ความเหงาไม่อยู่ตลอดไป: someone to share (31)

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ที่ไมล์นั่งนิ่งๆอยู่ในห้องนี้ เขาเองก็จำไม่ได้ หรือว่าเขาจะปล่อยให้ห้วงเวลากลืนกินสัมผัสการรับรู้การล่วงผ่านของเข็มนาที ไปแล้ว ไมล์ก็ไม่อาจจะแน่ใจ ความเงียบ คือสิ่งเดียวที่ไมล์ดึงมาไว้ข้างกายในขณะนี้ ไม่ว่าเขาจะต้องการมัน หรืออาจจะเป็นเพียงบางอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่

 

ไมล์ก็ทำได้แค่เพียงยอมรับมัน โดยที่ไม่มีข้อโต้แย้งแต่อย่างใด โดยที่เขานั้น ต้องยอมบอกกับตัวเองว่า ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต มันคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าภายในใจ อยากจะต่อต้านหรือฝืนมันเอาไว้มากเพียงใด ในที่สุดแล้ว อะไรที่ต้องเกิด มันก็ไม่มีอะไรไปห้ามมันเอาไว้ได้

 

ไมล์ปิดเปลือกตาลง ผ่อนลมหายใจออกเบาๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองทางตู้เสื้อผ้า ไล่สายตาไปจนบนสุดที่เหนือตู้ ไมล์ลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ด้านหน้า เขาเอื้อมมือไปหยิบเอากระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมๆนั้นลงมา วางมันบนพื้น แล้วเปิดมันออก ด้านในของกระเป๋านั้นดูเก่าคร่าไปตามอายุการใช้งาน ไม่ต่างจากด้านนอกเท่าไหร่นัก

 

และมันบอกถึงความสมบุกสมบันกับการทำหน้าที่มาโดยตลอด รวมทั้งมันยังทำให้เจ้าของผู้ที่ซื้อมันมา มองเห็นฐานะการเงินของตัวเอง ว่าอยู่ในระดับใด สามารถจับจ่ายได้มากขนาดไหน เพราะถ้าทำได้ กระเป๋าในเก่าล้าสมัย แทบพังไปแล้ว คงถูกแทนที่ด้วยใบใหม่ไปนานแล้ว

 

ไมล์ที่นั่งคุกเข่าอยู่ หันไปเอื้อมมือเปิดประตูตู้เสื้อผ้าให้กว้างออก และพอสายตาของเขามองไปเห็นเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ในนั้น เสื้อ กางเกง และชุดนอนลายการ์ตูนตัวเล็กๆ มันทำให้เขาหยุดชะงัก ในใจของเขาหายวูบดั่งคนตกมาจากที่สูง มันหวือหวิว และให้ความรู้สึกน่าหวาดกลัว ที่สำคัญ มันดูเหมือนกับว่า เขาตกลงมาจากที่สูงนั้น โดยไม่มีพื้นดินใดๆรองรับ

 

เขาร่วงผ่านอากาศอันว่างเปล่า ดูไร้ทิศไร้ทาง และไม่มีที่สิ้นสุด ไมล์ยันตัวขึ้นยืนช้าๆ เสื้อผ้าเด็กชายที่แขวนมาเรียงตัวอยู่ตรงหน้า ต่อสายตาของเขา เสื้อยืดตัวสีขาว ที่ไมล์ซื้อให้ตอนที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันเมื่อนานมาแล้ว สีขาวของมันมอลงเป็นอย่างมาก

 

ไมล์แตะนิ้วไล่ไปบนเสื้อผ้าเหล่านั้น กางเกงยีนส์ตัวน้อย ที่ไมล์สัญญาว่าจะซื้อให้ใหม่แขวนรวมอยู่ด้วย เพราะมันใส่ไม่ได้แล้ว เพราะกางเกงตัวนี้โตไม่ทันคนใส่ อย่างที่ไมล์เคยพูดล้อเด็กชายเมื่อนานมาแล้ว แต่ที่เก็บเอาไว้ เพราะตัวเจ้าของกางเกงเคยบอกเอาไว้ว่า ถ้าจะซื้อใหม่ ก็อยากจะได้ที่เหมือนกับตัวนี้

