+ Coffee House @ Our Love

posted on 16 Feb 2012 14:57 by this-is-tlr  in ShortStories  directory Fiction
 

Coffee House @ Our Love

 

“มันต้องได้แบบนี้สิ” มาร์ค หนุ่มไทยที่ไปเติบโตที่เมืองนอกตั้งแต่ตอนเด็ก พูดกับตัวเองด้วยความรู้สึกภูมิใจอย่างที่สุด เมื่อมองเห็นลูกค้าเดินเข้าร้านของเขาอย่างต่อเนื่อง กับธุรกิจร้านกาแฟกับเบเกอรี่ที่เขากลับมาลงทุนทำที่ประเทศบ้านเกิดเมืองนอน กับเสียงคัดค้านของเพื่อนฝูงหรือแม้แต่ญาติๆ

 

ที่ว่าธุรกิจประเภทนี้นั้น มีกันจนเกร่ออยู่ที่กรุงเทพฯ และมันคงจะก้าวหน้าไปไหนได้ไม่ไกลอย่างที่เขาหวังเอาไว้มากนัก แต่แล้ว มาร์คก็ได้พิสูจน์ ความคิด ความสร้างสรรค์ของเขา กับการดัดแปลงผลิตภัณฑ์และสินค้าของเขาให้แตกต่างออกไปจากคนอื่น แต่ยังไม่ทิ้งเรื่องรสชาติและราคา มันกำลังส่งผลทางกำไรให้เขาอย่างดีมากที่สุด

 

“เชนร้านกาแฟใหญ่ๆที่เมืองนอก มีร้านตั้งอยู่จนเกือบทุกหัวมุมถนนในนิวยอร์ค พวกนั้นยังขายได้ แล้วสิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดอย่างร้านของเรา ทำไมมันจะไม่ประสบความสำเร็จล่ะ” มาร์คนั้นมั่นใจในตัวเองอย่างที่สุด และคงจะเป็นเพราะการถูกปลูกฝังเลี้ยงดูมาในแนวทางของคนตะวันตก เขาจึงกล้าลุย กล้าคิด และกล้าทำ ในแบบที่ทุกคนได้เห็นอยู่นี้

 

“พี่มาร์ค รับโทรศัพท์ด้วย” น้องพนักงานในร้านเรียกเจ้าของร้านกาแฟหนุ่มข้ามมาจากเคาน์เตอร์ มาร์คหันเดินกลับมาจากด้านหน้าประตูร้าน ก่อนจะพูดกรอกเสียงลงไปในกระบอกโทรศัพท์ จนบรรดาลูกน้องเด็กในร้านได้ยินแล้ว ก็ต้องพากันแอบหลบไปกลั้นขำกันใหญ่

 

“อะไรนะ งานเลี้ยงครอบครัว อยากให้ไปจัดฟรี เป็นสปอนเซอร์ให้ เดี๋ยวนะครับคุณป้า อย่างน้อยก็ต้องจ่ายครึ่งราคานะครับ ถึงจะเป็นญาติกันก็เถอะ” มาร์คกดวางสายแบบตัดบท ก่อนจะต้องฟังเรื่องที่เขาคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี กับการมาขอให้เขาทำอะไรแบบนี้ ด้วยความคิดที่เขามีเสมอมาว่า ถ้าจะให้เขาช่วยเหลืออะไรใคร มันควรจะเป็นการช่วยเด็กหรือใครก็ตาม ที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่น

 

ไม่ใช่ช่วยพวกบรรดาคนที่มีเงินพร้อมจะจ่าย แต่เกิดขี้เหนียว ตืดเงินเป็นตังเมกาละแม แต่สามารถตีตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่ง ร่อนไปถึงปารีสเพื่อซื้อกระเป๋าแบรนด์หรูๆ คอลเล็กชั่นล่าสุด ใบละสี่ซ้าห้าแสนเป็นอย่างต่ำ โดยบอกว่าถูกเหลือเกินและไม่มีบ่นซักคำแบบนี้ ก็ถ้าเป็นกรณีแรกของพวกน้องๆเด็กๆที่น่าสงสารและน่าเห็นใจนั้น รับรองว่า มาร์คยอมช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่ต้องรบเร้าอ้อนวอนเขาด้วยซ้ำ

 

