+ That Blast From the Past

posted on 13 Jan 2012 14:19 by this-is-tlr  in ShortStories  directory Fiction
 

That Blast From the Past

 

“ท่านผอ. ครับ พร้อมจะกลับบ้านได้หรือยัง คุณถ่วงเวลาอยู่บ้านผมนานเกินไปแล้ว” พอคล้อยหลังแม่ของตัวเอง ที่เดินเข้าไปในครัว โป๊ยก็รีบหุบยิ้ม ที่เขานั้นทำไปเพราะต้องการจะเอาใจแม่ ไม่ให้ตัวเองต้องถูกถามมาก ว่าทำไมถึงได้หน้าบูดหน้าบึ้ง และต้องการจะตะโกนบอกออกมา ให้ท่านผอ.หนุ่มคนนี้ รีบๆลากลับไปได้แล้ว

 

“วันนี้ ผมทำหน้าที่เสร็จสิ้นเรียบร้อย ไม่มีอะไรตกหล่นบกพร่อง” โป๊ยตีหน้ายักษ์ ทำเสียงแข็งใส่อีกฝ่าย เพื่อเป็นการการันตีว่าเขานั้นกำลังซีเรียสกับเรื่องที่กำลังพูดมากแค่ไหน และต้องการให้คนที่เขากำลังพูดด้วยนั้น ทำตามแต่โดยดี และไม่ต้องสรรหาข้อแม้ใดๆมากล่าวอ้าง หรือบิดเบี้ยวอะไรได้อีก

 

“แถมยังทำเกินกว่าที่ต้องรับผิดชอบไปตั้งเยอะ ทั้งๆที่ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ยังได้” โป๊ยจ้องหน้าของกรณ์ด้วยอารมณ์ของการเป็นต่อ เนื่องจาก ที่นี่คือบ้านของเขา ดังนั้น เขาจะทำอะไร จะให้ใครอยู่ หรือให้ใครรีบกลับไป ก็ย่อมทำได้ และในกรณีนี้ ก็คือท่านผอ.ที่ใช้เขามาตลอดทั้งวัน อย่างไม่วางหัววางหาง

 

ซึ่งนั่นทำให้โป๊ยรู้สึกว่า ความอดทนของตัวเองกำลังจะขาดผึงอยู่รอมร่อ และอาจจะเร็วกว่าที่คาดไว้ว่าจะอดรนทนได้เสียด้วยซ้ำ “แต่คุณเป็นเลขาของผมนะ แล้วทำไมเรื่องแค่นี้ คุณจะต้องปฏิเสธผม หรือไม่ยอมทำให้ผมด้วย” กรณ์ทำหน้าแบบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เขาได้ยิน จากคุณเลขา ว่ามันเรื่องแค่นี้ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต จนนำไปสู่ปัญหาใดๆก็ตาม

 

“ผมเป็นเลขาของคุณก็จริง” โป๊ยทำหน้าเอาเรื่อง พร้อมทำเสียงเหี้ยมเกรียมออกไปให้กรณ์ได้ฟัง “แต่นั่นก็เป็นแค่ในงานเท่านั้น นอกเวลางาน หรือเวลาส่วนตัว มันคนละเรื่องกัน คุณแยกให้ออกด้วย” โป๊ยกำลังจะเดินไปที่ประตูบ้าน เพื่อเดินนำให้กรณ์ทำตาม แต่กรณ์ก็ฉวยจังหวะเดินไปทางห้องครัว ก่อนที่โป๊ยจะต้องรีบวิ่งไปดักหน้า พร้อมกับกางแขนทั้งสองขวางทางเอาไว้

 

“คุณคิดว่าคุณจะไปไหน ประตูบ้านอยู่ทางโน้น” โป๊ยพูดจบก็เห็นกรณ์หัวเราะหึๆในลำคอ ก่อนจะตอบอีกฝ่ายไปว่า “จะนอกเวลา ในเวลา มันก็เหมือนกันนั่นแหละ คุณเป็นเลขาของผม นั่นหมายความว่า คุณก็ต้องทำตามกฎระเบียบและข้อกำหนดของผม ไม่งั้นคุณก็ลาออกไปซะ ตกงาน ร้องไห้แงๆ เอาไหม” กรณ์ทำอมยิ้มแก้มพอง แบบปลื้มอกปลื้มใจที่โต้กลับโป๊ยได้ แล้วเจ้าตัวตอบสวนกลับมาไม่ได้ทันทีอย่างเคย

 

