อ้อนรักอ้อมกอดนั้น: Put your arms around Valentine's.

 

“หญิง แกจะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยมากที่สุดเลย เชื่อฉัน” ตั้นยิ้มอย่างจริงใจให้เพื่อนผู้หญิงที่สนิทมากที่สุดของเขา “ขอบใจนะตั้น” เสียงว่าที่เจ้าสาวตอบกลับมา ด้วยความตื่นเต้นที่มากขึ้นทุกทีๆ กับวันที่พิเศษที่สุดในชีวิตของเธอ กำลังใกล้เข้ามา “และฉันไม่ได้พูดชมแก เพราะแค่ว่าเราเป็นเพื่อนกันนะ” ตั้นบอกกับเพื่อนอีกครั้ง

 

“แต่ฉันเชื่ออย่างนั้นจริงๆ” ฝ่ายเพื่อนของเจ้าสาวนั้นยืนยันในสิ่งที่ตัวเองเชื่อและมองเห็น ทั้งสองคนจับมือกันแน่น ความเป็นเพื่อนอันยาวนานหลายปี ทำให้ตั้นตื่นเต้นไปกับหญิงด้วยจริงๆ “แกอย่ามาทำให้ฉันร้องไห้นะ เดี๋ยวฉันไม่สวย” หญิงรีบพูดห้ามเพื่อนเอาไว้ เพราะกลัวว่า คำพูดดีๆ ซึ้งๆ ของตั้น จะทำให้เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่อีกครั้ง

 

“ฉันดีใจกับแกด้วยจริงๆนะ” ตั้นพูดแสดงความดีใจกับเพื่อน “ชายเป็นคนดี เขาจะต้องดูแลแกได้ดีมากๆอย่างแน่นอน” หญิงได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นแล้วก็รู้สึกใจหายในเรื่องหนึ่ง “ตั้น แกก็รีบหาใครสักคน” พอตั้นรู้ว่าหญิงจะพูดอะไร เขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องในทันที

 

“อ้อ แล้วแกก็ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เรื่องเค้กแต่งงาน ฉันจัดการให้แกเรียบร้อยแล้ว” ตั้นแสดงความภูมิใจในการเลือกเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเพื่อนอย่างชัดเจน “เอ่อ ตั้น คือเรื่องนั้นน่ะ” หญิงอยากจะพูดเรื่องนี้กับตั้นอยู่เหมือนกัน แต่ยังหาโอกาสเหมาะๆไม่ได้สักที “ไม่ต้องเครียดเลยแก หญิง ฉันน่ะเลือกทั้งรูปแบบและรสชาติของเค้กให้แกเป็นอย่างดี” ตั้นรีบให้ความมั่นใจกับเพื่อนในทันที เพราะเขามั่นใจในเป็นอย่างมากที่สุด

 

“ส่วนเรื่องอาหารในงานเลี้ยง ห้องจัดเลี้ยง รวมถึงงานดอกไม้ทั้งหมด แกก็ไม่ต้องห่วง” ตั้นนั้นวางแผนเรื่องเหล่านี้เอาไว้พร้อมแล้ว ด้วยเช่นกัน “ทุกอย่างจะต้องออกมาเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ” หญิงยิ้มแบบไม่รู้จะเริ่มต้นพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปให้เพื่อนฟังอย่างไรดี

 

“ก็เหมือนกับชุดเจ้าสาวที่ฉันแนะนำแกไปยังไงล่ะ ชุดนั้นนะ แกใส่แล้วสวย จนฉันแทบน้ำตาไหล อย่างกับฉันมีลูกสาว แล้วลูกของฉันกำลังจะออกเรือนไปยังไงยังงั้นเลย” ตั้นพูดติดตลกออกมา แต่ความรู้สึกที่พูดบอกมาในประโยคดังกล่าว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาจริงๆ หญิงนั้นมีความหนักใจเกี่ยวกับอะไรบางอย่างในแววตา แต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะพูดออกไป เพราะเห็นถึงความตั้งใจจริงของเพื่อนคนนี้ที่มีให้กับเธอ

 

“หญิงครับ” คนที่เดินเข้ามาในร้านสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงานแห่งนี้ คือว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อนของตั้นนั่นเอง “ชาย” ว่าที่เจ้าสาวเอ่ยทักผู้ซึ่งมาใหม่ออกไป “เรื่องนั้น เอ่อ ว่ายังไงครับ” ว่าที่เจ้าบ่าวถามว่าที่เจ้าสาวของตัวเองออกไปแบบรู้กันเองแค่สองคน เมื่อเห็นว่าตั้นนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า บอกฉันสิ เดี๋ยวฉันช่วยจัดการให้เอง” ตั้นนั้นรีบเสนอตัวให้การช่วยเหลือว่าที่คู่บ่าวสาวทั้งสองในทันที ที่ได้ยินแบบนั้น