“ทีรามิสุ ที่รัก” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ในร้านกาแฟที่เปิดมาสองสามปีกับร้านตรงข้ามของหนุ่มไทยหัวนอก กำลังยิ้มอย่างใจดีให้กับลูกค้าคนพิเศษขาประจำของเขาอยู่ “ถ้ารักมากขนาดนี้ แต่งกับมันเลยไหมล่ะ ป๋อมแป๋ม” เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร้านในชุดผ้ากันเปื้อน ที่ชะโงกหน้ามามองนั้น

 

“ถ้าได้ก็ดีนะ ต้อง” ป๋อมแป๋มพูดติดตลกออกไป “ก็คนมันชอบนี่” ก่อนจะยืนยันว่า ขนมชิ้นดังกล่าวเป็นของโปรดที่สุดของตัวเอง “ถ้าอย่างนั้น เชิญทางนี้เลยคร้าบ คุณลูกค้าของผม” หนุ่มต้อง เจ้าของร้านกาแฟขนาดเล็ก แต่คงเอาไว้ด้วยสูตรดั้งเดิมเป๊ะๆ เอ่ยชวนป๋อมแป๋มให้เดินมาทางด้านหน้าแคชเชียร์

 

“ผมเตรียมเอาไว้ให้ป๋อมแป๋มแล้ว เซ็ทใหญ่ จัดหนัก” ป๋อมแป๋มเดินตามมา ก่อนจะเห็นบรรดาขนมที่เขาชอบสองสามอย่าง กับกาแฟหอมกรุ่นรอเขาอยู่ก่อนแล้ว “ต้อง” ป๋อมแป๋มเรียกชื่อชายหนุ่มเจ้าของร้านเสียงหวาน เจ้าของชื่อยิ้มเคลิ้ม

 

“อย่าใจดีกับผมแบบนี้มากนักสิ เดี๋ยวผมหลงจนกู่ไม่กลับจะทำยังไง” ต้องที่ไม่ทันจะได้เตรียมตัวฟังประโยคแบบนี้จากชายหนุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ถึงกับอึ้ง ยิ้มหายไปจากหน้า ไม่ใช่เพราะไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้น แต่เขากำลังใจเต้นแรงมากด้วยความดีใจต่างหาก “ล้อเล่นหรอกน่า” พอได้ยินป๋อมแป๋มพูดแก้ออกมาแบบนั้น

 

“อ้าว” ต้องถึงกับเสียงอ่อน และหน้าจ๋อยจริงๆเข้าแล้ว “ไม่เป็นไร ผมเลี้ยง” ต้องส่งสายตาใจดีไปหา “ไม่ได้หรอก ของซื้อของขาย” ป๋อมแป๋มไม่ยอม รีบยื่นเงินให้กับน้องแคชเชียร์ของทางร้านทันที ทั้งๆที่ต้องพยายามห้ามเอาไว้ แต่ป๋อมแป๋มบอกว่า อย่าทำให้น้องพนักงานที่ทำหน้าเจื่อนๆต้องลำบากใจ

 

“ถ้าผมมากินฟรีแบบนี้ทุกวัน ต้องจะยอมหรือไง” คำตอบของต้อง แล่นเข้ามาอยู่ในใจของเขาในทันทีว่า เขายอม แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไป ป๋อมแป๋มรับเงินทอนมาจากน้องพนักงาน ก่อนจะหย่อนเหรียญที่ได้กลับไปในกล่องทิป “ใกล้สิ้นเดือนแล้ว ผมเองก็แอบกรอบ” ต้องยิ้มให้่กับการแซวตัวเองของป๋อมแป๋ม ชายหนุ่มทั้งสองคนสบตายิ้มให้แก่กัน

 

“แวะสั่งกาแฟกินกันก่อนขึ้นไปข้างบนแล้วกันนะพวกเรา” บรรดาสาวออฟฟิซที่ทำงานอยู่ในตึกนี้ เดินผ่านร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงเดือนดีของมาร์ค พากันกระดี๊กระด๊าชวนเชิญกันยกใหญ่ มาร์คที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักแอบยิ้มพอใจ ที่เขาเลือกไม่ผิดกับการบู๊สู้อุตส่าห์เช่าพื้นที่ของตึกออฟฟิซใหญ่และหรูหราแห่งนี้ ที่รวมเอาไว้ด้วยบริษัทชั้นนำของประเทศทั้งหลายเอาไว้ได้

