยู่กับฉันนะยุกยิก ฉันไม่มีใครแล้ว แม่ฉันก็กำลังแย่ ฉันจะอยู่ยังไงต่อไป ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีใคร ไม่มีความรัก ความจริงใจ เธอให้ฉันได้ใช่ไหมยุกยิก นี่เธอไม่ได้เกลียดฉันไปอีกคนใช่ไหม แล้วถ้าใช่ ฉันคงแย่แน่ ฉันคงจะมีชีวิตต่อไปไม่ได้อีก ยุกยิก เธอร้ายกับฉันไม่ลงหรอก ใช่ไหม”

 

ยุกยิกรีบปฏิเสธออกไป “ใช่ไหม” และพอถูกดุจดาวถามซ้ำ เขาก็ตอบออกไปว่า “เราจะเกลียดดุจดาวได้ยังไง” ก็ในเมื่อ เด็กหนุ่มรู้ดีอยู่เต็มอก ว่าเขากับดุจดาวเป็นพี่น้องกัน

 

หัวใจฉัน ยังเป็นอย่างเดิม
แม้ร่างของฉัน จะเปลี่ยนไปสักเท่าไร
หัวใจฉันที่มี สี่ห้องของหัวใจ
รู้ไหมมันมี เธอคนเดียวเท่านั้น
 

“เราเป็นคนครอบครัวเดียวกันนะ” ยุกยิกยิ้ม เมื่อเห็นดุจดาวยิ้มออกมา ด้วยคำพูดที่ฝังใจยุกยิกมาตลอด `ครอบครัวเดียวกัน` ทั้งๆที่ ที่จริงแล้ว ดุจดาวยิ้มออกมาเพราะสะใจ กับความไร้สมองของยุกยิกต่างหาก

 

เสียแรงที่ฉัน มีใจให้เธอ
เสียแรงที่รัก และอยากจะผูกพัน
แต่สิ่งที่ได้คืนมา นั่นคือทรมาน
และเสียน้ำตา ทุกวันกับเธอ
 

ดีจังเลย ฉันไม่นึกเลยนะ ว่าเธอจะไม่คิดถือสาอะไรฉัน” ดุจดาวพูด หันหลังให้กับยุกยิก สิ่งที่พ่นออกมาจากปาก สายตาที่อาฆาต และสีหน้าที่รังเกียจ มันขัดกับคำพูดของเธอทุกอย่างจริงๆ

 

ฉันผิดใช่ไหม ที่ไปรักเธอ
ไม่รู้ว่าเธอ เป็นคนไม่จริงใจ
ฉันผิดใช่ไหมที่ลืม
ลืมคิดว่าเธอนั้นมีใคร
สุดท้ายคือเธอทำลาย
แม้คนที่รักเธอ
 

“เธอกำลังต้องการกำลังใจ เรื่องป้ามณี เราพร้อมที่จะพูดคุย และอยู่ข้างๆเธอนะ ดุจดาว” ยุกยิกรู้สึกว่า แม้แต่ก่อน เขาอาจจะเป็นคนที่ดุจดาวไม่ต้องการให้อยู่ในชีวิตมาก่อน แต่วันนี้ ทุกอย่างมันคงจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว

 

ผิดตรงที่ฉัน มันไว้ใจ
ผิดตรงที่ฉัน ต้องมารักคน
ที่ใจร้าย
 

“ฉันก็พร้อมจะทำเช่นนั้น เพื่อยุกยิกเหมือนกันนะ” เสียงพูดทุ้มนุ่มดังขึ้น และพอยุกยิกหันกลับไปมอง “คุณถ้วยชา” เจ้าของชื่อก็ยืนยิ้มกริ่มอยู่ก่อนแล้ว

 

แต่สิ่งที่ได้คืนมา
นั่นคือทรมาน
และเสียน้ำตา
ทุกวันกับเธอ
 

จอหนังเดินกลับไปที่รถของเขา ใจจริง เขาไม่อยากจะกลับไปก่อนเลย ยุกยิกอยู่กับดุจดาวแบบนี้ แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องดีไปได้อย่างไรกัน แต่ชายหนุ่มกำลังรู้สึกว่า เขาเดินตามเกมของดุจดาวไม่ทัน พลาดท่ากับหมากที่ดุจดาววางไว้ยังไงพิกลอยู่

 

ฉันผิดใช่ไหม ที่ไปรักเธอ
ไม่รู้ว่าเธอ เป็นคนไม่จริงใจ
ฉันผิดใช่ไหมที่ลืม
ลืมคิดว่าเธอนั้นมีใคร
สุดท้ายคือเธอทำลาย
แม้คนที่รักเธอ
 

ยิ่งตอนนี้ ยุกยิกกำลังรู้สึกเคว้งคว้าง และแน่นอน ดุจดาวกลายมาเป็นญาติสนิทที่สุดของเด็กหนุ่มได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งทำให้เรื่องน้ำเขียวเมื่อครู่นี้ ทำให้ยุกยิกไว้ใจดุจดาวได้อย่างง่ายดาย

 

สุดท้ายคือเธอ ปันใจ
สุดท้ายคือเธอ ทำร้าย
แม้คนที่รักเธอ

 