 

“เขาอาจจะไม่อยากได้ความช่วยเหลือจากคุณก็ได้นะ” คนที่มากับชายด้วย เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน ตั้นหันไปมอง ก็เห็นปั๊บยืนมองมาทางเขาอยู่ หญิงกับชายนั้น มองหน้ากันเพราะกลัวว่าจะเกิดการเปิดศึกระหว่างทั้งสองคนขึ้นมาเสียก่อน

 

“หญิง เดี๋ยวฉันกลับก่อนก็แล้วกัน” ตั้นลุกขึ้นจากโซฟารับแขกของร้าน ก่อนจะจับตัวของชายให้ไปนั่งลงคู่กับหญิง “ขอให้ถ่ายรูปแต่งงานออกมาสวยที่สุดนะ เพราะร้านนี้น่ะ ฝีมือและคุณภาพของเขาดีเยี่ยมที่สุดแล้ว เพราะฉันเป็นคนเลือกร้านนี้ให้เองกับมือ” ตั้นหันไปทางปั๊บ ก่อนที่เขาจะเบ้ปากแสดงความไม่พอใจให้กับอีกฝ่ายอย่างจงใจ

 

“ยังไง เย็นๆเดี๋ยวฉันโทรหานะหญิง ทั้งๆที่จริงก็อยากจะอยู่ด้วยจนแกถ่ายรูปเสร็จ แต่ฉันคงต้องขอตัวก่อน เพราะไม่อยากจะต้องฟังอะไรที่มันไม่เข้าท่า จากใครบางคนแถวนี้ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ก็เห่า เอ๊ย พูดมากไม่ได้ประโยชน์ใดๆ” พูดจบตั้นก็เดินออกจากร้านไปในทันที ปั๊บมองไปทางชายกับหญิงที่ทำหน้าเสีย ปั๊บนั้นส่ายหน้าช้าๆให้กับว่าที่คู่บ่าวสาว ก่อนจะรีบเดินออกจากร้านเช่นกัน จนไปทันตั้นที่กำลังจะเข้าไปในรถยนต์ส่วนตัวพอดี

 

“คุณนี่ตกลงไม่มีมารยาทด้วยตัวเอง หรือว่าทำบื้อไม่รับรู้อะไรเลยกันแน่” ปั๊บไม่รอช้า รีบพูดกับตั้นออกไป เมื่อเห็นอีกฝ่ายจะไม่รอให้เขาได้ทันพูดอะไร “นี่คุณ มันจะมากไปแล้วนะ” ตั้นนั้น ไม่คิดว่าปั๊บมีสิทธิ์อะไรจะมาพูดกับเขาแบบนี้ ถึงแม้ว่าปั๊บจะเป็นเพื่อนคนสนิทของชายก็ตาม “ก็หรือไม่จริง ทั้งชายและหญิง เขาได้ขอให้คุณช่วยอะไรสักอย่างหรือไง” ปั๊บถามคำถามนั้นกับตั้นออกไปตรงๆ

 

“คุณ” ตั้นพูดข้ามตัวรถจากด้านคนขับกลับไปที่อีกด้านหนึ่งที่ปั๊บยืนอยู่ “แล้วคุณได้ยินชายกับหญิงเขาปฏิเสธกับการเตรียมงานของผมอย่างนั้นหรือไง ฮึ ก็ไม่ ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาปากดีพูดมาก ผมไม่ชอบ” ตั้นพูดจบก็ไม่รีรอ ขึ้นรถไปทันที ปั๊บพยายามจะเปิดประตูด้านผู้โดยสาร แต่ก็เปิดไม่ออก และตั้นก็ขับรถออกไปในทันที

 

ตั้นนึกหงุดหงิดกับใครบางคนอยู่เป็นนานสองนาน ทั้งๆที่เขากะว่า จะกลับมาดูรูปแบบของน้ำแข็งแกะสลักว่า อันไหนจะเหมาะกับรูปแบบของงานมากที่สุดแท้ๆ แต่ก็ไม่มีสมาธิที่จะดุในรายละเอียดหรือตัดสินใจเลย เพราะมัวแต่นึกฉุนกับคำพูดของปั๊บอยู่ ตั้นรอจนเวลาที่คิดว่าหญิงถ่ายรูปเสร็จแล้ว จึงกดโทรศัพท์ไปหา ตั้นเลือกที่จะพูดคุยกับเพื่อนสนิทในเรื่องอื่นๆ

 

แม้ว่าคำพูดของปั๊บวันนี้ กำลังก่อกวนความรู้สึก และทำให้ตั้นรู้สึกอยากจะถามหญิงออกไปเช่นกัน แต่ในใจนั้นก็มีข้อโต้แย้งว่า เป็นที่ปั๊บต่างหากที่มาหาเรื่องพูดจาหาเรื่อง และตั้นไม่ควรที่จะใส่ใจอะไรทั้งนั้น ตั้นชวนหญิงคุยอีกนิดหน่อยก็วางสายไป หญิงมองหน้าชายแบบรู้สึกผิด เมื่อเห็นว่าที่เจ้าบ่าวทำหน้างอนๆ เมื่อเธอยังไม่ได้พูดกับตั้นในเรื่องที่ตกลงกันเอาไว้เสียที