 

“เฮ้ย ป๋อมแป๋ม ยังพอเหลือเวลา มานั่งกินกาแฟด้วยกันก่อน” บรรดาเพื่อนๆออฟฟิซเดียวกัน หันไปเจอป๋อมแป๋มเข้าพอดี มาร์คนั้นกำลังมองเข้าไปดูว่าโต๊ะตัวไหนว่างอยู่ พอที่จะรับลูกค้ากลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ได้ แต่เขาก็เงี่ยหูฟังการสนทนาระหว่างเพื่อนไปด้วย

 

“ไม่เอาหรอก เราไม่เข้าร้านนี้” ป๋อมแป๋มตอบเพื่อนไปตรงๆ มาร์คที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับหูผึ่ง หันขวับไปมองหาเจ้าของประโยคดังกล่าวทันที “เฮ้ย แต่ร้านนี้กาแฟของเขารสชาติเยี่ยม และขนมก็แปลกใหม่ อร่อยมากเลยนะแก” เพื่อนๆหลายคนพากันยืนยันกับป๋อมแป๋มเป็นเสียงเดียวกัน “ไม่เอาล่ะ อีกอย่าง เราซื้อของเรามาแล้ว” ป๋อมแป๋มชูถุงขนมจากร้านของต้องขึ้นให้เพื่อนๆดู

 

“แหม ร้านคุณต้องก็อร่อย ก็แค่เปลี่ยนบรรยากาศดูยังไงล่ะ” มาร์คที่ยังคงเห็นชายหนุ่มหน้าใสคนนั้นยังคงบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมที่จะเข้ามานั่งในร้านของเขา ก็อยากจะเอ่ยชวนด้วยตัวเอง “อย่าดีกว่า มันไม่มีอะไรน่าดึงดูด เราไม่อยากเข้าไปนั่งทำตัวเป็นคนอื่น ไม่ใช่ตัวเราในนั้น ไปนะ” ป๋อมแป๋มพูดจบก็เดินจากไป ส่วนมาร์คที่ได้ยินแบบนั้น ถึงกับหัวเสียในทันที ทั้งๆที่อยากจะเข้าไปถามกับอีกฝ่ายให้รู้เรื่อง แต่ก็ต้องต้อนรับลูกค้ากลุ่มใหญ่เสียก่อน

 

“กล้าดียังไง มาว่าร้านเราเฟก” มาร์คเดินกลับมาที่หน้าร้าน มองตามทางเดินขึ้นตึกไปที่บันไดเลื่อนยาว ตรงที่เห็นป๋อมแป๋มเดินไป ก่อนจะหันไปมองร้านกาแฟตรงกันข้าม ที่ติดกับประตูทางเข้าตัวอาคารเหมือนกับร้านของเขา แต่เปิดมาก่อนร้านนั้น มาร์คมองเห็นชายหนุ่มเจ้าของร้านเพิ่งเดินออกมาส่งลูกค้าที่หน้าประตู ตามแบบการบริการลูกค้าแบบเก่า

 

ที่ใจแลกใจ ค้าขายในแบบที่คิดว่าลูกค้าก็เสมอเหมือนญาติชิดใกล้ ถึงแม้ว่าจะต้องแถมนิดลดหน่อย แต่ก็เหมือนเป็นการผูกปิ่นโตกัน ยังไงลูกค้าก็ต้องกลับมาเข้าร้านอยู่เสมอแน่นอน ต้องหันไปเจอะเจ้าของร้านอีกฝ่าย มองมาพอดี แล้วนึกขึ้นได้

 

ถึงเรื่องที่ป๋อมแป๋มไม่เข้าไปในร้านนั้นตามที่เพื่อนชวน แล้วก็เผลอยิ้มออกมา มาร์คเดาเอาว่านั่นคือยิ้มเยาะเย้ยจากอีกฝ่าย เพราะเขาเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ เมื่อตอนเปิดร้านใหม่ๆว่า `ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความเย้ายวนน่าลิ้มลองของร้านกาแฟของเขาได้`

 

