ความเหงาไม่อยู่ตลอดไป: someone to share (29)

 

คุณหมายความว่ายังไง หาพวกเขาไม่พบ” แดนขบกรามแน่น ข่มความรู้สึกที่เริ่มต้นแล้ว มันเป็นเพียงแค่ความหงุดหงิดในอารมณ์เท่านั้น แต่พอมาถึงตอนนี้ มันกลายเป็นความรุนแรงที่กำลังประทุออกมาในใจของเขาด้วยความพลุ่งพล่าน

 

“คนอย่างผม เท่าที่ผ่านมา ไม่มีคำว่า ทำไม่ได้หรือหมดหนทาง” แดนย้ำความเป็นตัวตนของเขาให้อีกฝ่ายได้รับรู้อีกครั้ง โดยไม่ลังเลแต่อย่างใด ถึงแม้ว่ามันอาจจะทำให้ความรู้สึกดีๆที่มีให้ระหว่างกันของเขากับผู้ฟัง ต้องเกิดการสั่นคลอนหรือจบสิ้นลงไปก็ตาม

 

“โดยเฉพาะเรื่องที่คุณกล้ามาเอ่ยปากต่อหน้าผม บอกว่าคุณตามหาคนให้ผมไม่เจอ นั่นมันเป็นเรื่องที่น่าตลก น่าขบขัน รวมทั้งน่าสมเพชมากที่สุด” มาถึงตอนนี้ แดนอัดอีกด้านด้วยคำพูดโดยไม่มียั้ง เพราะความโกรธเกรี้ยวที่มี

 

ทางผมเองก็จนปัญญา ไม่รู้จะไปหาที่ไหน” ทนายที่เคยเป็นมือเป็นเท้า เป็นหูเป็นตาให้กับแดนได้ทุกเรื่อง ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ หลุดออกจากปากมาก่อนนั้น มาคราวนี้กลับทำให้แดนต้องการจะเกรี้ยวกราดใส่อย่างไม่เคยคิดว่าเขาจะทำมัน

 

“ก็ไหนคุณบอกว่า คนของคุณ ลูกน้องทั้งหลายที่มีอยู่ทั่วไปหมด สามารถทำงานให้ผมได้ โดยไม่ขาดตกบกพร่องยังไงล่ะ แล้วตอนนี้มาพูดว่า” แดนเองนั้น ก็งงกับความเปลี่ยนแปลงโดยกระทันหันของทนายคู่ใจอย่างมากเช่นกัน

 

“อันนี้ผมก็ไม่รู้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้น ผมทำดีที่สุดแล้ว” นั่นคือสิ่งที่แดนคิดว่า ทนายคนนี้ แก้ตัวออกมาได้ไม่แนบเนียนเลยสักนิด เพราะทุกอย่างมันดูปัจจุบันทันด่วน ที่อยู่ๆก็ไม่เป็นไปตามที่เขาวางเอาไว้ มากจนเกินไป

 

พูดกับผมแบบนี้ ไม่กลัวเลยใช่ไหมที่คุณอาจจะไม่ได้ทำงานให้ผมอีกต่อไป ไม่ใช่สิ ผมต้องพูดว่า ตลอดไปนับจากนี้ ใช่ไหม” แดนเสียงดังลั่นห้องทำงานไปหมด เขาจ้องทนายด้วยสายตาที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ จากสิ่งที่ไม่ได้เป็นไปตามใจปราถนาของเขา

 

ส่วนทนายเองนั้น ก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น จริงอยู่ที่เขาต้องพูดไปแบบนั้น แต่มันก็เป็นแค่การแก้ตัวไปให้เขาเอง พ้นไปจากสถานการณ์ตรงนี้เท่านั้น เขาเองไม่ได้มีเจตนาอื่นใดอีก ที่ต้องการจะทำให้เป็นการเพิ่มความโมโหโกรธาให้แดนมากยิ่งขึ้น

 

อาการอึกอักแสดงมาจากท่าทางของทนายอย่างเห็นได้ชัด แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้ ทุกอย่างที่ทำไป มันเพื่อความอยู่รอดทั้งนั้น ถ้าเขาไม่เจออาการนี้จากแดน เขาก็ต้องโดนอีกคนที่จ้องจะจัดการเขาอยู่แล้ว ตัดโอกาสอาชีพการงานของเขาจากนี้จนตลอดไป และนั่นแย่กว่านี้อีกด้วยซ้ำ

 

ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนแล้วกันนะครับ” ทนายนั้นคิดว่า เขาควรจะหายไปจากสายตาของแดนได้แล้ว ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันเลยเถิดมากไปกว่านี้ เพราะว่าเท่าที่เห็น มันก็ย่ำแย่มากจนเกินพอแล้ว ไม่จำเป็นที่เขาต้องนั่งเสนอหน้าอยู่ตรงนี้ เพื่อเติมเชื้อไฟความคั่งแค้นให้กับแดนมากขึ้นอีก

 

“จะไปไหนก็ไปเลยไป” แดนตะคอกทนายออกไปด้วยความเหลืออด เมื่อมันไม่ได้ดั่งใจเขา และยิ่งเห็นหน้าทนาย ก็ยิ่งทำให้เขาให้หงุดหงิดมากเข้าไปใหญ่ “บางที ทั้งคู่อาจจะไม่ได้ไปไหนไกลเลยก็ได้นะครับ” ก่อนทนายจะเปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องไป ได้พูดประโยคนี้ทิ้งท้ายเอาไว้

 

แดนนั้นพ่นลมหายใจออกมาอย่างระบายอารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ในความรู้สึก แต่พอรู้สึกสะดุดกับประโยคที่ว่านั้น ทนายก็เดินออกจากห้องไปแล้ว ทำให้แดนต้องรีบสาวเท้าไปเปิดประตูออก เพื่อจะเรียกทนายเอาไว้

 

แต่สิ่งที่เขาเห็นก็คือ ทนายผู้นี้ เพิ่งยื่นมือรับอะไรบางอย่างจากแม่ของเขา และพอรู้ว่าแดนจ้องมองอยู่ ก็รีบเดินจากไปในทันที แดนเดินตามไป แต่ทนายก็หายตัวไปเสียแล้ว แดนจึงเหลือทางเลือกเดียว และนั่นก็คือ หาความจริงอะไรบางอย่างจากแม่ของเขาเอง

 

นี่มันอะไรกับครับแม่ ทนายรับอะไรไปจากแม่ แม่กับทนายของผมเกี่ยวข้องอะไรกัน ตั้งแต่เมื่อไหร่” แดนเดินไปดักหน้าแม่ของเขาเอาไว้ แล้วจ้องตาแบบรอคอยคำตอบที่จะทำให้เขาพอใจอย่างจงใจจะบอกว่า เขาจะไม่ยอมไปไหน และจะไม่ให้แม่ของเขาเลี่ยงไม่ตอบคำถามของเขาด้วย

 

“ว่ายังไงครับ ตอบผมมาสิครับแม่” แดนยืนกรานที่จะให้แม่ของเขาพูดความจริงให้เขาได้รับรู้ “แดนจะมาคาดคั้นเอาอะไรจากแม่กันเนี่ย แม่ไม่ใช่ผู้ต้องหาของแดนนะ” แม่ของแดนตอบออกมาด้วยความขุ่นเคืองในท่าทีของลูกชายตัวเองไม่น้อย

 

“แม่ให้เช็คทนายส่วนตัวของผมทำไม” แดนนั้น ยิ่งใช้น้ำเสียงแบบจับผิดเพิ่มขึ้นไปอีก “อย่าบอกนะครับแม่ ว่าผมมองไม่ออก แยกไม่ได้ ระหว่างกระดาษชำระในส้วมกับเช็คเงินในมือของทนายนั่น” แดนขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ

 

ถึงแดนจะเป็นลูกของแม่ แต่นี่มันมากเกินไปแล้วนะ” แม่ของเขาเกือบจะตวาดกลับมาเสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่า ทั้งบริษัทจะรู้เรื่องราวความเป็นมาเป็นไป ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ “ถ้าแม่ยังไม่เลิกขัดขวางผมเรื่องเมียกับลูกล่ะก็” แดนทำเสียงมั่นใจว่า แม่ไม่มีทางชนะเขาในเรื่องนี้ได้แน่

 

“แม่เคยพูดกับแดนครั้งหนึ่ง และแม่ก็จะพูดกับแดนซ้ำอีกครั้งในวันนี้ว่า ถ้าแดนขืนยังยุ่งกับพวกมันสองคนอยู่อีกล่ะก็ แดนจะต้องเสียใจไปจนวันตาย” แม่ของแดนเน้นทุกคำที่ออกมาจากปากของเธอ

 

“ผมรักไมล์ ผมรักมิค” แดนอยากให้แม่ของเขาเข้าใจ ว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้ “ผมต้องการสร้างครอบครัวของผม ที่ครั้งหนึ่งมันเคยพังทลายลง” แดนอยากแก้ตัว ทำให้สิ่งที่เคยผิดพลาดมา ถูกต้องสักครั้ง แค่ครั้งนี้