“ขู่ผมใช่ไหม คิดหรือว่าผมจะกลัว” โป๊ยทำเสียงฟึดฟัดแบบกำลังฉุนกึ้ก “เปล๊า” กรณ์ขึ้นเสียงสูง พลางยักไหล่แบบเหนื่อยหน่ายที่จะตอบ “แต่ผมว่า จะเลขาในงาน ส่วนตัว หรือแม้แต่ถ้าหากผมจะรับคุณไว้พิจารณาการเป็นหุ้นส่วนด้วย ยังไง คุณก็ต้องทำตามผมอยู่ดี โดยไม่มีข้อแม้” อาการถือไพ่เหนือกว่าโดยไม่มีสาเหตุของกรณ์ ทำให้โป๊ยรู้สึกขัดใจ ขุ่มอารมณ์เสียจริง

 

“หุ้นส่วนอะไร” โป๊ยถึงกับลืมตัวตะโกนถามกรณ์ออกไปจนเสียงดังลั่นบ้าน “อะไรกันลูก” เสียงแม่ถามดังออกมาจากครัว ทันทีที่โป๊ยพูดจบลง ลูกชายคนเล็กของเจ้าของบ้าน อึกๆอักๆ ไม่รู้จะตอบแม่ออกไปยังไงดี แต่แล้วก็ได้ยินเสียงกรณ์ตอบกลับไปแทน

 

“คุณแม่ทำอะไรทานเป็นมื้อเย็นน่ะครับ หอม น่าทานจังเลย” ท่านผอ.ยักคิ้วหลิ่วตาให้กับคุณเลขา ก่อนที่โป๊ยนอกจากจะตอบโต้ไม่ได้ดั่งใจแล้ว ยังจะได้ยินเสียงแม่ ที่โป๊ยสรุปว่า เป็นการ `ให้ท้าย` แก่กรณ์ ดังขึ้นมาด้วย “อยากรู้ก็เข้ามาดูในครัวนี้สิ คุณผอ.” เจ้าของตำแหน่งยิ่มแฉ่งให้โป๊ย ก่อนจะเดินผ่านโป๊ยไปที่ห้องครัว โดยที่เขาทำอะไร หรือห้ามปรามอีกฝ่ายไม่ได้เลย

 

และพอโป๊ยเดินตามเข้าไปในครัว ก็เห็นกรณ์กำลังทำท่าประจบประแจงแม่ของเขา จนน่าหมั่นไส้ ด้วยการให้แม่ตักแกงให้ชิม แถมยังชมว่ารสมือของแม่ในการทำกับข้าว ดีเลิศอย่างนั้นอย่างนี้ จนฟังแล้วโป๊ยอยากจะถลกหน้ากากของคุณผอ.ออกให้แม่เห็นความจริงอย่างที่สุด ว่าที่แท้นั้น กรณ์ใช้งานเขาอย่างกับทาส ไม่ได้ดูน่ารักอย่างที่เห็น พอคิดมาถึงตรงนี้ โป๊ยนึกตำหนิตัวเอง ที่ไปเปรียบกรณ์เข้ากับคำว่าน่ารัก

 

“น่ารักตรงไหน” โป๊ยหลุดปากออกมาตามนิสัย “คุณว่าอะไรนะ” กรณ์ถามในฉับพลัน “เปล๊า” โป๊ยเลียนเสียงสูงที่กรณ์เพิ่งทำไปเมื่อก่อนหน้า แต่กลับกลายเป็นว่า กรณ์ไม่ได้ปล่อยผ่านไปอย่างที่โป๊ยคิด “เปล่าอะไร เออ คุณนี่ก็แปลกนะ ก็ได้ยินอยู่ชัดๆ ว่าพูดอะไรใครน่ารักๆ”

 

กรณ์ต้องกลั้นยิ้ม กลั้นความดีใจ ที่ทำให้หัวใจของเขาพองโต เมื่อโป๊ยพอคิดถึงท่านผอ.กรณ์ขึ้นมา คำว่า `น่ารัก` ผุดขึ้นมาเป็นคำแรกแบบนี้ “ทำอย่างกับในละครไปได้ อยู่ใกล้กันแค่นี้ พูดออกจะดัง แต่กลับไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น” แม่ของโป๊ยหัวเราะอย่างเห็นตลกไปกับคำพูดของกรณ์ ว่าช่างค่อนแคะโป๊ยได้อย่างไม่มีใครทำได้ หรือกล้าทำมาก่อน

 