“ไอ้เฟกเอ๊ย” ต้องที่เดินกลับมาที่หลังเคาน์เตอร์ พูดพึมพำกับตัวเอง “อย่าคิดว่าเจ๋งไปหน่อยเล้ย” พลางมองไปที่หลังเคาน์เตอร์ร้านฝั่งตรงข้าม “คิดจะเปิดศึกกันอย่างจริงจังใช่ไหม” มาร์คพึมพำกับตัวเองเช่นกัน “ไอ้อ่อนเอ๊ย” ชายหนุ่มเจ้าของร้านทั้งสองคน ต่างพากันพยายามอ่านปากของฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะพากันทำหน้าหงุดหงิด หนุ่มไทยหัวดัดแปลงก็ภาคภูมิใจถึงความสร้างสรรค์ของตัวเอง ส่วนหนุ่มไทยหัวใจไทยแท้ ก็ปลาบปลื้มที่จะได้ทำทุกอย่างตามสูตรดั้งเดิม

 

“พลิกแพลงท่าบ้างเถอะวะ เพิ่มรสชาติใหม่ๆซาบซ่าน ไม่งั้นคนอยู่ด้วยเบื่อต่ายห่า” มาร์คยังหงุดหงิดเรื่องที่ได้ยินป๋อมแป๋มพูดอยู่ และยิ่งเห็นท่าทางเอาอกเอาใจลูกค้าจนเว่อร์ของเจ้าของร้านฝั่งตรงข้าม แล้วก็ยิ่งอยากจะอ้วก “แบบท่าดั้งเดิมนี่แหละเว้ย คนอยู่ด้วยไว้ใจได้ ว่ารสชาติไม่เปลี่ยนแปลง กินเมื่อไหร่ก็อร่อย” ต้องทำหน้าอยากจะอ้วก กับสไตล์ทำตัวทันสมัยของเจ้าของร้านฝั่งตรงข้าม ที่ล้นจนเออร์เร่อแบบนั้น และเขาก็ยังดีใจที่ป๋อมแป๋มรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดเช่นกัน

 

เนื้อคู่ฉันยังไม่เกิด สักที
และดูเหมือนยังไม่มี
วี่แววจะพบเจอ
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่
กว่าฉันนั้นจะได้เจอะเจอ
กับเธอคนที่ฉันรอ

 

ตลอดบ่ายวันนั้น หลังจากเวลาช่วงพักเที่ยงของพนักงานออฟฟิซผ่านไป ลูกค้าของทั้งสองร้านก็ซาลงไปค่อนข้างเยอะ และนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มทั้งสอง ผู้เป็นเจ้าของร้าน ออกจะมีเวลาว่างเหลือในมือมากจนเริ่มฟุ้งซ่าน ยิ่งได้เห็นหน้าของกันและกันอยู่ตลอด ก็ยิ่งเริ่มเพิ่มความเขม่นกันมากขึ้นไปอีก ต่างฝ่ายต่างพากันโชว์พาวเว่อร์ กร่างความสามารถ ชงกาแฟสูตรนั้นสูตรนี้ ข่มอีกฝ่ายกันยกใหญ่

 

เฝ้ารอทุกคืนทุกวัน มาหลายปี
ถามใครที่มีวิธี เผื่อเราจะพบใคร
สักคนที่เป็นเหมือนเรา
ที่เหงาหัวใจไม่ต่างกับฉัน
แต่มันจะมีสักคนไหม

 

และพอทำมาแล้วโดยไม่มีลูกค้าสั่ง ความลำบากจึงตกอยู่กับบรรดาน้องๆพนักงานทั้งสองร้าน ที่ทำความรู้จักกันและไปมาหาสู่ระหว่างร้านมาก่อนหน้านี้ กันเป็นอย่างดี ที่จะต้องซดกาแฟทั้งร้อนและเย็นมากมายหลายต่อหลายแก้ว จนต้องแอบเอามาแลกกันระหว่างร้าน เพื่อเปลี่ยนรสชาติแก้เลี่ยน โดยที่พากันคิดว่า คืนนี้จะหลับลงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

 

ก็ได้แต่ฝันไป
ไม่กลายเป็นจริงสักที
ก็ได้แต่รอทั้งปี
และฉันต้องเหงาอย่างนี้
ถึงเมื่อไหร่

 