 

“ช่างภาพในงานที่ฉันได้ติดต่อเอาไว้ เป็นตากล้องมือหนึ่งในด้านงานแต่งงานเลยนะ ที่งานแต่งคนดังๆ เซเลบทั้งหลาย ก็ผ่านมือของคนนี้มาแล้วทั้งนั้น” ตั้นภูมิใจที่ได้เตรียมพร้อมเรื่องนี้เอาไว้ให้กับทั้งสองคนแล้วด้วย “และเขาก็ว่างและยินดีจะมาถ่ายรูปในงานแต่งของแกด้วยเช่นกัน” ตั้นบอกเรื่องนี้กับหญิงออกไปด้วยความตื่นเต้น

 

“แล้วเขาคิดค่าจ้างเท่าไหร่น่ะตั้น” หญิงที่หันไปมองหน้าชาย ก่อนจะถามตั้นด้วยอาการไม่เต็มเสียงมากนัก “ทำไมมันแพงจังล่ะ” และเป็นที่ชายนั่นเองที่หลุดโพล่งออกมาในทันที ที่ได้ยินตั้นบอกราคาออกมา “นี่เขาลดราคาให้เป็นพิเศษแล้วนะ ซึ่งก็ถือว่าราคาน่ะสมเหตุสมผลมากๆเสียด้วย ถ้าเทียบกับฝีมือและผลงานของตากล้องคนนี้ แถมเขาก็จะอยู่จนถึงงานเลิกเลยด้วยนะ เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งปกติถ้าจะให้เขาทำแบบนั้น ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว” ตั้นรีบอธิบายรายละเอียดให้กับทั้งคู่ได้ฟังในทันที

 

“โอย ก็ถ้าคิดราคาแบบต้องจำนองบ้าน ขายที่นามาจ่ายแบบนี้แล้วล่ะก็ มันน่าจะต้องตามไปถ่ายรูปตอนที่ชายกับหญิงไปฮันนีมูนเลยด้วยซ้ำ” ตั้นหันขวับไปมองในทันที ที่ได้ยินปั๊บว่าเข้าให้่แบบนั้น “คุณจะไปรู้อะไร ถ้าไม่พูด ก็ไม่มีใครว่าหรอกนะ เพราะไม่เห็นจะได้ยิน คนไหนเขาขอความเห็นจากคุณ” ตั้นว่ากลับไปที่ปั๊บแบบตรงๆเช่นกัน

 

“ใครเขาจะไปออกความเห็นได้ล่ะ ขนาดขอร้องเขาก็ยังไม่ได้ทำเลย คุณก็มาทำเจ้ากี้เจ้าการ จัดนั่น สั่งนี่ บังคับคู่บ่าวสาวเขาไปซะทุกเรื่อง” ปั๊บเดินเข้าไปตรงที่ตั้นยืนอยู่ ก่อนจะจ้องหน้ากับอีกฝ่ายตรงๆ “เขาเรียกว่ารู้ใจต่างหาก เพราะผมกับหญิงเราเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว” ตั้นบอกไปแบบคนที่ถือไพ่เหนือชั้นกว่า “เหรอ” ปั๊บย้อนถามออกมาด้วยน้ำเสียงกวนโมโหใส่ตั้น ที่ทำให้ตั้นถึงกับต้องนิ่วหน้าในทันที

 

“แล้วคุณรู้ใจไอ้ชายมันหรือยังไง ขนาดว่าที่ภรรยาอย่างหญิง เขายังไม่พูดแบบนั้นเลย ทั้งๆที่เขามีสิทธิ์ที่จะจัดงานยังไงก็ได้แบบ” ปั๊บหยุดพูดนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อแบบจงใจเน้นทุกคำในประโยคนั้น “ตามใจตัวเอง” ก่อนจะพูดแบบกระแทกใส่ตามมาว่า “ไม่ใช่ตามใจคุณ” ตั้นนั้นโมโหจนแทบจะจับปั๊บหักแขนหักขาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

 

“ถามหน่อยเถอะ นี่มันงานแต่งของคุณหรือไง ถึงได้ละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของเขาชายกับหญิงเขาไปซะทุกเรื่อง” ตั้นมองไปทางว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว ที่ตอนนี้หน้าเสียกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่กำลังเกิดขึ้น “ก็ถ้าทั้งสองคน ไม่ชอบ หรืออยากจะเปลี่ยนแปลงตรงไหนยังไง เขาก็คงจะบอกผมมาตั้งนานแล้ว” ตั้นพูดขึ้นแบบไม่แน่ใจนักในตอนนี้

