+ ใครเลว: Being Human
posted on 09 May 2012 12:40 by this-is-tlr in ShortStories directory Fictionใครเลว: Being Human
“ถ้าคุณคิดว่า นี่คืองานที่ไม่ต้องการความสามารถใดๆเลย คุณกำลังคิดผิดนะ คุณอรจิมา” หญิงสาวเจ้าของชื่อ ได้แต่ก้มหน้านิ่งเงียบ ไม่อาจจะพูดอะไรออกไปได้ เช้าวันนี้ นอกจากที่อรจิมาจะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเกือบถูกรถเฉี่ยวเมื่อเดินออกมาที่ หน้าปากซอย ตอนออกมาทำงานแล้ว รถเมล์ที่เธอต้องนั่งมา เพื่อต่อรถไฟใต้ดินอีกทีนั้น
ก็เกิดเสียขึ้น มากลางทาง หลังจากที่ติดอยู่ในการจราจรจนแทบไม่ขยับเขยื้อน อรจิมาจึงต้องลงมาต่อรถอีกครั้ง ร่วมกับผู้คนมากมายที่เบียดเสียดแย่งกันขึ้นรถ เพราะต่างก็ไม่อยากที่จะไปถึงที่ทำงานสายกันทั้งนั้น แต่กว่าที่อรจิมาจะได้ขึ้นรถ เธอก้มลงมองเวลาที่นาฬิกาบนข้อมือ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไม เธอถึงต้องมาทนยืนฟังคำตำหนิของหัวหน้าอยู่แบบนี้
“ผมหวังว่านี่จะ เป็นครั้งสุดท้ายของคุณนะ ที่จะทำตัวแบบนี้ เพราะถ้ามีครั้งต่อไปอีก คงจะต้องมีบทลงโทษกันบ้างแล้ว” อรจิมาทำได้แค่เพียงตอบรับคำออกไป ก่อนจะสบตากับผู้ชายวัยศีรษะล้าน วัยกลางคน ที่เป็นหัวหน้าของเธอและเขามีภรรยาอยู่แล้ว แววตาของเขาที่อรจิมาเห็น มันเป็นแววตาของคนที่ต้องการแก้แค้นกัน
และเมื่อสบโอกาส ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ลังเลที่จะฉวยมันเอาไว้ และลงมือทำในทันที ถ้าจะถามว่าเพราะอะไรน่ะหรือ อรจิมามีคำตอบเดียวที่จะให้ได้ และนั่นก็คือ การที่เธอปฏิเสธการขึ้นเงินเดือนแบบก้าวกระโดด ที่หัวหน้าคนนี้เสนอให้ โดยแลกกับการที่อรจิมาจะต้องยอมพลีกาย ขึ้นเตียงกับหัวหน้านั่นเอง และเมื่ออรจิมาทำให้ผู้ชายอย่างนี้เสียหน้า เธอก็ไม่แปลกใจ ว่าทำไมความผิดพลาดที่คนอื่นก็ทำเหมือนกัน จึงมีแต่เธอเท่านั้นที่ถูกเรียกมาด่า
อรจิมาเดินออก จากห้องทำงานของหัวหน้า ที่จงใจเปิดประตูเอาไว้ เพื่อให้ทุกคนในออฟฟิซได้ยินถึงการสนทนาที่เกิดขึ้นภายในนั้น และพออรจิมาออกมา เธอก็เห็นพนักงานคนอื่นๆต่างรีบพากันกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง หลังจากที่พากันหูผึ่งฟังเรื่องราวทุกอย่างแบบชัดเจน พอเธอเดินผ่านคนเหล่านั้น
อรจิมาก็ได้แต่ เห็นรอยยิ้มที่มีอาการสมน้ำหน้าซ่อนอยู่ใต้นั้น เพราะรอยยิ้มที่เคลือบฉาบเอาไว้บนผิว มันปกปิดไม่ได้เลยว่า ไม่ได้มีความเห็นใจใดๆสักนิด มีแต่ความสะใจและเห็นเป็นเรื่องตลกขบขันเสียมากกว่า ด้วยความที่คนอื่นๆที่มาทำงานสายในวันนี้ ต่างรอดพ้นการถูกตำหนิกันหมด ยกเว้นแต่เพียงอรจิมาคนเดียวเท่านั้น