“ถ้าเรื่องละครแบบนี้ แม่ถนัด” แม่บอกเล่าถึงประสบการณ์ในกองถ่ายละครของตัวเอง “แม่แอบพูดบ่อยกับพี่เคน แต่พี่เคนไม่ได้ยินที่แม่พูดซักที” พอแม่พูดจบ ก็หัวเราะกับกรณ์ร่วน เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ต่อหน้าโป๊ยนั่นเอง “การแสดงก็เยี่ยม การครัวก็เก่ง คุณแม่นี่ สุดยอดเลยนะครับ เอ แต่ไม่รู้ว่า” กรณ์ทำปรายตาไปทางโป๊ยที่ยืนหน้าง้ำหน้างอ เหมือนเป็นส่วนเกินเข้าเสียเอง

 

“ความสามารถพิเศเหล่านี้ ถูกส่งผ่าน ถ่ายทอดไปถึงใครบางคนบ้างหรือเปล่า” จบประโยคของกรณ์ แม่ก็รีบร้องออกมา พลางโบกไม้โปบกมือในทันที “โอ๊ย คุณผอ. ถ้าคุณจะหมายถึงเจ้าโป๊ยล่ะก็ รายนั้นน่ะ อย่าไปหวังอะไรกับเขาเลย ไข่เจียวยังทอดไหม้ มาม่ายังต้มไม่สุก นับประสาอะไรก็แกงหม้อแกงไห” โป๊ยพูดไม่ออก เมื่อแม่เล่นเอาความลับของเขามาเปิดโปง เผากันต่อหน้าต่อตาจนไม่เหลืออะไรแล้ว ยิ่งได้เห็นสายตาล้อเลียนอย่างจงใจจากกรณ์ด้วยแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่

 

“ความจริง ผมก็พอจะทำอาหารได้อยู่บ้างนะครับ ฝีมือก็พอทานได้ ขาดอยู่อย่างเดียว” กรณ์ทำหันไปพูดหนุงหนิงๆกับแม่ของโป๊ย “อะไรล่ะคุณผอ.” แม่ของโป๊ยพาซื่อถามออกไป “ก็เหมือนในเพลงที่เขาร้องไงล่ะครับ คุณแม่” กรณืรอจนแม่ของโป๊ยคะยั้นคะยอให้เขาร้องให้ฟัง และรอจนเห็นโป๊ยหันมามอง เขาจึงเริ่มร้อง

 

“บ้านพี่ขาดคนหุงข้าว อยากได้เจ้า เป็นคนช่วยหุง” เริ่มต้นร้องประโยคแรก แม่ของโป๊ยก็ยิ้มกว้างออกมา พลางบอกว่า นี่เป็นเพลงโปรดเพลงหนึ่งของแม่ด้วย “พ่อแม่ ท่านแก่ท่านเฒ่าขาดคนหุงข้าว ที่บ้านเลยยุ่ง” ยิ่งร้องท่อนถัดไปออกมา แม่ของโป๊ยก็ยิ่งชอบ พลางออกสเต็ปทั้งที่ยังถือทัพพีแกงอยู่ในมือ

 

“พี่เอง ก็งานนังนุง ทุกวันพี่ยุ่งขาดคนปลอบใจ” กรณ์เหลือบมองไปที่โป๊ย ที่เหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่างอยู่ แต่มันติดอยู่ที่ปลายความคิด เหมือนจะคุ้น แต่ก็ดูยังไงๆอยู่ “บ้านพี่ขาดคนหุงข้าว อยากได้เจ้ามาช่วยหุงช่วยหา” กรณ์ครวญเพลง โชว์ลูกคอต่อไป เป็นที่โปรดปรานของแม่เป็นอย่างมาก

 

“พี่จะเป็นฝ่ายขาดทุน จะให้ใช้นามสกุลโดยไม่คิดมูลค่า” กรณ์จงใจเน้นประโยคนี้ให้โป๊ยได้ยิน ด้วยการร้องดังลั่น คีย์อะไรไม่ต้องสนกันแล้ว ก่อนที่จะสบตากับโป๊ยอย่างตั้งใจหลงจากนั้น พอรายการณ์ค้นฟ้าคว้าดาว ซิงกิ้งคอนเทสต์ ในครัวจบลง “อยู่ทานข้าวกับแม่สักมื้อนะ คุณผอ. ถือเป็นสินน้ำใจจากแม่ยก ที่ร้องเพลงให้ฟัง” แม่พูดจบก็โบกมือไล่ให้ทั้งโป๊ยและกรณ์ออกไปรอข้างนอก