 

“ใช่ไหม ชาย” ตั้นถามไปที่ว่าที่เจ้าบ่าว “หญิง” ก่อนจะถามว่าที่เจ้าสาวหลังจากนั้น “พวกเขาอยากจะบอกคุณจะตาย อยากจะบอกมาตั้งนานแล้ว เพราะทุกอย่างที่คุณจะให้พวกเขาจัด พวกเขาจ่าย มันแพงระยับจนถึงกับจะทำให้ชีวิตของทั้งคู่ ล้มละลายทางการเงินได้เลยทีเดียว” ปั๊บพูดขึ้น และมันทำให้ตั้นถึงกับรู้สึกผิด ถ้านั่นคือสิ่งที่ชายกับหญิงกำลังรู้สึกกับเขาอยู่

 

“คือ ผมยังต้องใช้เงินอีกเยอะ ตกแต่งเรือนหอ ผ่อนรถ แล้วยังจะฮันนีมูนที่รูดบัตรเครดิตไปก่อนอีกสองใบ” ชายอ้อมๆแอ้มๆพูดขึ้นมา และหญิงก็บอกว่า “ตั้น คือ ฉันสงสารชายเขาน่ะ แค่ค่าชุดเจ้าสาว ชุดทักซิโด้ รูปงานแต่ง มันก็หนักมากแล้ว” ตั้นถึงกับอึ้งกับสิ่งที่เขาไม่ทันได้คิดถึงไปเสียสนิท

 

“คนเรา ถ้าจะรักกัน งานแต่งมันคงไม่ต้องเหมือนกับไอ้สมุดงานแต่งเว่อร์ๆ ไม่ได้ดูตัวเองเลยแบบนี้ก็ได้” ปั๊บหยิบสมุดภาพทำมือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาโยนเปรี้ยงลงไปกับโต๊ะอีกครั้ง “ไอ้ปั๊บ” เสียงของชายโพล่งขึ้นที่ได้เห็นเพื่อนทำแบบนั้น “ตั้น” เสียงหญิงเรียกชื่อเพื่อนออกมาอย่างตกใจ เพราะเห็นสีหน้าของตั้นและเธอก็รู้ดีว่า เพื่อนกำลังรู้สึกอย่างไร

 

“โอเค” ตั้นที่ยืนนิ่ง อึ้งอยู่นานพูดขึ้นในที่สุด “เข้าใจแล้ว” ตั้นฝืนยิ้มออกมา ก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากที่ตรงนั้น “ไอ้ปั๊บ แกพูดเกินไปแล้วนะเว้ย” แม้แต่ชายเองก็รู้สึกแย่ที่ได้เห็นตั้นทำหน้าแบบนั้น “อะไรของแกวะ” ปั๊บรู้สึกงงกับเพื่อน เพราะชายนั้นมาพูดระบายกึ่งปรึกษากับเขาเรื่องนี้แท้ๆ

 

“สมุดงานแต่งเล่มนี้ ตั้นทำเองกับมือ” หญิงพูดขึ้นมา ก่อนจะหยิบสมุดภาพและรายละเอียดงานแต่งงานนั้นมาถือเอาไว้ “ตั้น เขาทำให้หญิงหรือ” น้ำเสียงของปั๊บดูอ่อนลง เมื่อมองเห็นหญิงถอนหายใจแล้วหลายต่อหลายครั้ง “เปล่า” หญิงปฏิเสธพร้อมทั้งส่ายหน้าช้าๆ ปั๊บขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทางของหญิง แล้วหันไปมองหน้าเพื่อนอย่างชาย ก่อนจะต้องอึ้งเมื่อนึกขึ้นได้

 

“ตั้นน่ะ พูดกับหญิงเสมอว่า เขาคงไม่มีทางได้แต่งงานอย่างคนอื่นทั่วไป” หญิงยังจำาภาพรอยยิ้มของตั้นในวันที่ยื่นสมุดภาพเล่มนี้ให้เธออย่างเต็มใจได้เป็นอย่างดี เมื่อตั้นรู้ว่าหญิงกำลังจะแต่งงาน “งานแต่งงานในสมุดนี้ เป็นงานที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุด และมันเป็นของตั้น คนที่ไม่คิดว่า จะมีใครบ้าพอ จะมาแต่งกับเขา แถมตั้นยังไม่ได้เป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับหญิงอีกต่างหาก ปั๊บ คุณคิดว่า ตั้นทำทุกอย่างให้ชายกับหญิงเพราะอะไรล่ะ” ปั๊บถึงกับพูดไม่ออก หันไปมองทางประตู ที่ไม่มีวี่แววของตั้นอยู่แล้ว

 