“เฮ้ย ป๋อมแป๋ม แกเห็นหน้าวอลล์ในเฟซ ร้านกาแฟสองร้านข้างล่างตึกหรือยังวะ” เพื่อนๆในออฟฟิซพากันขำจนยกใหญ่ ป๋อมแป๋มที่เดินกลับมาจากห้องน้ำส่ายหน้า ก่อนที่จะโดนเพื่อนดึงมือไปดูที่จอมอนิเตอร์พีซี “ก็นี่ไง ชายหนุ่มรูปหล่อ เจ้าของร้านกาแฟ เปิดศึกดวลกันอย่างเอาเป็นเอาตาย” เพื่อนๆพากันประโคม `พาดหัว` ของเห็ตุการณ์ต่างๆ ที่พนักงานของร้านทั้งสอง พากันอัพเดตกันอย่างสนุกสนานน่าติดตาม

 

อยากมีคนรัก คนมีรักมันเป็นแบบไหน
คนอย่างฉันมันยังไม่เคยเข้าใจ
บอกก็คงไม่รู้ ดีแค่ไหนก็คงไม่รู้
คงต้องหาสักคนมาเป็น เนื้อคู่

 

“หล่อทั้งคู่เลย ทั้งคุณมาร์ค ทั้งคุณต้อง แต่ก็เพี้ยนทั้งคู่เลยว่ะ แกดูสิ” ป๋อมแป๋มทำหน้าแปลกๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและการพิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อนๆ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แถมยังมีแฟนเพจ พากันมาลงคอมเม้นท์เลือกข้างเชียร์กันอย่างอื้ออึง จนตามอ่านไม่หมด “เสียดาย พนักงานของทั้งสองร้าน ไม่ยอมลงเอาไว้เนอะ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ร้านก็เปิดคู่กันมาเกือบเดือนแล้ว ทำไมถึงดันมาเกาเหลา ไม่ยอมกินเส้นกันตอนนี้” ป๋อมแป๋มส่ายหน้า เพราะไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

 

อยากมีคนรัก คนคนนั้นเขาอยู่ที่ไหน
คนอย่างฉันต้องรออีกนานเท่าไหร่
กว่าจะเจอคนที่ฝัน คนที่มาเติม
ให้ใจของฉัน มันเต็มสักที

 

“ไม่มีทางยอมหรอกโว้ย” ต้องเดินเอาถาดตัดเค้กแสนอร่อยหลายรสชาติ ที่เป็นชิ้นแซมเปิ้ลตัวอย่างมายืนเรียกลูกค้าอยู่ที่หน้าร้าน “คิดว่าทำได้อยู่ร้านเดียวหรือยังไงวะ” มาร์คเองก็เอาขนมหลากหลายชนิด มาตัดทำตัวอย่างวางในถาดให้ลูกค้าชิมที่ด้านหน้าร้านด้วยเช่นกัน สองหนุ่มที่พอขนมในถาดพร่องลงก็รีบบอกให้น้องพนักงานในร้าน ตัดชิ้นใหม่มาเสริมทัพในทันที เพื่อความต่อเนื่องไม่ขาดตอน

 

ถึงคราวเมื่อลมหนาวมา กลับร้อนใจ
เห็นใครเขาเดินคู่กัน ยิ่งทำให้ร้อนรน
กี่หนาวที่ฉันต้องทน กี่ฝนที่ฉันต้องผิดหวัง
กับการรอใครจะมารัก

 

จนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้น ชิมกันจนอื่ม ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อก็ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้มีผลอะไรกับอาการหมั่นไส้ที่ทั้งสองมีให้แก่กัน ยิ่งได้ทำการแข่งขันขับเคี่ยวแจกฟรีกันจนลืมต้นทุนกันแบบนี้ด้วยแล้ว ยิ่งพากันฟุ่มเฟือยกันจนใช่เหตุ ผิดหลักการตลาดไปจนหมด

 

ก็ได้แต่ฝันไป
ไม่กลายเป็นจริงสักที
ก็ได้แต่รอทั้งปี
และฉันต้องเหงาอย่างนี้
ถึงเมื่อไหร่

 