 

“คุณกลับไปได้แล้ว” โป๊ยทั้งผลักทั้งดันให้กรณ์เดินไปที่ประตูบ้าน แต่กรณ์ขืนตัวเอาไว้ และไม่ยอมทำตามง่ายๆ “อะไรของคุณอีกเนี่ย แม่เพิ่งจะชวนผมอยู่กินข้าวเย็นด้วยแท้ๆนะ คุณเองก็ได้ยิน” จะให้อ้างใครก็ไม่ดีเด็ดดวง เท่ากับลอกคำพูดแม่ของโป๊ยมาแบบคำต่อคำอย่างในโมเม้นท์นี้อีกแล้ว “กลับไปกินที่บ้านคุณนั่นแหละ ดีแล้ว”

 

บ้านพี่ขาดคนหุงข้าว อยากได้เจ้า เป็นคนช่วยหุง
พ่อแม่ ท่านแก่ท่านเฒ่าขาดคนหุงข้าว ที่บ้านเลยยุ่ง
พี่เอง ก็งานนังนุง ทุกวันพี่ยุ่งขาดคนปลอบใจ

 

ตอนนี้โป๊ยกำลังต่อสู้กับสิ่งที่เขากำลังคิดวนไปเวียนมาอยู่ในหัว ว่ามัน `ใช่` หรือ `ไม่ใช่` กับสิ่งที่เขาจดจำเอาไว้ กับสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินไปหยกๆ “ผมไม่ไป คุณไล่ผมยังไง คราวนี้ ผมจะต่อสู้เพื่อคุณจนถึงที่สุด” กรณ์รั้งตัวเอาไว้ เมื่อโป๊ยพยายามออกแรงดึงเขาจนสุดตัว “คุณพูดอะไรแปลกๆของคุณ กลับไปได้แล้ว เดี๋ยวนี้” โป๊ยออกคำสั่ง แต่กรณ์นั้นขืนแรง ดึงตัวเองให้ผ่านไปที่ห้องนั่งเล่นจนได้

 

คุณแม่ ท่านเคยบอกเล่า อยากได้เจ้า มาเป็นสะใภ้
คุณพ่อ ท่านก็โอเค อยากได้หลานไกวเปล ฝากผีฝากไข้
อยากได้เจ้า มาเป็นเพื่อนร่วมใจ ลำบากเพียงใดจะไม่บ่นให้รำคาญ

 

“กลับมาแล้วคร้าบโผ้ม” เสียงใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ตามมาด้วยเสียงปิดประตู ที่กรณ์และโป๊ยได้ยิน แต่ก่อนที่จะทันได้ระวังตัว โป๊ยก็เสียหลักล้มไปบนโซฟา แถมขาทั้งสองยังโล้ไปทางศีรษะของเขา อย่างกับกำลังฝึกทำทำท่าโยคะก็ไม่ปาน แถมยิ่งไปกว่านั้น กรณ์เองก็เสียหลักล้มตามทับลงไปบนตัวของโป๊ย ในลักษณะและท่วงท่าที่พอเหมาะพอเจาะ

 

มา ซิมา มา ซิมา มาซิขวัญตา มาเป็นแม่บ้าน
หาก มีลูกชาย จะส่งไปเรียนเป็นนายทหาร
หากมีลูกสาวจะให้เรียนพยาบาล
เมื่อเจ็บป่วยพลัน จะได้มาช่วยรักษา

 

สองมือวางไปบนพนักโซฟาที่อยู่เหนือขึ้นไปด้านบนจากศีรษะของโป๊ย สองเท้าของกรณ์ยันเอาไว้ที่พนักวางแขนฝั่งตรงข้าม ส่วนกึ่งกลางลำตัวของเขานั้น ทาบทับไปบน “เฮ้ย อะไรวะเนี่ย” ทั้งกรณ์และโป๊ยหันไปมองตามเสียงนั้น ปอนด์อ้าปากค้างกับภาพที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า

 

บ้านพี่ขาดคนหุงข้าว อยากได้เจ้ามาช่วยหุงช่วยหา
พี่จะเป็นฝ่ายขาดทุน จะให้ใช้นามสกุลโดยไม่คิดมูลค่า
มารักพี่เถิด แม่ยอดชีวา มาซิมาเป็นทองแผ่นเดียวกัน

 