“เลิกงานซักที ตั้น ไปกินบุฟเฟต์เกาหลีด้วยกันดีกว่า” เสียงเพื่อนร่วมงานที่รวมตัวกันห้าหกคน ชวนตั้นให้ไปหามื้อเย็นอร่อยๆกินกัน “ไม่ล่ะ วันนี้ขอตัวแล้วกันนะ” ตั้นนั้น ดูซึมๆมาหลายวันแล้ว แต่เพื่อนๆที่ทำงานก็ยังไม่ได้รู้สึกผิดสังเกตอะไรมากนัก ตั้นเดินออกมาที่ลานจอดรถด้านหน้าออฟฟิซ

 

“ตั้น” เจ้าของชื่อมองไปที่เจ้าของเสียง “ไปหาอะไรกินกันไหม ฉันชักจะหิวแล้ว” หญิงเอ่ยชวนเพื่อนรักออกไป ตั้นยิ้มนิดๆ ก่อนจะพยักหน้ารับคำชวน ทั้งสองคนเลือกร้านอาหารไทยเล็กๆร้านหนึ่งไม่ไกลจากที่ทำงานของตั้น สั่งอาหารสองสามอย่างมาแชร์กัน ก่อนจะลงมือกินกันไปแบบเงียบๆ ซึ่งมันผิดวิสัยของเพื่อนซี้คู่นี่เป็นอย่างมาก เพราะต่างก็เคยแต่หาเรื่องสนุกๆ ตลกๆ มาเล่าให้อีกฝ่ายต้องหัวเราะท้องคัดท้องแข็งอยู่เสมอๆแท้ๆ

 

“ตั้น ฉัน” หญิงพยายามจะเอ่ยขอโทษเพื่อนออกไป “ไม่เป็นไรหรอกหญิง” ตั้นห้ามเพื่อนเอาไว้ ก่อนจะบอกว่า “เราผิดเองต่างหาก” ผ่านมาหลายวัน ที่ตั้นไม่กล้าโทรหาเพื่อน เพราะรู้สึกไม่ดีจริงๆที่ทำตัวแบบนั้นโดยที่ไม่ถามเจ้าของงานแต่งอย่างชายและหญิงซักคำ “แต่ที่แกทำไป ตั้น ฉันรู้นะ ว่าแกอยากให้งานแต่งนี้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด” หญิงนั้นรู้สึกเห็นใจเพื่อนมาตลอด ตั้งแต่รู้ว่าตั้นคิดอย่างไรกับเรื่องชีวิตคู่ของตัวตั้นเอง

 

“สักวันแกต้องเจอคนที่รักแกมากๆ เชื่อฉันนะ” หญิงบีบมือเพื่อน พูดให้กำลังใจไปด้วย “หญิง” เสียงเรียกชื่อเพื่อนของตั้น เลี่ยงไปอีกทาง “บอกชายด้วยนะ ว่าฉันขอโทษ ส่วนพวกที่ฉันโทรสั่ง นั่น นู่น นี่ ฉันยกเลิกให้แล้วทั้งหมด” หญิงพยักหน้าให้เพื่อน แต่ไม่พูดเรื่องนี้ต่อ ได้แต่ชวนเพื่อนรักคุยเรื่องอื่น ซึ่งตั้นก็คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้กับหญิงด้วยความสนุกสนาน เพราะต้องการให้หญิงสบายใจ

 

“พร้อมนะ” หญิงตะโกนบอกก่อนที่เธอจะโยนช่อดอกไม้ให้บรรดาเพื่อนสาวโสดที่มาในงานแต่งได้รับ และคนที่ได้มันไปก็คือคนที่ใครๆต่างก็รู้ดีว่า เปลี่ยนผู้ชายมาควงไม่ซ้ำหน้า หญิงมองเลยมาที่เพื่อนสนิทที่สุดของเธอ ตั้นยืนมออยู่ไกลๆ เธอเห็นเพื่อนยิ้มให้ ถึงแม้ว่างานแต่งของเธอจะไม่ได้เหมือนกับที่เขาได้ทำสมุดภาพเอาไว้ แต่ตั้นก็ยินดีและดีใจกับเพื่อนอย่างที่สุด

 

“ฉันกลับก่อนนะ” ตั้นเดินเข้ามาลาเพื่อนเมื่อถึงเวลาสมควร “จะกลับแล้วจริงๆหรือ” หญิงถามเพราะยังไม่อยากให้ตั้นกลับเลย “ต่อไปก็เหลือแค่การส่งตัวเข้าหอ แกคงไม่ต้องให้ฉันเข้าไปด้วยหรอกจริงไหม” ตั้นทำพูดติดตลก แถมยักคิ้วหลิ่วตาให้กับชายอย่างล้อเล่น จนทั้งสามต้องหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

 