 

ไมล์จึงเก็บมันเอาไว้เป็นแบบตัวอย่าง แต่ก็ยังไม่เคยเห็นที่ไหนมีขายอีก และไมล์ก็ยังไม่ได้ซื้อให้สักที เลยไปอีกนิด บนราวเดียวกันนั้น ชุดนอนลานการ์ตูนสีฟ้าเข้ม ตัวที่ไมล์ได้ยินเสียงรบเร้าอยู่ไม่ขาด ว่าเจ้าของอยากจะใส่ชุดนี้นอนเสียทุกคืนไป เพราะมันคือชุดโปรด เป็นความชอบที่ไมล์รู้ดีและตามใจเด็กชายตัวน้อยได้ และพยายามทำให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้

 

ไมล์ปลดไม้แขวนเสื้อออกจากเสื้อยืดสีขาวตัวนั้น ก่อนจะเริ่มพับเสื้อให้เรียบร้อย ตามด้วยกางเกงยีนส์ตัวเก่ง ที่ไมล์พับมันอย่างบรรจงและตั้งใจ มือที่ลูบไปบนเนื้อผ้าสีน้ำเงินที่ซีดลงตามกาลเวลา มันทำให้ความทรงจำในเรื่องราวต่างๆ ทั้งหมดที่ผ่านมา กลับเข้ามาให้เขาได้จดจำและเห็นภาพเหล่านั้นอีกครั้ง มันเด่นชัด ครบถ้วน และที่สำคัญมันก็เป็นอะไรที่ยากมากสำหรับไมล์เช่นกัน

 

ไมล์ถือชุดนอนสีน้ำเงินเข้มนั้นเอาไว้ในมือ มองมันด้วยสายตาแห่งความรักและความอาทร ก่อนจะพับมันจนเรียบสนิท แล้ววางมันลงบนชุดอื่นๆที่พับเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว เขาคุกเข่าลงตรงหน้ากระเป๋าเสื้อผ้าใบเดิมอีกครั้ง สายตาของไมล์มองตามมือตัวเองที่จัดเสื้อผ้าลงไปในนั้น แต่แล้วความรู้สึกบางอย่างก็พุ่งตรงเข้ามากระทบจิตใจ มันเจ็บหนึบ จนไมล์ตั้งจิกนิ้วมือ จับขอบกระเป๋าเดินทางนั้นเอาไว้เสียจนแน่น

 

ความปวดร้าวแล่นแทรกผ่านตัวเขาไปจนทั่วทุกอณู มันแผ่ซ่านอย่างรวดเร็ว จนไมล์เองที่คิดว่าความแข็งแกร่งที่เคยมีมา ที่เขาได้สั่งสมและรวบรวม จากประสบการณ์และความผิดพลาดในชีวิต มันจะเป็นแรงกำลังสำคัญที่จะปกป้อง คุ้มครอง และรักษาตัวเขาเอาไว้ ไม่ให้ตัวเองต้องอ่อนแอ สิ้นเรี่ยงแรง ไร้กำลัง หมดหนทางในการต่อกรกับอำนวจของความเสียใจ ความผิดหวัง และความสูญเสีย

 

แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นเอง ที่มันทำให้ไมล์ต้องรับรู้ถึงความเป็นจริง สิ่งที่เขาปฏิเสธมันต่อไปไม่ได้ ในเมื่อสิ่งเหล่านั้น มันเคลื่้อนตัวมาตั้งอยู่ตรงด้านหน้า และมันปิดทางเดินเอาไว้ทั้งหมดแล้ว ถ้าจะเดินต่อไป มันก็ไม่มีทางใดๆเหลือเอาไว้ให้เลี่ยงเดินต่อ เพราะถ้าไม่เดินตรงทะลุผ่านไป ก็ต้องข้ามปีนข้ามผ่านมันไปโดยสถานเดียว