“รับสิ” อรจิมาที่ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู มองตัวเองผ่านเงาที่สะท้อนกลับออกมาจากกระจกเงานั้น สายตาของเธอจ้องกลับเข้าไปในดวงตาของตัวเอง ขณะที่ฟังเสียงสัญญาณโทรศัพท์ไปด้วย และก่อนที่เธอจะกดวางสาย อรจิมากะพริบตา มือกระชับโทรศัพท์ในมือแน่นขึ้น เมื่อมีเสียงตอบรับมาจากอีกด้านหนึ่ง
“ว่าไงอร” เสียงชายหนุ่มที่ปลายสายฟังดูเหนื่อยหอบเมื่อพูดกับเธอ “เป็นอะไรหรือเปล่าคะวิทย์” เธอกรอกเสียงถามกลับไป “เปล่าๆ ผมวิ่งมารับโทรศัพท์น่ะ อรมีอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มตอบกลับไป ก่อนที่เขาจะหันไปมองหน้าชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน จนแทบจะนั่งอยู่บนตักของเขาอยู่แล้ว พลางห้ามไม่ให้ผู้ชายอีกคนนั้น ส่งเสียงอะไรออกมา
“อรเหนื่อยจัง เลยค่ะ วิทย์” อรจิมาเสียงเนือยๆ พูดออกไปอย่างนั้น “ไม่เอาน่า เข้มแข็งหน่อยสิ” เธอได้ยินวิทย์ตอบกลับมา “พูดให้กำลังใจภรรยาของคุณหน่อยสิคะวิทย์” อรจิมาพูดขึ้นเบาๆหลังจากนั้น “ผมยุ่งๆอยู่กับงานนะ วันนี้ผมเอางานมาทำจนล้นมือ” นั่นคือสิ่งที่อรจิมาได้ยินกลับมาจากผู้ชายที่เธอแต่งงานด้วย
“แค่นี้นะ” แล้วโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไป อรจิมาลดมือลงข้างๆตัว จ้องมองตาตัวเองในกระจกอีกครั้ง “ไหน เราถึงไหนกันแล้ว มาต่อกันดีกว่า” ไม่พูดเปล่าวิทย์จับมือของชายหนุ่มอีกคน มาวางบนส่วนแข็งแกร่งของร่างกาย “ต้องทำให้แข็งขึ้นมาใหม่แล้วสิ” สองหนุ่มหัวเราะให้แก่กัน ก่อนที่วิทย์จะเห็นชายหนุ่มคนตรงหน้าเขานั้น ถอดถุงยางอันเก่าออกจากควาเป็นชายของวิทย์ แล้วหยิบซองใหม่มาเตรียมเพื่อจะสวมให้อีกครั้ง ทันทีที่ความแข็งแกร่งของวิทย์พร้อมสู้ขึ้นมาใหม่
“วิทย์ คุณต้องการอีกแล้วหรือครับ” เสียงกึ่งว่ากึ่งออดอ้อนดังขึ้นที่ข้างหูของวิทย์ หลังจากที่ทั้งคู่นอนพักเอาแรง เมื่อพายุกามารมณ์พัดผ่านไปแล้วลูกหนึ่ง “ก็คุณน่ารักขนาดนี้ ผมจะอดใจไหวได้ยังไงล่ะครับ” วิทย์พลิกตัวขึ้นทาบทับชายหนุ่มอีกคน ก่อนจะระดมทั้งจูบทั้งซุกไซ้ซอกคอของผู้ชายอีกคนไปด้วย นาฬิกาแขวนบนผนัง บอกเวลาบ่ายโมงกว่าๆ และที่หน้าประตูห้องนอน อรจิมายืนฟังการสนทนาทั้งหมดนั้น อย่างชัดเจน
“วิทย์ครับ ค่อยๆครับ อูย วิทย์ ของคุณใหญ่ดีจัง” เสียงร้องอย่างสุขสมดังออกมาจากชายหนุ่มที่นอนอยู่ใต้ตัวของวิทย์ “คุณสุดยอดจริงๆ ทั้งแน่น ทั้งฟิต อีชะนีห่านั่น สู้ไม่ได้เลย” วิทย์ตอบกลับด้วยเสียงแห่งความหฤหรรษ์ อรจิมายืนนิ่งเงียบอยู่หน้าประตูห้องนอน แทบไม่ไหวติง