“มันก็ไม่แน่นะ จริงไหมวะชาย” ปั๊บ เพื่อนเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ไม่ไกล ทำพูดติดตลกด้วยเช่นกันกลับมา แต่ตั้นก็ไม่คุยกับเขาเลย ทั้งๆที่เขาพยายามหาทางพูดด้วย ชวนคุยมาตั้งแต่งานเริ่ม “ชาย เราฝากดูแลหญิงด้วยนะ” ตั้นขอตัวกลับ บ๊ายบายเจ้าบ่าวเจ้าสาว แล้วเดินออกจากงานไป “ตามไปสิวะ ยืนบื้ออยู่ทำไมอีก อยากชวดอีกใช่ไหมวะ ไอ้สากกะเบือ ปั๊บเอ๊ย” ชายรีบไล่เพื่อนสนิท ปั๊บหันมามองหญิง เธอพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตเรื่องตั้น ปั๊บถึงยิ้มออกแล้วรีบตามอีกฝ่ายออกไปในทันที

 

“ทำไมคนเรา เวลาแอบรักใคร ต้องทำเป็นเหมือนไม่สนใจเขาด้วยนะ อย่างนี้ทุกราย” หญิงถามชายออกไป “มันจะไปต่างอะไรล่ะ ชายก็เป็นแบบนั้นกับหญิงตอนแรกๆ จริงไหม แล้วนี่ดันมาเป็น ไอ้ปั๊บ ที่ปากหนักด้วยแล้ว ถ้าตั้นบอกปัดรับรักมัน สงสัยเพื่อนของชายคนนี้ คงหัวทิ่มดินไม่เป็นท่า” ชายโคลงหัวให้กับเพื่้อนคนนี้ ส่วนหญิงก็หวังว่าทุกอย่างจะออกมาดีอย่างที่หวังเอาไว้

 

“ตั้น รอเดี๋ยว เดี๋ยวก่อนสิคุณ รอผมด้วย” ปั๊บรีบวิ่งไปคว้าแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ เมื่อเห็นตั้นรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อจะกลับไปที่รถ “ปล่อยนะ” ตั้นออกคำสั่ง แต่ปั๊บไม่ยอมดึงตัวอีกฝ่ายหลบเข้าไปตรงทางเดินเล็กๆที่พอถึงสุดทาง ก็เป็นสวนหย่อมเล็กๆที่ประดับประดาดวงไฟเอาไว้อย่างสวยงาม “คุณไม่คุยกับผมเลยสักคำ” ปั๊บเปิดฉากการสนทนากับอีกฝ่าย “ผมไม่มีอะไรจะคุย” ตั้นตอบกลับไป น้ำเสียงเฮี้ยวๆ

 

“แต่ผมมี” ปั๊บตอบกลับไป ตั้นตวัดสายตาไปมองหน้าปั๊บ ก่อนจะหันไปทางอื่น “ผมขอโทษ” ปั๊บรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตั้นหันกลับมาสบตากับปั๊บอีกครั้ง “คุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” ตั้นบอกกับอีกฝ่ายไปแบบนั้น “ผมไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณต้องเสียใจ” แน่นอนที่ปั๊บไม่อยากที่จะเป็นคนๆนั้นอย่างแน่นอน

 

อีกไม่นานก็วาเลนไทน์
แต่เหมือนข้างในหัวใจ
เหงาจนทุกข์ทรมาน

 

“ผมไม่ได้เสียใจอะไรสักหน่อย” น้ำเสียงของตั้นที่มันฟังดูงอนๆ ทำให้ปั๊บไม่รอช้า ต้องหาทางสกัดกั้นความรู้สึกแย่ๆที่ตั้นอาจจะมีกับเขาเสียโดยเร็ว “โยนทิ้งไปเถอะ ไอ้สมุดภาพงานแต่งประหลาดๆนั่นน่ะ” ตั้นได้ยินประโยคนี้ของปั๊บ มันทำให้เขาแทบของขึ้น “เนี่ยนะ ที่คุณบอกว่าคุณรู้สึกเสียใจ รู้สึกผิด และอยากจะขอโทษผม” ตั้นว่า ปั๊บอาจจะเข้าใจกันไปคนละทางกับเขาแน่ๆ

 

ต้องกอดตัวเองอีกนานเท่าไร
อยากมีสักคนข้างกาย
รู้ใจใช้คำว่าเรา จะกี่ฤดูหนาว

 

“ใช่” ปั๊บตอบกลับไป ตั้นพยายามจะเดินหนี “งานแต่งในสมุดภาพนั้น มันเป็นของชายหญิงเขา” ปั๊บรีบพูดไปอย่างที่ใจของเขาคิด “ถูกต้อง งานแต่งในวันนี้ มันเป็นของชายหญิง เพื่อนสนิทของคุณและก็เพื่อนสนิทของผม” ตั้นว่าแปลกที่ปั๊บจะพูดอะไรแบบนั้นออกมา จนฉุกคิดถึงความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นขึ้นมาได้