จอหนังยืนอยู่ที่ข้างรถยนต์ของเขา โดยมีเกตุแอบมองมาจากที่ไกลๆ เธอรอดูว่า จอหนังจะเข้าไปขับรถคันนั้น คันที่เธอเพิ่งตัดสายเบรกไป อย่างแน่นอน
 
 
ฉันผิดใช่ไหม
เสาวลักษณ์ ลีละบุตร

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พี่ TLR คับ ผมอยากให้เรื่องนี้จบเร็วๆแล้วสิคับ

ผมรู้สึกสงสารยุกยิกมากๆเลยอ่ะคับ


อยากให้ยุกยิกเจอสิ่งดีๆกับเขาบ้างอ่ะคับ

หวังว่าจะพิจารณานะคับ

#1 By maew189870 (58.9.141.81) on 2011-04-29 21:44

อร๊ายยยย
แล้วก้อกลับมาตื่นเต้นกับเรื่องนี้ต่อไป

เริ่มจากการถอนหายใจแรงๆ
ต่อด้วยอาการไม่สบายใจ...จริงๆ นะ

ไม่ไว้ใจเลย!!!

#2 By arjinn (115.87.235.105) on 2011-04-30 01:03

2554 คนเลวครองเมืองเหรอคะ

#3 By JJH (124.121.176.210) on 2011-04-30 06:57

ชาติที่แล้วยุกยิก-จอหนังไปทำบาปกรรมอะไรกับใครเค้านักหนา
ถึงได้โดนจองล้าง จองผลาญไม่มีที่สิ้นสุดแบบนี้

เอาเลย เอาเข้าไป อยากจะทำอะไรก็เชิญ
เพราะตายไปแล้ว คู่นี้เค้าก็หวานกันได้ อยู่แล้นนนนนน

#4 By kimi daKe!!! (183.89.168.125) on 2011-04-30 10:24

เวรกรรมจริง ๆสองคนนี้
ยุกยิกเอ้ย เมื่อไหร่จะตาสว่างเสียที่ สิ่งที่ต้องเผชิญมาตลอดชีวิตยังไม่รุ้อีกเหรอว่าดุจดาวเป็นยังไง
ตอนนี้ชักเริ่มคิดเหมือนดุจดาวแระ ว่ายุกยิกแอ๊บดี เฮ้ออออ

จอหนัง ผช ที่ซวยทั้งขึ้นทั้งร่อง ทำดี ไม่ดีก้อเท่านั้น

#5 By IIMisssoMII (58.8.119.199) on 2011-04-30 15:41

คนดีก็ถูกคนจิตใจชั่วร้ายมองว่าดัดจริตได้ง่ายๆเลยนะนั่นเพราะใจใฝ่ต่ำมานานแล้ว เฮ้อออออคุณจอหนังก็แค่ห่วงยุกยิกหนูมากไปล่ะลูก==' ลืมเรื่องเลวร้ายได้ไวจริงๆอิหนูเอ้ยแล้วนี่แม่เกตโผล่มาจากไหนมาทำชั่วในคราวเดียวกันเนี่ย เมียแกไม่ได้ปันใจให้คุณจอหนังหรอก เมียแกมันเลวโดยสันดานต่างหากยัยเกตงี่เง่าเอ้ย

คุณถ้วยชาโผล่มาทำไมตอนนี้คะ เง้อ

#6 By ~ MECONIZE ~ on 2011-04-30 23:38

โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยผิดใจกันอีกแล้ว
อุปสรรครอบๆ ตัวเล้ยยย
ดุจดาวนัดแนะถ้วยชามาอีกละ
แล้วนี่เกตกะจะเอาชีวิตจอหนังให้ได้เลยหรอ

#7 By both^^ (125.24.179.238) on 2011-05-01 12:17

คนดี พระคุ้มครอง ใช่มั้ยคะ
เริ่มจะกลัวแล้วสิ
ต้องเจอกับอะไรอีกนะเนี่ย

#8 By MaeMoo (180.183.119.190) on 2011-05-03 08:26

นึกว่าจะหมดเวรหมดกรรฒแล้วซะอีก ที่ไหนได้มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเองสินะ

#9 By koraorni (203.188.44.59) on 2011-05-03 08:36

ไม่กล้าอ่านตอนนี้อะ เดี๋ยวกลับมาอ่านอีกทีอาทิตย์หน้า วู้ๆๆๆๆๆ cry

#10 By dl (125.24.143.50) on 2011-05-04 17:24

เกตุ นี่ช่างเหมาะกับคำว่า ความรักทำให้คนตาบอดจริงๆ เลยอะ
แล้วจอหนังกะยุกยิก จะได้ลงเอยกันมั้ยเนี่ย มีแต่มารผจญ เจ้ากรรมนายเวรเยอะมาก

#11 By dl (125.24.128.218) on 2011-05-09 16:04

เรื่องนี้จะมาต่ออีกไหมค่ะ

อยากรู้บทสรุปแล้ว เหมือนตามมานานมากเรื่องนี้

แล้วดันค้างมากซะด้วยสิตอนนี้

#12 By momotar on 2012-02-02 23:49