 

ด้วยการทำลายครอบครัวของแม่ ของพ่อ ของเราลงอย่างนั้นน่ะหรือ ฮึ แดน” แม่ของแดนพูดจบลง เธอก็ได้แต่มองตามลูกชายของเธอแดนจากไป “คุณก็อ่อนให้ลูกมันบ้าง จะเป็นอะไรไปล่ะ” พ่อของแดนที่ยืนฟังอยู่นาน แต่ไม่ได้เข้ามาขัดอะไรภรรยาของตัวเอง พูดขึ้น

 

เมื่อเห็นว่า มันเปล่าประโยชน์และเสียเวลามามากแค่ไหนแล้ว กับเรื่องที่ทั้งสองคน ต้องการที่จะสร้างภาพให้ใครต่อใครเห็นว่า พวกเขามีลูกชายที่ปกติ ตามมาตรฐานที่สังคมขีดเอาไว้ เพราะไม่อยากที่จะโดนซุบซิบนินทา

 

อาจจะดูว่ามันนาน
ผ่านมานานล่วงเลยไป
อาจจะดูว่าหัวใจ
ของฉันมันชินและชา

 

โดยไม่สนใจว่ามันจะทำให้ลูกชายคนเดียวคนนี้นั้น รู้สึกและมีชีวิตที่ยากลำบากจิตใจตัวเองมากเพียงใด “ฉันเดินมาไกลเกินกว่าจะอ่อนให้ลูกบ้าง อย่างที่คุณว่าแล้วล่ะค่ะ” พ่อของแดนได้แต่ส่ายหน้า โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์ต่อไปจากนี้ จะออกมาเป็นเช่นไร

 

ดูไม่เป็นทุกข์
เหมือนไม่เสียใจ
เหมือนคนไม่มีน้ำตา
อาจจะดูว่าดีกว่าจากวันนั้น

 

รถยนต์คันหรูสีดำมันปลาบราคาแพงระยับ ติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกรถจนมืดทึบ ทำให้คนด้านนอก ไม่อาจที่จะมองเห็นได้ชัดว่าใครนั่งอยู่ด้านใน จอดนิ่งสนิทไม่ไกลนักจากบ้านหลังใหญ่ด้านหน้า คนขับรถพูดเตือนหญิงผู้นั่งอยู่ที่เบาะด้านหลังเบาๆ ว่าที่นี่คือที่หมายที่เธอต้องการจะมา ในเช้าวันนี้

 

อาจจะดูเหมือนแข็งแรง
แกร่งกว่าวันที่เธอไป
อาจจะดูเหมือนลืมง่าย
คล้ายคล้ายไม่มีอะไร

 

เธอจ้องเงียบๆ ตรงไปที่กระจกด้านหน้ารถ แทนท่าทีแสดงอาการรับรู้ใดๆ ภายในจิตใจของเธอกำลังรุ่มร้อนไปด้วยเพลิงแห่งความคั่งแค้น เธอต้องการที่จะจบปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายต่อหลายปี ทั้งๆที่มันควรจะสิ้นสุดไปตั้งแต่คราวนั้นแล้ว

 

มันไม่ใช่เลย
มันไม่ใช่เลย
ยังไม่เคยลืมเลือนเธอไป
ไม่ว่านานเท่าไหร่

 

แต่มันกลับมาเป็นหอกหลาวแหลมคม ทิ่มแทงเธอได้อีกครั้ง โดยที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน และเธอรู้ดีว่า มันถึงคราวแล้ว ที่เธอจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จและสิ้นซากลง และเธอนั้นต้องเป็นคนทำมันเองในครางนี้

 

เธอรู้หรือเปล่า
ว่ามันเจ็บปวด
รวดร้าวและทรมาน
เมื่อรู้ว่าไม่มีใคร

 

มิคกี้ อย่าวิ่งไปทางนั้น เดี๋ยวป๊าดุเอา นั่นมันประตูรั้ว ห้ามออกไปนะ” หญิงผู้ที่นั่งอยู่ที่เบาะหลังรถสีดำคันหรูนั้น มองเห็นเด็กชายตัวน้อยวิ่งตามลูกสุนัขออกมา เธอตัดสินใจสั่งคนขับรถในทันที ที่สมองของเธอสั่งการ เสียงเร่งเครื่องยนต์ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเบรกดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

 