 

ความเหงาไม่เคยจากไป
มันก็คือฤดูเหงา
ที่ต้องหนาวหัวใจ
อย่างนี้เรื่อยไป

 

“มันไม่ใช่ของคนอย่างคุณและผม” ปั๊บบอกออกไป ตั้นได้แต่กะพริบตาถี่ๆ ในหัวกำลังมีคำถามมากมายแล่นวนอยู่ “พูดอะไรของคุณ” พอถามออกไป ตั้นก็เพิ่งจะมาฟังคำพูดของตัวเองออกว่า เขาเพิ่งเปิดโอกาสให้ปั๊บได้เปิดใจกลับมามากยิ่งขึ้น “สำหรับเรา คุณและผม งานแต่งไม่ใช่คำตอบใดๆทั้งนั้น แต่ความจริงใจล้วนๆต่างหากที่สำคัญที่สุด คุณเชื่อผมสิ” ปั๊บเลื่อนมือของเขาไปจับมือของตั้นเอาไว้

 

อยากบอกรัก
ไม่มีใครให้บอกรัก
ไม่อยากเหงาหัวใจ
ต้องทนอีกสักเท่าไร

 

“ใครบอกคุณ” ตั้นทำเสียงดุใส่ “ผมนี่แหละ บอกตัวเอง” ปั๊บตอบกลับมาในทันที “ผมเชื่อว่าผมคิดไม่ผิด” ปั๊บพูดขึ้นอีกหลังจากนั้น “เรื่องอะไร” ตั้นถามออกไปเสียงเบา “เรื่องคุณ” ปั๊บตอบ “เรื่องของเรา” ตั้นนั้น บอกตัวเองมาเสมอ ว่าความรู้สึกใดๆที่เกิดขึ้นระหว่างกัน ปั๊บและตั้น มันคงเป็นแค่เรื่องที่คิดไปเองเท่านั้น

 

สุดเหน็บหนาวหัวใจ
ยิ่งใกล้ใกล้ถึงวาเลนไทน์
คนที่รักก็ไม่มี คนมารักก็ไม่มี
เริ่มจะเหงาขึ้นทุกที
ต้องรออีกสักกี่ปี
ความรักถึงจะเกิด

 

“ให้โอกาสผมนะ” ปั๊บยื่นหน้าเข้าใกล้กับตั้น ฝ่ายหลังขยับถอยออกห่าง ปั๊บไม่ยอมลดละ “อะไรของคุณเนี่ย” ตั้นทำเสียงดังข่มความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นในหัวใจ “เราค่อยๆเป็นค่อยๆไป ผมอยากรู้จักคุณให้มากขึ้นกว่านี้” ปั๊บน้ำเสียงเกือบจะเป็นการอ้อนขอ ตั้นพยายามดึงมือตัวเองกลับ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ก็ไม่รู้เป็นเพราะว่า ปั๊บจับมือของเขาเอาไว้เสียจนแน่น หรือเป็นเพราะว่าตั้นเองออกแรงดึงไม่มากพอกันแน่

 

ใครต่อใครต่างบอกรักกัน
แต่ฉันต้องทนเดียวดาย
ไม่เคยใช้คำว่ารัก

 

“ผมขอเลือกที่จะไม่สัญญางานวิวาห์ใดๆกับคุณ” ปั๊บพูดขึ้น รอให้ตั้นสบตากับเขาตรงๆ ก่อนจะพูดขึ้นอีกว่า “แต่ผมขอสัญญา ความเอาใจใส่ ความผูกพัน และความผูกพัน กับการที่เราจะเติบโตและแก่เฒ่าไปด้วยกัน” ปั๊บคงต้องเสียพนันและเลี้ยงข้าวเย็นหญิงเสียแล้ว เพราะประโยคนี้ หญิงการันตีได้เลยว่า ถ้าเขาพูดกับตั้น จะต้องเห็นตั้นมีท่าทีอ่อนลงอย่างแน่นอน

 

จะกี่ฤดูหนาว
ความเหงาไม่เคยจากไป
มันก็คือฤดูเหงา
ที่ต้องหนาวหัวใจ
อย่างนี้เรื่อยไป

 

“หญิงบอกมาให้คุณพูดใช่ไหม ประโยคนี้น่ะ” และแล้วปั๊บก็แน่ใจแล้วว่า ตั้นกับหญิงนั้น เป็นเพื่อนซี่กันจริงๆ เพราะต่างก็รู้จักกันอย่างลึกซึ้งในทุกๆเรื่อง “แล้วมันไม่ได้ผลหรือ” ปั๊บยิ้มตาม เมื่อเห็นตั้นทำกลั้นยิ้มด้วยความยากลำบาก “ได้ผลหรือไม่ได้ผล คงต้องดูกันอีกนาน แค่นี้มันยังไม่รู้ได้หรอก”