“โทรมาทำไวอีก วะ” วิทย์รับโทรศัพท์ แต่ร่างกายส่วนล่างของเขา ยังไม่หยุดขยับตัวเข้าออกภายในร่างกายของชายหนุ่มอีกฝ่าย “มีอะไร” เสียงของวิทย์เหนื่อยหอบและสั่นเครือ จากความเสียวซ่านที่กำลังเกิดขึ้น “สบายดีหรือเปล่าคะวิทย์” เสียงถามของอรจิมาตอบกลับมา ทำให้วิทย์รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ประหลาดขึ้นทุกวันๆแล้ว
“อะไรของคุณ เนี่ย ผมกำลังยุ่งอยู่” วิทย์โหย่งตัวด้วยความวูบวาบ เมื่อช่องทางของอีกฝ่ายตอดรัดเขาอย่างถี่ยิบ ทำให้วิทย์ใกล้ที่จะถึงที่หมายเต็มทน “ค่ะ อรก็เห็นอยู่ว่าคุณกำลังยุ่งมากจริงๆ” และโดยที่อรจิมารู้ดีว่าตอนไหนที่วิทย์ใกล้จะถึงฝั่งฝัน เธอก็ผลักประตูให้เปิดกว้างออก “เฮ้ย” สองหนุ่มที่อยู่ด้วยกันบนเตียง และกำลังจะถึงจุดสุดยอด ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอาผ้าห่มมาปิดคลุมกายเอาไว้
“อร” เสียงเรียกชื่อของหญิงสาวดังลั่นห้อง วิทย์เสียงหลงด้วยความตกใจ อรจิมาไม่พูดอะไร เธอมองหน้าผู้ชายสองคนที่เสพสังวาสอยู่บนเตียงนอนของเธอ ในบ้านของเธอ และสามีของเธอเอง คือหนึ่งในผู้ชายสองคนนั้น “พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า เจอกันที่อำเภอนะคะวิทย์” อรจิมาพูดจบก็ทำท่าจะเดินจากไป
ผิดก็ทำ ต่ำก็รู้ อยากไปสู่วันที่ดี
ให้ชีวิตนี้หลุดพ้นไปจากพื้นดิน
ขวากหนามมากน้อยคอยกัน
แต่ฝันของฉันคือบิน อยู่บนท้องฟ้าสักวัน
“อร คุณก็รู้ว่าผมยอมให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้” วิทย์ที่มีหน้าที่การงาน มีหน้าตาในสังคมให้ต้องรักษาเอาไว้ รีบพูดขึ้นด้วยอาการหวาดหวั่น “อรจะยอมหย่ากับคุณเงียบๆ ถ้าคุณแบ่งสมบัติให้กับอร เพื่อให้อรมีชีวิตต่อไปได้ แล้วอรจะไม่ปริปากบอกใคร เรื่องที่ไม่ใช่ธุระหน้าที่ของอร” วิทย์มองเห็นทางออกนั้นอยู่ แต่เขาไม่ได้พอใจกับมันนัก แต่ถ้าจะให้เขาเสียชื่อเสียงเพราะเรื่องนี้ วิทย์ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
จะไม่ยอม จะไม่แพ้ จะไม่แคร์ ใครก็ตาม
ใครจะเหยีดหยาม จะยิ้มและยอมรับมัน
ไม่รู้ว่าน้ำหรือไฟ แต่รู้ว่าไม่เคยหวั่น ถ้ามันจำเป็นก็ร้าย
อรจิมายกแว่นตา กันแดดขึ้นสวม ก่อนที่เธอจะเดินไปที่รถยนต์ราคาแพงลิ่ว คันที่เธอเพิ่งได้จากการหย่าครั้งล่าสุดนี้ อรจิมาหันกลับไปมองที่หน้าอาคาร วิทย์ยืนมองมาทางเธอด้วยอาการทั้งแค้น ทั้งเกลียด เมื่อชายหนุ่มเพิ่งรู้ความจริงว่า อรจิมารู้มาโดยตลอด ว่าเขาเป็นเกย์ และเธอยอมแต่งงานกับเขาเพราะอะไร