เธอรู้หรือเปล่า
ความเหงากับความว่างเปล่า
ปวดร้าวเพียงใด
เมื่อต้องคอยแต่คน
ที่ไม่มีวันกลับมา

 

เมื่อคนขับเกิดนึกเปลี่ยนใจ ทำตามคำสั่งที่ได้รับมาไม่ลง ก่อนจะพุ่งรถออกจากที่นั่น เลี้ยวหายไปอย่างรวดเร็ว พ่อและแม่ของจักรที่เพิ่งขับรถมาถึงพอดี รีบลงมาจากรถ ด้วยอาการที่พูดไม่ออก เมื่อเห็นไมล์กอดร่างเล็กๆของมิคเอาไว้กับอกจนแน่น พร้อมกับกรีดร้องเรียกชื่อเด็กชายตัวน้อยจนลั่นไปหมด ก่อนจะสบตากัน เพราะต่างก็จำได้ว่า รถยนต์คันที่เพิ่งขับหนีไป เป็นของใคร

 

เธอรู้หรือเปล่า
ความเหงากับความว่างเปล่า
ปวดร้าวเพียงใด


เมื่อต้องคอยแต่คน
ที่ไม่มีวันกลับมา

 

“คุณจักร ลูกของเรา ไม่ขยับตัวเลย ลูกของเรา” เสียงพูดของไมล์ขาดหายกระท่อนกระแท่น น้ำตาพร่างพรูร่วงหล่นจากขอบตา ไหลลงมาเป็นสาย จักรกอดไมล์ที่กำลังสะอื้นไห้ตัวโยน อย่างปริ่มว่าจะขาดใจเอาไว้ โดยมองเห็นความสูญเสียยืนรอคอยเขาทั้งสองคนอยู่ ไม่ไกลออกไป

 

เธอรู้หรือเปล่า

ใหม่ เจริญปุระ

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมโนธรรม สำนึกดีของผช คนนั้น
ดีใจยิ่งกว่าจักร
ที่ได้ยินคำว่า "ลูกของเรา"จากปากไมล์


ขอให้มิคและมิกกี้ปลอดภัย เพี๊ยงงงงง

#1 By kimi daKe!!! (180.183.137.26) on 2012-01-10 08:17

เฮ้อโล่งอก อย่างน้อยน้องมิคคงจะไม่เป็นอะไรมาก เพราะอย่างน้อยคนขับก็ยังมีสำนึกดีอยู่บ้าง ไม่อยากจะคิดว่านังผู้หญิงใจร้ายในรถคนนั้นเป็นใครเลย คิดร้ายแม้กระทั่งเด็กตาดำดำ จิตใจเกินกว่าจะแก้ไขได้แล้ว

#2 By koraorni (203.188.44.132) on 2012-01-10 09:01

ไม่โดนจังๆแล้วไมน้องมิคไม่รู้สึกตัวอ่ะลูก แอร๊ยยยเป็นอะไรรึป่าวเนี่ย โธ่ๆ

ทั้งแม่ทั้งลูกและทั้งแม่ของไมล์เป็นอะไรกันมากมั๊ย เด็กมันก็ตัวแค่นี้จะจงเกลียดจงชังเด็กตัวเล็กๆอะไรนักหนาไม่กลัวบาปกลัวกรรมกันบ้างเลยรึไง จะฆ่าจะแกงกันเลยทีเดียวเลวจริงๆ

#3 By ~ MECONIZE ~ on 2012-01-10 17:56

ยัยป้า ทำไมใจร้ายใจดำกับเด็กน้อยตัวเล็กน่ารักอย่างหนูมิคของเราได้ ตบๆๆๆๆๆ ดีนะที่คนขับรถยังมีมโนธรรมในใจบ้าง

แล้วคุณป๋าทั้งสอง ทำไมไม่รีบพาลูกส่งโรงพยาบาล ตั้งสติหน่อยดิ แล้วเจ้ามิคกี้เราเป็นไงบ้าง

หนูมิค อย่าเป็นไรนะ ตื่นสิ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ปวดใจจริง

#4 By Fah (125.24.139.8) on 2012-01-11 10:27

ใจร้ายเหลือเกิน ทำได้กระทั่งเด็ก
ขอให้ได้รับผลกรรมด้วยเถิด

มิคเป็นอะไรรึเปล่าลูก อย่าทำป๊ากับป้าๆ แถวนี้ใจเสียไป
มากกว่านี้เลยนะ

#5 By MaeMoo (110.164.218.66) on 2012-01-12 09:49

คิดถึงหนูมิคจอมซน

#6 By Fah (125.24.172.21) on 2012-01-24 09:38