 

จักรเปิดประตูห้องเข้ามา เขามองเห็นไมล์ คนรักของเขานั้น นั่งทรุดตัวอยู่บนพื้นห้อง เขาถึงกับสะท้อนอยู่ในหัวใจ สงสารไมล์อย่างถึงที่สุด กับสภาพที่อิดโรย อดนอน ข้าวปลาอาหารตกถึงท้องไม่กี่มากน้อย ถึงเวลากิน ไมล์ก็ไม่ได้กิน ถึงเวลานอน ไมล์ก็ยังไม่ได้พักผ่อนตามที่ควรจะเป็น ไมล์ใช้เวลาทั้งหมดในแต่ละวันกับมิค โดยที่เขาไม่ได้ห่วงตัวเองเลยแม้แต่น้อย

 

หากรู้ว่าช่วงชีวิต
มันจะไม่ยืนยาว
มันจะสั้นเกินไป
เกินจะให้แก้ไข

 

ไม่สนใจว่าตัวเขานั้นจะเป็นเช่นไร การนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยแบบที่ไม่ยอมห่างไปไหน คือภาพที่ทุกๆคนเห็นกันจนชินตา ไมล์นั่งรออยู่ตรงนั้นเสมอ เพราะเขาหวังใจเอาไว้ว่า ตัวเองจะเป็นคนแรกที่ลูกจะได้เห็นหน้า ยามที่มิคลืมตาขึ้นมา เด็กชายตัวน้อยจะได้ไม่กลัว ไม่ตกใจ เพราะยังเห็นไมล์อยู่ใกล้ๆ ไม่ห่างไปไหน

 

หากรู้ว่าคนที่รัก
จะจากกันไปแสนไกล
จะเปลี่ยนความคิดเสียใหม่
ไม่ให้เธอต้องปวดใจ

 

“คุณว่า ผมควรจะเอาชุดไหนไปดี คุณจักรช่วยผมเลือกหน่อยได้ไหม ผมตัดสินใจไม่ถูก” จักรได้ยินไมล์พูดแบบนั้น จึงเดินเข้าไปหาไมล์ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ จักรถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นไมล์เงยหน้าขึ้นมามองเขา ด้วยน้ำตาที่เอ่อท้นคลอเบ้า ก่อนที่จักรจะเห็นหยาดน้ำใสๆนั้น ไหลล้นออกมาจากขอบตา ไมล์พยายามที่จะยิ้มออกมา พร้อมทั้งจะหัวเราะให้จักรได้ยิน

 

หากรู้ว่าสิ่งสุดท้าย
ที่จะได้เห็นกัน
มีเพียงแค่ควันไฟ
ลอยจางหายไปกับตา

 

แต่สิ่งที่เขาทำได้ มันกลับเป็นใบหน้าที่เหยเก และเสียงสะอื้นไห้ที่ไมล์ไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ควบคุมมันเอาไว้ไม่ได้ จักรได้ยินแล้ว ยิ่งทำให้เขาสงสารคนรักมากยิ่งขึ้น จักรวางมือไปบนมือของไมล์ เขาจับมันเอาไว้จนแน่น จนรับรู้ถึงอาการสั่นไหวของร่างกายของอีกฝ่าย เมื่อไมล์ร้องไห้ตัวโยนออกมา

 