“ไอ้กรณ์ เอ็งคิดจะทำอะไรน้องข้า” กับท่าของทั้งสองคนที่ปอนด์เห็น มีหรือที่ปอนด์จะคิดเป็นอื่นไปได้ “เอ็งคิดจะรวบตึงน้องข้าหรือวะ” ปอนด์ส่ายหน้าแบบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง “แล้วโป๊ย ทำไมแกถึงปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้ พี่บอกแกไว้ว่ายังไง แก ไอ้กรณ์ โธ่ ไอ้โป๊ย”

 

มา ซิมา มา ซิมา มาซิขวัญตา มาเป็นแม่บ้าน
หาก มีลูกชาย จะส่งไปเรียนเป็นนายทหาร
หากมีลูกสาวจะให้เรียนพยาบาล
เมื่อเจ็บป่วยพลัน จะได้มาช่วยรักษา

 

ยิ่งปอนด์ไม่ได้ยินเสียงแก้ตัวใดๆดังมาจากทั้งคู่ด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้เรื่องไปกันใหญ่  แต่จะให้ทำยังไงได้ กับท่าทางของกรณ์กับโป๊ยที่ถูกตรึงเอาไว้ ทั้งๆที่พยายามจะขยับตัวออก แต่ก็ทำไม่ได้ ยิ่งดิ้น ก็ยิ่งเหมือนกับบดบี้ส่วนกลางลำตัวของกรณ์ให้ฝังแน่นเบียดเข้าหาบั้นท้ายของโป๊ยมากเข้าไปใหญ่

 

 

บ้านพี่ขาดคนหุงข้าว อยากได้เจ้ามาช่วยหุงช่วยหา
พี่จะเป็นฝ่ายขาดทุน จะให้ใช้นามสกุลโดยไม่คิดมูลค่า
มารักพี่เถิด แม่ยอดชีวา มาซิมาเป็นทองแผ่นเดียวกัน

 

“แล้วดูสิ ยกล้อกับน้องข้าเลยนะไอ้กรณ์ เล่นท่ายากกันเสียด้วย อย่างนี้ข้าจะยอมได้ยังไง ไอ้กรณ์ อย่าอยู่เลย เอ็งตาย” ปอนด์สิ่งเข้าใส่เพื่อนซี้ โป๊ยร้องห้าม และกรณ์ร้องว้ากออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

 

ขาดคนหุงข้าว

ตุ้ย เกียรติกมล ล่าทา

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอาอีกๆ

กำลังสนุกเลยคับ

เร็วๆนะฮะ

#1 By maew189870 (58.11.36.154) on 2012-01-13 14:45

ท่ายาก

.
.
.
จริงๆ ด้วย
ปอลอ. นึกภาพตาม >.<

#2 By kimi daKe!!! (180.183.48.68) on 2012-01-14 07:48

กรี๊ดดดดด พี่ปอนด์คิดไปถึงดาวพลูโตแล้ว 5555

แล้วทำไมคุณพี่ถึงรู้ล่ะว่ส ท่านี้มันยากอะ

#3 By Fah (110.49.233.118, 141.0.8.104) on 2012-01-14 22:37

แอร๊ยผิดผีกันกลางบ้าน แบบนี้ต้องเรียกค่าเสียหายนะคะผอ. 555555555555555555555555
ได้กินข้าวบ้านนี้แล้วยังจะได้กินลูกชายเค้าอีก แหมมื้อนี้โคดคุ้ม ดีใจอ่ะที่พี่ปอนด์มาเจอจะได้รู้ว่าตอนนี้น้องตัวกำลังจะไม่โสดแล้วล่ะ เพราะมีคนจองแล้ว จองมานานแสนนานตอนนี้ล่ะพึ่งจะได้ประกาศด้วย วิ้ดวิ้ววววววววววววว

#4 By ~ MECONIZE ~ on 2012-01-14 22:48

รวบตึงเลยเหรอพี่ปอนด์ แต่แหมรุ้ได้ไงว่าเป็นท่ายากอะ เคยลองมาแล้วเหรอ 5 5 5 ดูสิว่าตอนหน้าคุณ ผอ จะรอดไปได้ยังไง

#5 By koraorni (203.188.44.212) on 2012-01-16 08:38

เอาล่ะสิ ความลับกำลังจะเปิดเผยล่ะ
แต่ให้รอดจากหัวแตกก่อนนะท่าน ผอ.

#6 By MaeMoo (203.170.251.115) on 2012-01-16 10:33

55555555555555
เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด

#7 By both^^ (125.24.160.201) on 2012-01-30 07:18