ให้เลวกว่านี้
ฉันก็ยังยินดีจะทำทุกอย่าง
ชีวิตขอเลือกเส้นทางเส้นเดียว
ที่นำไปสู่จุดหมาย
วิทย์ยืนกำหมัด แน่น เมื่อเขาเสียรู้ผู้หญิงคนนี้ครั้งใหญ่ เงินทองมากมาย สมบัติที่เขาหามาได้ ถูกแบ่งไปให้กับอรจิมาอย่างมากมาย แลกกับลายเซ็นยอมหย่าของเธอ และพอสมบัติพัสถานของเขาร่อยหรอลงไปแบบนี้ ชายหนุ่มที่อรจิมาจับได้ว่าเล่นชู้กับเขา ก็หลีกหน้าหายไป ไม่ยอมติดต่อกับวิทย์อีกเลยด้วย วิทย์มองรถคันที่เขารักมาก ขับจากไปด้วยความเสียดายและเจ็บใจ แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้กันเล่า
จะเลวแล้วได้ครอบครอง
ฉันยอมให้มองว่าร้าย
ต้องเปลืองตัวและหัวใจ
ต้องแย่งชิงใคร ฉันจะทำ
“เอสเปรซโซ่ค่ะ” อรจิมาสั่งกาแฟถ้วยโปรดกับบริกรออกไป เธอนั่งอยู่ในร้านกาแฟที่หรูหรา และมีเฉพาะเหล่าบรรดาไฮโซ ที่มีเงินถุงเงินถังเท่านั้น ที่เข้ามาในร้านนี้ และแน่นอน เป้าหมายของเธอคือพวกเกย์ที่มีสมบัติ แต่ไม่สามารถบอกใครถึงตัวตนที่แท้จริงได้เหล่านั้น “แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะ ที่บ้านผมรบเร้าให้ผมแต่งงานทุกวัน” เสียงชายหนุ่มที่แฝงไปด้วยจริตในนั้น แว่วมาให้อรจิมาได้ยิน
ในความเลวที่ใครเห็น
มีความจำเป็นที่คนชอบมองผ่านผ่าน
จบด้วยการโยนข้อหาว่าเลวร้าย
“แต่คุณเป็นเมีย ผมนะ คุณลืมแล้วหรือไง” เสียงผู้ชายอีกคนแว่วมาอีกครั้ง และมันทำให้อรจิมายิ้มออกมา ก่อนจิบกาแฟถ้วยโปรดนั้น แล้ววางมันลงช้าๆ หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มสองคนที่มองตากันด้วยความหวั่นไหวในหัวใจ เพราะไม่อยากจะแยกจากกัน แต่ก็ไม่สามารถป่าวประกาศให้ใครฟังได้
ให้เลวกว่านี้
ฉันก็ยังยินดีจะทำทุกอย่าง
ชีวิตขอเลือกเส้นทางเส้นเดียว
ที่นำไปสู่จุดหมาย
เธอมองอย่าง พินิจพิเคราะห์ จนเห็นว่า ฝ่ายรับนั้น หน้าตาเหมือนกับแฟนหนุ่มคนแรกของเธอ ที่ทิ้งเธอไปหาผู้ชายอีกคน หลังจากหลอกให้อรจิมา รักหัวปักหัวปำอยู่หลายปี และพอเธอถูกทิ้ง อรจิมาก็เกือบจะฆ่าตัวตายมาแล้ว หญิงสาวยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา แล้วเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่ชอบกันเองสองคนนั่น
เพื่อคำว่าไม่เป็นรอง
ฉันคงต้องเลวต้องร้าย
ต้องเปลืองตัวและหัวใจ
ต้องแย่งชิงใคร ฉันจะทำ
“สวัสดี ค่ะ” อรจิมาเอ่ยคำทักทายออกไป และเธอมั่นใจว่า คราวนี้เธอสามารถทำให้สองเกย์หนุ่มที่เธอเกลียดแสนเกลียด ไว้ใจเธอได้ไม่ยาก และเรื่องราวการทำลายชีวิตเกย์ต่อจากนั้น มันก็จะเป็นไปตามกลไกของมันเอง
ให้เลวกว่านี้
ปาน ธนพร