ฉันขอแค่มีโอกาส
ได้ย้อนเวลากลับไป
จะทบจะทวนทุกสิ่งที่ทำ
จะคิดทุกคำที่พูดจา


ร่างของเด็กชายตัวน้อย นอนสงบนิ่งอยู่ในชุดนอนสีฟ้าเข้ม ลายการ์ตูนเรื่องโปรด ภาพนั้นติดตาไมล์ไม่มีลืมเลือน เพราะมันเหมือนกับว่า เด็กชายตัวน้อยนั้น แค่นอนหลับอยู่เท่านั้น ไมล์ยืนนิ่งมองไปข้างหน้า เขาไม่อาจที่จะเอ่ยอะไรออกมาได้เลย ความนิ่งงันในจิตใจที่มีอยู่นั้น ไม่ต้องการการบังคับใดๆให้เขาหยุดพรรณนาคำพูดให้พร่างพรูออกมา

 

จะทำดี ก่อนที่จะสายไป
ไม่ให้เธอต้องเสียใจ
ไม่ให้เธอต้องเสียน้ำตา


แต่มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ แม้ว่าความรู้สึกของเขานั้น มันอัดเต็มไปด้วยคำพูดที่ไหลวนเวียน แต่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้ จักรที่ยืนอยู่ข้างๆกับไมล์ ได้แต่ประคองตัวของไมล์เอาไว้ เพราะจักรกลัวว่าไมล์จะล้มฟุบหมดสติลงไปอีกครั้งหนึ่ง

 

จะดูแล จะทำให้ดูเหมือนว่า
เป็นวันสุดท้ายทุกเวลา
และทุกนาที ให้เหมือน

 

“คนเป็นพ่อ โบราณเขาถือ” ใครบางคนเตือนห้ามไมล์และจักรเอาไว้ “พ่อเป็นผู้ให้ชีวิตแก่ลูก ไม่ใช่ผู้ทำลาย อย่าขึ้นไปเลยนะ บอกลาเสียแค่ตรงนี้ก็พอ” ควันไฟพวยพุ่งออกจากปากปล่องเมรุขึ้นสู่ฟ้า ไมล์และจักรมองดูมิค จากตรงนี้ ไมล์ยกหุ่นยนต์ของเล่นตัวที่เด็กชายตัวน้อยไม่เคยปล่อยให้หลุดออกจากมือ ขึ้นมามอง

 

ไม่มีพรุ่งนี้ ให้แก้ตัว
ก่อนที่ทุกอย่างจะสาย

 

“หลับให้สบายนะมิค” ไมล์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น จักรรั้งตัวของไมล์เข้ามากอด เขาเองก็กลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจเอาไว้ไม่อยู่ “ลูกไปดีแล้ว ไมล์ คุณรู้ใช่ไหม” ไมล์กอดจักรกลับไป พยักหน้ารับรู้ถึงความจริงในข้อนั้น ความจริงของความสูญเสียในชีวิต ที่ไม่อาจจะหวนกลับมาได้อีกแล้ว

 


ไม่มีพรุ่งนี้ ... ให้แก้ตัว

เสาวลักษณ์ ลีละบุตร

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอให้มิคหลับให้สะบายนะคับ

#1 By maew189870 (223.205.234.95) on 2012-02-13 20:57

RIP baby

#2 By kimi daKe!!! (180.183.115.68) on 2012-02-14 09:17

สงสารไมล์ หวังว่าน้องมิคคงจะไม่เจ็บปวดในการจากไป

#3 By koraorni (203.188.44.113) on 2012-02-14 09:22

ไม่รุ้ว่าเช้าไปไหมสำหรับการร้องไห้ให้กับตอนนี้...
หลับให้สบายค่ะน้องมิค

#4 By both^^ (182.52.82.176) on 2012-02-15 06:55

เฮ้ยยยยยยยยยย ไม่จริงอะ ตายได้ไง กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ช็อคคคคค ไม่เชื่อ

#5 By Fah (182.53.10.205) on 2012-02-16 09:26

ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงง มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิๆๆๆๆ ไม่เอาแบบนี้นะะะะ ฮือออๆๆๆ

#6 By ต่ายๆ (223.206.178.96) on 2012-04-06 23:34