“ของพื้นๆ อร่อยตายล่ะ” มาร์คเปิดฉากพูดดังๆให้ต้องได้ฟัง “ของเวิ่นๆ กระเดือกให้ลงเถอะนั่นน่ะ” ต้องสวนกลับไปในทันที และทำให้ชายหนุ่มทั้งสองคนจ้องหน้ากันในทันที ก่อนจะหันไปทางบันไดเลื่อน ที่ทั้งคู่ มองเห็นป๋อมแป๋มเดินลงบันไดเลื่อนมาพอดี “เอาทีรามิสุมาให้ที” ต้องที่รู้ถึงของโปรดของป๋อมแป๋มตะโกนสั่งน้องในร้าน

 

อยากมีคนรัก คนมีรักมันเป็นแบบไหน
คนอย่างฉันมันยังไม่เคยเข้าใจ
บอกก็คงไม่รู้ ดีแค่ไหนก็คงไม่รู้
คงต้องหาสักคนมาเป็น เนื้อคู่

 

“ทีรามิสุด้วย” มาร์คนั้นเดาออกว่าต้องจะเอาใจป๋อมแป๋ม ตะโกนสั่งน้องในร้านเช่นกัน และพอเห็นป๋อมแป๋มเดินเข้ามาจนเกือบถึงหน้าร้าน ทั้งต้องและมาร์คก็ปรี่เข้าไปหา “ชิมทีรามีสุก่อนไหมครับ” สองหนุ่มรีบแย่งกันพูด หันไปทำหน้ายักษ์ใส่กัน จนไม่ทันได้มอง ว่าตอนนี้ทีรามิสุแสนอร่อยทั้งสองสูตร ได้ไปแหมะอยู่บนเสื้อของป๋อมแป๋มเรียบร้อยแล้ว

 

อยากมีคนรัก คนคนนั้นเขาอยู่ที่ไหน
คนอย่างฉันต้องรออีกนานเท่าไหร่
กว่าจะเจอคนที่ฝัน คนที่มาเติม
ให้ใจของฉัน มันเต็มสักที

 

“คุณทำบ้าอะไรกันเนี่ย” ป๋อมแป๋มที่ถูกละเลงเสื้อไปด้วยขนม ถามขึ้นอย่างตกใจแกมโมโห “คุณสองคน เล่นบ้าอะไรกันเป็นเด็กๆไปได้” ป๋อมแป๋มฉุนกึ้ก ก่อนจะเดินออกจากอาคารไปโดยไม่รีรอ “นายทำได้ยังไงวะ” ต้องหันไปเล่นงานอีกฝ่าย “นายนั่นแหละที่ทำ” มาร์คไม่ยอม โต้กลับ ก่อนที่ทั้งสองจะจับคอเสื้อของกันและกัน แล้วง้างหมัดขึ้นในอากาศพร้อมชกต่อยทันที

 


เนื้อคู่

บอย พีซเมกเกอร์

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ต้องชนะนะคับ

#1 By maew189870 (223.205.135.49) on 2012-02-16 17:27

ก๊ากกกกกกกกกกกก
จะบ้าตาย
เจ้าของร้านกาแฟเล่นกันเป็นเด็กๆ เลย

#2 By both^^ (125.24.160.62) on 2012-02-17 06:58

อะนะทำอะไรกันเป็นเด็กๆๆทั้งคู่

ปล.โฉมใหม่ชอบค่ะ แต่ว่าอ่านไม่ครบบรรทัดอะคะหรือว่าจะเป็นที่คอมเราเอง

#3 By koraorni (203.188.44.249) on 2012-02-17 09:09

3P

ซะงั้น 5555

#4 By kimi daKe!!! (180.183.118.207) on 2012-02-17 09:43

แอร๊ยยยย ยังไม่ได้อ่านเรื่อง ตกใจกับบอร์ดใหม่ งามนะฮ้า แต่เหมือนโหลดช้าขึ้นนะนั่น ฮิๆๆๆ

#5 By Fah (182.53.0.61) on 2012-02-17 11:19

แอร๊ยยย อ่านแล้ว 3P เท่านั้นที่เราต้องการ ก๊ากกกกกกก

ปล. ทีรามิสุ ก็ของโปรดอิชั้นนะฮ้า ว่าแต่อิ 2 ร้านนี้อยู่แถวไหนอะ จะตามไปชิม สีลม ม่ะ 55555

#6 By Fah (182.53.0.61) on 2012-02-17 11:27