 

อยากบอกรัก
ไม่มีใครให้บอกรัก
ไม่อยากเหงาหัวใจ
ต้องทนอีกสักเท่าไร

 

ตั้นชักจะรู้สึกแย่เสียแล้ว กับสายตาแปลกๆของปั๊บ ที่เพิ่งจะเคยเห็นปั๊บแสดงความรู้สึกในส่วนลึกที่มีกับตั้น ออกมาทางแววตาออดอ้อนคู่นั้น “ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม” ตั้นพูดเสียงเอาแต่ใจนิดๆ “ถ้าไม่มีก็ปล่อยมือได้แล้ว จับทำไม จับอยู่ได้ ผมจะกลับบ้านแล้ว” ปั๊บฟังที่ตั้นพูดไปอย่างนั้นเอง แต่ไม่ยอมปล่อยมืออีกฝ่ายแต่อย่างใด

 

สุดเหน็บหนาวหัวใจ
ยิ่งใกล้ใกล้ถึงวาเลนไทน์
คนที่รักก็ไม่มี คนมารักก็ไม่มี
เริ่มจะเหงาขึ้นทุกที
ต้องรออีกสักกี่ปี
ความรักถึงจะเกิด

 

“รู้ไหมว่าวันนี้ นอกจากจะเป็นวันแต่งงานของชายกับหญิงแล้ว ยังเป็นวันอะไรอีก” ปั๊บถามตั้นเสียงวาบหวาม ตั้นเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ เพราะทั้งชายและหญิงเจาะจงเลือกวันนี้เป็นวันสมรสของคนทั้งคู่ “แต่สำหรับชายกับชาย ปั๊บและตั้น” ปั๊บทำเสียงและแววตาล้อเลียน มันทำให้ตั้นหลุดยิ้มออกมาจนได้

 

อยากบอกรัก
ไม่มีใครให้บอกรัก
ไม่อยากเหงาหัวใจ
ต้องทนอีกสักเท่าไร
สุดเหน็บหนาวหัวใจ
ยิ่งใกล้ใกล้ถึงวาเลนไทน์

 

“เหลือเวลาอีกหนึ่งนาที ก่อนที่วันวาเลนไทน์ สิบสี่กุมภาจะหมดลง” เข็มนาทีบนหน้าปัดหอนาฬิกาที่กลางสวนนั้นบอกกับคนทั้งคู่เช่นนั้น ปั๊บขยับใบหน้าเข้าใกล้กับตั้น เขาหยุดสบตากับตั้น เมื่อริมฝีปากของเขาเกือบจะประทับรอยจูบลงไปบนเรียวปากของตั้น “นะ” ปั๊บถามเบาๆ ตั้นพยักหน้าตอบเบาๆเช่นกัน ลมเย็นสบายสดชื่นพัดมาเบาๆ ปั๊บถอนจูบเบาๆนั้นออก

 

คนที่รักก็ไม่มี
คนมารักก็ไม่มี
ทำไมต้องเหงาขึ้นทุกที
ต้องรออีกสักกี่ปี
ความรักถึงจะเกิด

 

"เป็นยังไงบ้าง” ปั๊บถามตั้นออกไป “ทำได้แค่นี้เองน่ะหรือ” ตั้นถามแบบเย้า ปั๊บยักคิ้วให้ทีหนึ่ง ก่อนจะรวบตัวตั้นเข้ามากอดและบอกรักด้วยรอยจูบที่อ่อนหวานนุ่มนวล เพื่อเป็นการสิ้นสุดปีที่ทั้งคู่ ฉลองวันแห่งความรักตามลำพังตลอดมาเสียที

 


ไม่มีใครให้บอกรัก

ชิน ชินวุฒ

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยังช็อคกับเรื่องหนูมิคที่น่ารักอยู่อะ เดี๋ยวขอทำใจก่อน ฮือออออออออออออออออ

#1 By Fah (182.53.10.205) on 2012-02-16 09:28

อ๊ะว๊ากกกกกก
หวานขโมยซีนเจ้าบ่าวเจ้าสาว

ปาร์คกลายเป็นทะเลน้ำเชื่อมไปแล้ว o^____^o

#2 By kimi daKe!!! (180.183.96.51) on 2012-02-16 10:42

กรี๊ดดดดดดดดดดดด
สวีทหวานแหววไปทั้งสองคู่
หวานส่งท้ายวาเลนไทน์จ้า

#3 By both^^ (125.24.160.62) on 2012-02-17 06:52

เห็นด้วยกับปั๊บนะที่ตำหนิตั๋น ซึ่งตั๋นก็ดูทำมากเกินไปถึงจะหวังดีกับเพื่อนก็เถอะนะ

แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี แฮปปี้ทั้ง 2 คู่ เลิฟๆ

#4 By Fah (182.53.0.61) on 2012-02-17 11:44